Review : Nokia 7 Plus มือถือ Android One สเปคเฉียบ กล้องคู่ ZEISS ราคาหมื่นต้นๆ

DSC03318เปิดตัวในไทยมาได้สักระยะกับสมาร์ทโฟน Android เวอร์ชั่นล่าสุดจากทาง HMD Global อย่าง Nokia 7 Plus ที่มาพร้อมกับงานออกแบบที่น่าประทับใจ ใช้กล้องหลังคู่ Dual-Sight ติดเลนส์ ZEISS กับราคาแค่หมื่นต้นๆเท่านั้น

DSC03167

สเปค Nokia 7 Plus

  • สัดส่วนเครื่อง 158.4×75.6×8.0มม. หนัก 183 กรัม
  • หน้าจอ IPS LCD อัตราส่วน 18:9 ขนาด 6 นิ้ว ความละเอียด 1080 x 2160 พิกเซล (Full HD+)
  • ชิปเซต Qualcomm Snapdragon 660 ประมวลผล Octa-core (4×2.2 GHz Kryo 260 & 4×1.8 GHz Kryo 260) ใช้ GPU Adreno 512
  • สเปค RAM 4GB+ROM 64GB รองรับ MicroSD Card สูงสุด 256GB
  • กล้องหลังเลนส์คู่จาก Zeiss ความละเอียด 12+13 ล้านพิกเซล มีออโต้โฟกัส PDAF ระบบกันสั่น EIS รองรับ Optical Zoom 2 เท่า และแฟลช dual-tone LED รองรับวีดีโอ 2160p@30fps
  • กล้องหน้า 16 ล้านพิกเซล เลนส์ Carl Zeiss รองรับวีดีโอ 1080p
  • สนับสนุนการเชื่อมต่อ 3G/4G Cat6. Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, Bluetooth 5.0, A-GPS, GLONASS, BDS และใช้พอร์ต USB-C
  • รองรับการทำงานสองซิม (nanoSIM) และ MicroSD Card ด้วยถาดซิมแบบ Hybrid slot
  • มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ และระบบปลดล็อคด้วยการสแกนใบหน้า
  • รัน Android 8.1 (Oreo)
  • แบตเตอรี่ 3800mAh
  • สีที่วางขาย Black/Copper กับ White/Copper ในราคา 13,900 บาท

DSC03319

แพ็คเกจของ Nokia 7 Plus ส่วนตัวมองว่ามีความสวยและเป็นเอกลักษณ์ สำหรับสเปคต่างๆเช็คได้จากด้านหลังของกล้องครับ สำหรับของที่อยู่ในกล่องประกอบด้วย

DSC03246

  • เครื่อง Nokia 7 Plus
  • เคสซิลิโคนใส
  • เข็มจิ้มถาดซิม
  • หูฟังสมอลทอล์คแบบ in-ear
  • สาย USB Type-C
  • อะแดปเตอร์ชาร์ตไฟ มีกำลังจ่ายไฟได้ 3 ระดับคือ 5V 3A / 9V 1.5 A และ 12V 1A

DSC03254

DSC03248

Nokia 7 Plus เครี่องดีไซน์แบบยูนิคบอดี้ด้วยวัสดุอลูมิเนียมซีรีส์ 6000 มีการพ่นเคลือบให้ผิวสัมผัสแบบเซรามิก เพิ่มความโดดเด่นให้ดูสวยและแพงด้วยการไฮไลท์ขอบต่างๆของด้วยลายเส้นสีทองแดง ด้านหน้าคลุมด้วยกระจก Corning Gorilla Glass 3

DSC03181

ขณะที่สัดส่วน 158.4 x 75.6 x 8.0 มม. น้ำหนัก 183 กรัม ตัวเครื่องมีเหลี่ยมมีมุมนิดๆจับถนัดมือดีครับ โดยสีที่มีวางขายประกอบด้วย Black/Copper กับ White/Copper สีที่เราได้มาเป็น Black/Copper

DSC03242

ไล่ดูองค์ประกอบกันตั้งแต่ด้านหน้ารุ่น Nokia 7 Plus ใช้จอ IPS LCD ขนาด 6 นิ้ว ความละเอียด 1080 x 2160 พิกเซล (Full HD+) ความหนาแน่นของเม็ดพิกเซล 403ppi แน่นอนว่าการดีไซน์เพิ่มพื้นที่หน้าจอตามสมัยนิยมอัตราส่วนการแสดงผล 18:9 สัดส่วนของจอเทียบกับพื้นที่ของเครื่อง 77.2% รองรับ Multi-Touch ได้ 10 จุด

Screenshot_20180417-112431-horz

ส่วนด้านบนของจอเป็น ลำโพงสนทนา กล้องหน้าเลนส์ ZEISS มีโลโก้ Nokia ติดอยู่ตรงขอบบนฝั่งขวาของจอ สำหรับขอบจอ บน-ล่าง ค่อนข้างหนาดูสมมาตรกัน และมีแถบ Navigation Bar ของ 3 ปุ่มหลักอย่าง Back, Home และ Recent App ให้ใช้กัน

DSC03215 DSC03233

พลิกมาด้านหลังเจอกล้องคู่แนวตั้งวางตรงกลาง ระหว่างเลนส์มีโลโก้ ZEISS การันตีคุณภาพฝั่งขวาเป็นแฟลช dual-Tone LED เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมืออยู่ด้านหลังใต้กล้อง

DSC03171

ตรงขอบฝั่งขวาเป็นปุ่มปรับระดับเสียงกับ ปุ่ม เปิด/ปิด ด้านซ้ายเป็นช่องใส่ซิมการ์ดใช้ถาดแบบ Hybrid slot เป็นช่องสำหรับซิมหลัก nanoSIM หนึ่งช่อง ส่วนอีกช่องเลือกได้ว่าจะเป็นซิมสอง nanoSIM หรือ microSD Card ตรงขอบด้านบนเป็นช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. ขอบด้านล่างเป็นพอร์ต USB-C มีลำโพงกับไมค์

DSC03198 DSC03202 DSC03209 DSC03213

DSC03262

มาดูที่ตัวซอฟท์แวร์กันบ้างชิปเซตของ Nokia 7 Plus เป็น Qualcomm Snapdragon 660 ประมวลผล Octa-core (4×2.2GHz Kryo 260 & 4×1.8GHz Kryo 260) ตัว GPU เป็น Adreno 512 รุ่นนี้ติดตั้ง RAM 4GB มีพื้นที่ความจุภายใน 64GB รองรับหน่วยความจำเสริม MicroSD Card ได้สูงสุด 256GB

Screenshot_20180417-104230-horz

สำหรับตัวเซ็นเซอร์ตามที่เปิดดูด้วยแอปฯ Sensor Box ก็มีทั้ง

  • Accelerometer Sensor : เซ็นเซอร์จับลักษณะการเคลื่อนไหวของสมาร์ทโฟน การเอียงเครื่อง
  • Light Sensor : เซ็นเซอร์วัดสภาพแสง เพื่อปรับการแสดงผลหน้าจอ
  • Orientation Sensor : เซ็นเซอร์ปรับมุมมองหน้าจอ
  • Proximity Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับระยะห่างระหว่างผู้ใช้กับเครื่องสมาร์ทโฟน
  • Gyroscope Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับลักษณะการหมุนของสมาร์ทโฟน
  • Sound Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับเสียง
  • Magnetic Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (เข็มทิศดิจิตอล)

Screenshot_20180417-112518-horz

ด้วยสเปคที่ให้มาเพียงพอต่อการใช้งานสนับสนุนเทคโนโลยี AR/VR ได้ไม่มีปัญหา ขณะที่การเล่นเกมในโหมดเฟรมเรทสูงๆ ก็จัดได้ยาวๆจนจบเกมแน่นอน

31562054_10214159152710893_6275829367083892736_n Screenshot_20180417-180107

ขณะที่คะแนนการทดสอบของรุ่นนี้บนแพลตฟอร์ม Benchmark ต่างๆก็ได้ผลลัพท์ดังนี้ครับ

  • PCMark for Android (Work 2.0) : 6444 คะแนน
  • Geekbench 4 : Single-Core = 1635 คะแนน / Multi-Core = 5725 คะแนน
  • AuTuTu Benchmark v7.0.7 : 132282 คะแนน

Screenshot_20180415-114611-horz Screenshot_20180417-104206-horz Screenshot_20180417-110609-horz

ความพิเศษของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้คือการเป็น 1 ใน 3 สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ชุดแรกของ Nokia ที่เป็นสมาร์ทโฟน Android One รันกับระบบปฏิบัติการเวอร์ชั่นใหม่ Android 8.1 (Oreo) ตั้งแต่แกะออกมาจากกล่อง

Screenshot_20180417-113954-horz

จุดเด่นของการเป็น Android One คือตัวผู้ใช้จะได้ใช้งานสมาร์ทโฟนที่เป็น Pure Android ได้ประสบการณ์การใช้งานที่เสถียรไหลลื่น และจะเป็นสมาร์ทโฟนกลุ่มแรกๆที่จะได้รับอัพเดตระบบปฏิบัติการณ์เวอร์ชั่นใหม่ โดยที่จะได้รับประกันการอัพเดตตัวเครื่องขั้นต่ำ 2 ปี

แน่นอนว่าเป็นสายเลือดบริสุทธ์ตัวผู้ใช้จะได้พบกับหน้าตา UI ที่เรียบง่ายมากๆ ไม่มีลูกเล่นให้หวือหวา โดยที่ฟีเจอร์ต่างๆจะขึ้นอยู่กับฝั่งของ Google เป็นหลัก สำหรับ Nokia 7 Plus เองก็มีลูกเล่นพื้นฐานทั่วไปอย่าง

Screenshot_20180417-112732

อาทิเช่น โหมด Multi Windows สำหรับแบ่งการทำงานสองหน้าจอ โดยที่สัดส่วนการแสดงผลจะเป็น 1:1 วิธีเข้าโหมดนี้ก็แค่กด Recent App ค้างไว้แค่นั้นเอง หรือโหมด Picture in Picture ที่จะย่อหน้าจอของแอปที่สองลงมาเป็นหน้าต่างขนาดเล็กโดยที่ตัวจอหลักก็ยังคงรันแอปฯปกติ ซึ่งฟีเจอร์นี้จะรองรับแค่บางแอปฯเท่านั้น

ตัวแบตเตอรี่ใส่มาให้ 3800mAh เรื่องความอึดถือว่าสุดยอดจากทีลองใช้ทั่วไปหยิบถ่ายรูปเล่นบ้างก็ใช้งานได้ถึงสองวันสบายๆ ขณะที่พอร์ตที่ให้มาเป็น USB-C จัดว่ายอดเยี่ยม

Screenshot_20180417-114138-horz

สำหรับระบบรักษาความปลอดภัยก็มีให้ใช้กันทั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือด้านหลังเครื่อง และระบบสแกนใบหน้า

DSC03173

มาดูที่การถ่ายภาพกันบ้าง Nokia 7 Plus เป็นอีกรุ่นที่ได้ใช้กล้องหลังคู่ Dual-Sight โดยที่ใช้เลนส์ออปติกจาก ZEISS หรือ Carl Zeiss ผู้ผลิตเลนส์กล้องชั้นนำจากเยอรมนี

สเปคกล้องหลักที่ใช้เป็นเซ็นเซอร์ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8 ขนาดพิกเซล 1.4µm และกล้องเสริมความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.6 ขนาดพิกเซล 1µm มากับความสามารถด้านการซูมแบบ Optical ได้ 2 เท่า มีระบบโฟกัส PDAF ใช้กันสั่น EIS และมีแฟลช dual-tone LED

Screenshot_20180417-113033-horz

เรื่องฟีเจอร์การถ่ายภาพในรุ่นนี้ไม่ได้มีอะไรมากครับ โดยมีพวกตัวพื้นฐานอย่าง Panorama, HDR, Beauty Mode,Live Bokeh และตัว Pro Mode ที่มีการปรับเปลี่ยน UI ให้ใช้ง่ายขึ้น โดยมีให้ปรับตั้งแต่ตัว ระยะโฟกัส, รูปแบบ White Balance,ISO (100-3200), Shutter Speed (1/500s-4วินาที) และ ชดเชยแสง EV (+-2)

Screenshot_20180417-113109-horz

ขณะที่ความสามารถในการบันทึกวีดีโอความละเอียดสูงสุด 2160p@30fps มีเทคโนโลยีการบันทึกเสียงด้วยไมค์ 3 ตัว Nokia OZO ทำให้เก็บบรรยากาศของเสียงได้คมชัดรอบทิศทาง โดยที่โหมดวีดีโอก็มี Time-lapse กับ Slow-Motion

Screenshot_20180417-113537-horz

ตัวโหมดการถ่ายภาพที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ Nokia ก็มีให้ใช้แน่นอนไม่ว่าจะเป็น Blothie หรือ P-I-P ที่เป็นการบันทึกภาพนิ่ง, วีดีโอ หรือจะเป็นไลฟ์สดลงสังคมออนไลน์ อย่าง YouTube หรือ Facebook ด้วยกล้องหน้าและกล้องหลังพร้อมกัน น่าจะถูกใจสายทำคอนเทนต์ หรือคนที่ชอบทำ Vlog อย่างแน่นอน

Screenshot_20180417-113306-horz

ขณะที่กล้องหน้า 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0 เม็ดพิกเซล 1.0µm ติดเลนส์ ZEISS รองรับวีดีโอความละเอียดสูงสุด 1080p ตัวโหมดก็มีทั่วไปอย่าง Beauty Mode, Live Focus และตัวโหมด Pro ก็มีให้ใช้เช่นกัน โดยปรับ White Balance,ISO (100-1600), Shutter Speed (1/500s-1/2วินาที) และ ชดเชยแสง EV (+-2)

DSC03216

ตัวอย่างภาพจากกล้องของ Nokia 7 Plus

IMG_20180414_123216 IMG_20180414_182415 IMG_20180414_174657 IMG_20180414_174535 IMG_20180414_173702 IMG_20180414_173139 IMG_20180414_170743 IMG_20180414_162146 IMG_20180414_160046 IMG_20180414_152901 IMG_20180414_145725 IMG_20180414_144810 IMG_20180414_143334 IMG_20180414_134943 IMG_20180414_132617 IMG_20180414_132516 IMG_20180414_130201 IMG_20180414_130025 IMG_20180414_125521 IMG_20180414_125356 IMG_20180414_125345 IMG_20180414_124544

IMG_20180417_202958 IMG_20180421_205602 IMG_20180421_203830 IMG_20180421_193835 IMG_20180421_193342 IMG_20180419_200644 IMG_20180419_175707 IMG_20180419_174430~2 IMG_20180419_174342 IMG_20180417_203101

ถ่ายด้วยโหมด Live Bokeh / ถ่ายแบบปกติ Auto ในสภาวะแสงน้อยเหมือนกัน

ถ่ายด้วยโหมด Live Bokeh / ถ่ายแบบปกติ Auto ในสภาวะแสงน้อยเหมือนกัน

ภาพรวมของ Nokia 7 Plus จัดว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่มีรูปลักษณ์แข็งแรง แถมยังมีการดีไซน์ให้ดูสวยและแพง แถมยังเป็น Android One ทำให้มีความเรียบง่าย ไม่ยัดฟีเจอร์มาให้รกเครื่อง ขณะที่อายุการใช้งานแบตเตอรี่จัดว่าจุเอาเรื่อง ถือว่าคุ้มค่ากับราคาแค่ 13,900 บาทเท่านั้น

DSC03332