[Review] Fitbit Ionic สมาร์ทวอทช์ฟังก์ชั่นครบเครื่อง พร้อมคุณสมบัติกันน้ำระดับ 5 เมตร

20180318_15024032“Fitbit Ionic” อีกหนึ่งสินค้าจากค่าย Fitbit สำหรับคนรักสุขภาพหรือคนที่กำลังเริ่มจะดูแลตัวเอง ซึ่งนับว่าเป็น Smart Watch หรือ นาฬิกาอัจฉริยะรุ่นแรกของบริษัท จัดว่าเป็นไลน์โปรดักซ์ระดับสูงสุดของแบรนด์ ส่วนเรื่องฟังค์ชั่นการใช้งานก็ให้มาครบหายห่วงแน่นอน

DSC02799

สเปคของ Fitbit Ionic 

  • ระบบปฏิบัติการ Fitbit OS
  • หน้าจอสีสัมผัส LCD ขนาด 1.42 นิ้ว ความละเอียด 348 x 250 พิกเซล
  • ขนาดตัวเรือน 38.59×12.3 มม. หนัก 30 กรัม
  • สามารถเก็บรายละเอียดข้อมูลการใช้งานประจำวันภายในตัวเรือนได้นานสูงสุด 7 วัน ขณะที่ผลสรุปการทำงานของแต่ละวันจะอยู่ที่ 30 วัน
  • หน่วยความจำภายใน 2.5GB สามารถเก็บเพลงได้ถึง 300 เพลง
  • สนับสนุนการเชื่อมต่อแบบไร้สาย WiFi 802.11 b/g/n, Bluetooth 4.0, NFC
  • แบตเตอรี่ Lithium-polymer ใช้งานได้มากกว่า 4 วันต่อการชาร์จ 100% และใช้งานได้มากกว่า 10 ชั่วโมง สำหรับการเปิดใช้ GPS หรือเล่นเพลงต่อเนื่อง
  • ติดตั้งเซ็นเซอร์ 3-Axis Accelerometer, 3-Axis Gyroscope, Optical Heart Rate Monitor, Altimeter, Ambient light sensor, GPS

fitbit-11

Fitbit Ionic  มีมาขายทั้งหมด 3 สีครับ ประกอบด้วยสี Charcoal/Smoke Gray, Slate Blue/Burnt Orange และ Blue Gray/Silver Gray มีขายในไทยแล้วราคา 11,690 บาท สำหรับสีที่เราได้มารีวิวเป็นตัว Charcoal/Smoke Gray โทนก็จะออกมาเทาๆหน่อย

DSC02796

ตัวแพ็คเกจไม่ได้มีอะไรแปลกไปจากสินค้ารุ่นก่อนๆของ Fitbit สำหรับของที่ให้มาในกล่องประกอบด้วย

  • นาฬิกา Fitbit Ionic พร้อมสายไซส์ L (6.7-8.1นิ้ว)
  • สายไซส์ S (5.5-6.7นิ้ว)
  • คู่มือการใช้งานพร้อมใบรับประกันสินค้า
  • สายชาร์จแบบหัว USB

20180318_123157

มาดูที่งานดีไซน์ของ Ionic กันครับ ตัวหน้าปัดเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยม ดีไซน์แบบ Unibody โดยใช้วัสดุเป็นอลูมิเนียมเกรด 6000 (Aluminium 6000series) งานประกอบจัดว่าแน่นหนาน้ำหนักพอดี ขนาดตัวเรือนไม่หนาจนเกินไปเข้ากันได้ดีกับข้อมือทั้งผู้หญิงและผู้ชาย

DSC02829 DSC02828

หน้าจอเป็น LCD ขนาด 1.42 นิ้ว แสดงผลสีแบบ Hi-Res ความละเอียด 348 x 250 พิกเซล สามารถให้ความสว่างได้สูงถึง 1000nits สู้แสงได้หายห่วง คลุมทับด้วยกระจกป้องกัน Gorilla Glass 3 ที่ป้องกันรอยขีดข่วนและทนทานต่อแรงกระแทกที่เกิดจากการใช้งานได้ดีเลยทีเดียว

DSC02832

บนตัวเรือนจะมีปุ่มอยู่ 3 ปุ่ม การทำงานหลักๆของปุ่มเดี่ยวทางฝั่งซ้ายจะเป็นปุ่มสำหรับกดกลับมาหน้า Home ขณะที่สองปุ่มทางฝั่งขวาจะเป็นทางลัดไปสู่เมนูต่างๆ

DSC02816 DSC02817

พลิกมาดูด้านหลังเป็นเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ (Heart Rate Sensor) และแท่นทองเหลืองสำหรับเสียบสายชาร์จ โดยที่ตัวสายชาร์จเป็นแม่เหล็กแรงดูดใช้ได้เลยทีเดียว

DSC02823 DSC02830

ตัวสายนาฬิกาในกล่องให้มาสองขนาดครับวิธีเปลี่ยนง่ายๆพลิกดูด้านใต้บริเวณขั้วสายจะมีปุ่มสลักเล็กๆใช้เล็บจิกลงไปเบาๆแล้วดึงออกเป็นอันจบ ขณะที่การใส่สายกลับก็แค่สอดขั้วสายเข้าไปให้ตรงกับช่องบนตัวเรือนแล้วดันเข้าไปจนมีเสียงคลิกเบาๆ ก็เป็นอันมั่นใจได้ว่าตัวสายล็อคเข้ากับเรือนนาฬิกาเป็นที่เรียบร้อยครับ

DSC02825

เนื้องานของสายรุ่นนี้จัดว่างานดีเลยทีเดียวใช้วัสดุซิลิโคนที่มีความแข็งแรงและหนานุ่ม รูปแบบการล็อคจะเป็นสองชั้นไม่หลุดง่ายๆ ใส่ออกกำลังกายได้แน่นอน

DSC02820 DSC02821

เริ่มต้นใช้งานก็ต้องเสียบสายชาร์จจ่ายไฟเพื่อเป็นการกระตุ้นการทำงานกันก่อนครับ จากนั้นก็ซิงค์เพื่ออัพเดตเฟิร์มแวร์และตั้งค่าข้อมูลต่างๆ ผ่านแอพฯ Fitbit ครับ ใครที่เพิ่งใช้งานสินค้าของ Fitbit ครั้งแรกก็ต้องสร้างแอคเคาท์กันก่อน ส่วนคนที่มีแอคเคาท์อยู่แล้วก็จัดงานลงทะเบียนอุปกรณ์เข้ากับตัวบัญชีของเราและซิงค์ข้อมูลกันได้เลยสำหรับการเชื่อมต่อครั้งแรกก็จะใช้เวลานานสักหน่อยครับ

Screenshot_20180127-155158-horz

Screenshot_20180127-155220-horz

Screenshot_20180127-155347-horz

การใช้งานของ Fitbit Ionic ให้เต็มประสิทธิภาพจะต้องใช้คู่กับแอปพลิเคชั่น Fitbit ครับ ซึ่งเราสามารถดาวน์โหลดแอปฯมาลงตัวนาฬิกาเพิ่มเติมจากที่มีอยู่แล้วได้ เช่นเดียวกับตัวหน้าปัดก็สามารถโหลดเปลี่ยนได้เลยฟรีๆ มีแบบสวยๆให้เลือกใช้กันเพียบ

DSC02835

Screenshot_20180127-163650-horz

อีกหนึ่งฟังค์ชั่นที่น่าสนใจของสมาร์ทวอทช์ตัวนี้คือสามารถลงโอนถ่ายเพลงมาเก็บไว้ตัวในนาฬิกาเพื่อฟังจากหูฟัง Bluetooth ได้ ซึ่งสามารถลงได้มากถึง 300 เพลง สำหรับวิธีการลงเพลงก็ทำแบบนี้ครับ

  • เปิดใช้งาน Fitbit Ionic เชื่อมต่อเข้ากับแอปฯ Fitibt บนสมาร์ทโฟน เข้าสู่ “Wi-Fi Setup” เพื่อเชื่อมต่อสมาร์ทวอทช์กับ Wi-fi ที่ใช้งานอยู่

Screenshot_20180127-164004-horz

  • โหลดโปรแกรม Fitbit Connect ลงคอมพิวเตอร์ (Windows/Mac) และติดตั้งให้พร้อมใช้งาน จากนั้นก็เชื่อมต่อคอมฯให้อยู่ในวงเครือข่าย Wi-Fi เดียวกันกับที่ Ionic เชื่อมต่ออยู่

capture-20180330-194828

  • เลือกเมนู “Manage My Music” ที่หน้าต่างโปรแกรม และจัดการ Log in โดยใช้แอคเคาท์เดียวกันกับที่เราลงทะเบียนเชื่อมต่อ Fitbit Ionicเอาไว้

capture-20180330-194904

  • กลับมาที่นาฬิกา Fitbit Ionic เข้าเมนู Music บนหน้าปัด แล้วเลือก “Tranfer Music” เพื่อให้อยู่ในหน้า Ready to Transfer เพื่อเริ่มซิงค์สมาร์ทวอทช์เข้ากับคอมพิวเตอร์

capture-20180330-194945

  • ถ้าขั้นตอนถูกขั้นตอนโปรแกรม Fitbit Connect จะแสดงหน้าต่างให้เราโอนถ่ายเพลงจาก Playlist ลงนาฬิกา

capture-20180330-195403

ส่วนตัวมองว่าขั้นตอนการโอนเพลงของ Fitbit Ionicค่อนข้างจะซับซ้อนหลายขั้นตอนไปหน่อยครับ หากเทียบกับสมาร์ทวอทช์ของบางแบรนด์ที่สามารถโอนถ่ายเพลงแบบไร้สายได้โดยตรงจากตัวสมาร์ทโฟนไปที่นาฬิกาได้เลย หรือลงผ่านคอมฯด้วยการเสียบสายตรงไม่ต้องซิงค์กับ Wi-Fi ในเครือข่ายเดียวกัน

20180330_202852

เมื่อลงเพลงได้แล้วถ้าจะฟังเพลงจาก Ionic ก็ต้องฟังผ่านหูฟังแบบ Bluetooth ครับ สำหรับวิธีจับคู่หูฟังก็ไม่ซับซ้อนเท่ากับลงเพลงแน่นอนโดยมีขั้นตอนดังนี้

20180330_202642

  • เข้าหน้า Setting จากตัวหน้าปัดนาฬิกา แล้วเลือก Bluetooth และ +New Device

20180330_202706

  • เปิดใช้งานหูฟัง Bluetooth แล้วกดให้ตัวหูฟังอยู่ในสถานะพร้อม Pairing จากนั้นก็จับคู่กันได้เลย

สำหรับการฟังเพลงผ่านตัว Fitbit Ionicราสามารถควบคุมระดับเสียง, สุ่มเพลง และ เลื่อนเพลง เดินหน้า-ย้อนกลับ ได้จากตัวนาฬิกา ใครที่ชอบออกแรงแล้วต้องมีเพลงประกอบเชื่อว่าจะถูกใจกับฟังค์ชั่นนี้แน่นอน

20180318_150257

การ Activity Tracking ของตัว Ionic นับว่าครบเครื่องครับไม่ว่าจะเป็นการตรวจจับค่าชีพจร, นับจำนวนก้าว, คำนวนแคลอรี่, ระยะทาง, จำนวนชั้นบันได และ วินาทีการออกกำลังกาย ซึ่งตัวเลขเหล่านี้จะโชว์ให้เห็นจากตัวหน้าหลัก และที่สำคัญคือมีเทคโนโลยี “Sleep Stages” ระบบตรวจวัดการนอนหลับของผู้ใช้แบบอัตโนมัติด้วยเทคโนโลยี PurePulse ซึ่งฟีเจอร์นี้จะแบ่งการนอนของเราออกเป็น 4 ระดับประกอบด้วย

Screenshot_20180401-024150-horz

  • Awake : สภาวะตื่นนอน
  • REM : ภาวะหลับตากระตุก ซึ่งมักจะเป็นช่วงที่เรากำลังฝันโดยเฉลี่ยจะคิดเป็น 10-25% ของทั้งคืน
  • Light : ช่วงหลับตื้น ซึ่งถือเป็นภาวะระดับการนอนหลับแบบปกติคิดเป็น 50-60% ของทั้งคืนครับ
  • Deep : ช่วงหลับลึกคิดเป็น 10-25% ของการนอน ซึ่งตามมุมมองของแพทย์ถือเป็นช่วงการหลับที่ดีที่สุดเพราะร่างกายจะอยู่ในสภาวะพักผ่อนมากที่สุด และการฟื้นฟูและซ่อมแซมอวัยวะต่างๆของร่างกายก็มักจะเกิดขึ้นในช่วงนี้

สำหรับคนที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพฟีเจอร์เหล่านี้จัดว่ามีประโยชน์มากๆครับถึงแม้ว่าตัวรูปทรงนาฬิกาดูจะไม่เอื้อต่อการใส่นอนก็ตาม ยกเว้นว่าคุณจะเป็นคนที่ใส่นาฬิกานอนเป็นประจำละน่ะ

20180330_203143

ด้านฟีเจอร์การออกกำลังกาย Fitbit Ionic ก็รองรับการใช้งานตั้งแต่กลุ่มมือใหม่ ด้วยฟีเจอร์ “Personal Coach” โหมดโค้ชส่วนที่จะให้คำแนะนำการออกกำลังกายตามคอร์สที่เราเลือกได้อย่างครบถ้วนมีการเก็บข้อมูลเช็คอัตราการเต้นหัวใจแบบเรียลไทม์ พร้อมแสดงภาพประกอบการออกกำลังกายที่ชัดเจน

20180330_203257

นอกจากโค้ชส่วนตัวแล้วใน Ionic ก็ยังมีโหมดออกกำลังกายโดยแยกเป็นประเภท อาทิเช่น วิ่ง, จักรยาน, ว่ายน้ำ, วิ่งบนสายพาน, ยกเวท ฯลฯ โดยที่ตัวนาฬิกามีการติดตั้งระบบ GPS สำหรับการบันทึกข้อมูลพิกัดบอกระยะและเส้นทางการวิ่งซึ่งถือว่าแม่นยำทีเดียว

DSC02808 DSC02809

20180318_150046

อีกหนึ่งความพิเศษคือตัวนาฬิกาเองก็มาพร้อมมาตรฐานกันน้ำระดับ 5ATM สามารถกันน้ำได้ในระดับ 5 เมตร ซึ่งเท่ากับว่าเราสามารถใส่ Fitbit Ionic ลงสระว่ายน้ำได้เลย แต่ยังไงก็แนะนำให้ลงแค่สระน้ำจืดนะครับ ถ้าเป็นน้ำทะเลเกรงว่าจะกันไม่อยู่

DSC02810

ในการใช้งาน Fitbit Ionic เราสามารถตั้งค่าให้การแจ้งเตือนข้อความหรืออีเมล์บนสมาร์ทโฟน ให้มาโชว์ที่ตัวหน้าปัดนาฬิกาได้ครับ ติดที่ว่าไม่รองรับการแสดงผลกับภาษาไทยซึ่งก็ต้องรอดูกันต่อไปว่าจะได้ใช้กันเมื่อไร นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ FITBIT PAY ระบบกระเป๋าเงินอิเลกโทรนิค รองรับบัตร Visa, Mastercard และ Amex credit card แต่ฟีเจอร์นี้ยังไม่เปิดใช้ในไทยนะ

20180318_150159

ขณะที่การเชื่อมต่อ Bluetooth กับสมาร์ทโฟน ส่วนตัวพบปัญหาด้านความเสถียร หรือการซิงค์ข้อมูลแต่ละครั้งที่ใช้ระยะเวลาค่อนข้างนาน โดยที่รุ่นสมาร์ทโฟนที่ใช้ก็เป็น Samsung Galaxy Note8 แต่ในที่นี้ไม่แน่ใจว่าเป็นปัญหาเฉพาะเครื่อง Fitbit Ionicที่ได้มารีวิวหรือเปล่า

20180322_101200 20180330_203117

ภาพรวมของ Fitbit Ionic มองว่าเหมาะสำหรับคนที่อยากได้สมาร์ทวอทช์ที่ใส่ติดตามชีวิตประจำวัน และสามารถใส่ออกกำลังกายได้ในตัวเดียว เนื่องจากรูปทรงและดีไซน์ที่ออกมาเรียบง่ายใช้งานได้ทุกโอกาส ฟีเจอร์ครบเครื่องรองรับกับแต่มือใหม่หัดฟิต ไปจนถึงขาประจำฟิตเนส

DSC02807

ปัจจุบัน Fitbit Ionic มีขายแล้วในไทยสนนราคาที่ 11,690 บาท หาซื้อได้ผ่าน Power Buy, i-studio, J Mart และร้านอุปกรณ์ไอทีชั้นนำทั่วไป และพิเศษไปกว่านั้นสมาร์ทวอทช์รุ่นนี้ก็มีการร่วมมือกับแบรนด์อุปกรณ์กีฬา adidas ออกคอลเลคชั่นพิเศษสำหรับสาวก adidas ด้วยนะครับ ไปลองชม ลองสัมผัสกันได้