OPPO Find 5 กับเทคโนโลยีสุดเทพในราคาสุดทึ่ง

OPPO Find 5 11สมัยนี้เทคโนโลยีเป็นเรื่องที่หลายคนให้ความสำคัญมากกว่าศิลปะ ซึ่งทั้งสองอย่าง ส่วนใหญ่มักจะไม่ค่อยไปในทางเดียวกัน บางอย่างสวยแต่ไร้สมองและบางอย่างมีสมองแต่รูปร่างมันแย่ยิ่งนัก แต่ถ้าใครมีทั้งความเป็นศิลปะและความฉลาดอยู่ในตัวแล้วละก็คงจะเจ๋งไม่น้อยเลยละ แน่นอนว่าการจะทำ Smartphone ขึ้นมาซักเครื่องทั้งสวยทั้งฉลาด เป็นเจตนารมณ์ที่ทุกค่ายทำแต่ใครกันละที่จะทำมันออกมาแล้วเข้ากันได้เป็นอย่างดี

OPPO-LogoOPPO Find 5 8OPPO ผู้ผลิต Smartphone ที่ตอนนี้ถือเป็นแบรนด์ระดับโลกไปแล้วเรียบร้อยเพราะเตรียมบุกตีตลาดประเทศใหญ่ๆหลายประเทศในปีนี้ สำหรับอาวุธที่สำคัญของ OPPO ในปีนี้ก็คือ OPPO Find 5 ตัวนี้นั่นเอง

OPPO Find 5 9การออกแบบของ OPPO Find 5 ทาง OPPO บอกว่าทางบริษัทตั้งใจจะเอาความเป็นศิลปะผนวกรวมเข้ากับเทคโนโลยีชั้นยอด เปรียบดั่ง Find 5 เป็นธาตุที่ 5 ที่ใครๆก็อยากครอบครองเหมือนกับ 4 ธาตุอย่าง ดิน น้ำ ลม ไฟ ซึ่งจะเห็นได้ชัดเจนว่า OPPO มีการออกแบบให้ตัวเครื่องมีหลายมิติ เรียบง่าย มีเสน่ห์ โฉบเฉี่ยว เทคโนโลยีล้ำ แต่เปิดหน้าจอขึ้นมาเหมือนเข้าไปอยู่กับอีกโลกที่ดูมีสีสรรเข้าถึงความเป็นศิลปะได้แบบง่ายๆ

IMG_0755ผมเชื่อว่าหลายหลายคนเพิ่งจะรู้จักแบรนด์ OPPO ในฐานะผู้ผลิต Smartphone เมื่อปีที่แล้ว เท่าที่เราเฝ้าจับตามองกันมาจะเห็นได้ชัดว่าบริษัทนี้พยายามหาเทคโนโลยีใหม่ๆที่มีประโยชน์เข้ามาให้กับผู้บริโภคในราคาที่เหมาะสมหรือเรียกง่ายๆว่าไม่แพงนั่นแหละครับ ซึ่งเวลาดำเนินมาจนถึงปีนี้ OPPO Find 5 กำลังจะกลับมาในฐานะนั้นอีกครั้งด้วยจุดเด่นทางด้านการออกแบบ, ประโยชน์, เทคโนโลยีและราคาที่เหมาะสม

IMG_0840IMG_0822OPPO Find 5 ถ้ามองกันในแง่เทคโนโลยีต้องบอกว่ามีมากมายเหลือเกินและเราจะมาชำแหละมันออกมาทีละอย่างให้ได้ดูกัน

IMG_0835การออกแบบตัวเครื่อง Find 5 นั้นเป็นแบบ minimalist เน้นรูปร่างที่เรียบง่ายใช้เส้นตรงเป็นหลัก วัสดุของ OPPO Find 5 ตัวนี้ต้องบอกว่ามันดูดีและพรีเมี่ยมมาก ตั้งแต่การผลิตที่ใช้เทคโนโลยีมากมายในการทำแต่ละชิ้นส่วน เช่น แผงด้านหน้าของตัวเครื่องที่ใช้เวลาการผลิตแต่ละชิ้นถึง 4 ชั่วโมง ถึงแม้ตอนสำเร็จรูปนั้นหนักแค่ 0.63 กรัมก็จริง แต่ว่าก่อนหน้านั้นมันเป็น Stainless Steel ที่หนักถึง 210 กรัม ต้องมาผ่านกระบวนการผลิตอีก 12 ขั้น แล้วยังต้องมาชุบด้วยโครเมี่ยมสีดำที่อุณหภูมิ 800 องศาเซลเซียสที่สภาวะสุญญากาศ ทั้งหมดนี้ส่งผลให้แผงหน้านั้นทนทานต่อการตกและยังช่วยให้ได้ภาพที่สมจริงยิ่งขึ้น

IMG_0838IMG_0862แผงหน้านี้เองยังดำสนิท สังเกตได้ชัดเจนเวลาปิดหน้าจอจะเห็นว่าสีของหน้าจอและขอบเครื่องกลมกลืนเป็นสีเดียวกัน ด้านหลังของตัวเครื่องเป็นเหล็ก Steel Fiber น้ำหนักเบา มีส่วนล่างที่ใช้เป็นวัสดุแบบเดียวกับด้านหลังที่เป็น Steel Fiber ฝาหลังสามารถถอดเปลี่ยนได้ด้วย ในภาพรวมเท่าที่ลองจับต้องบอกว่าตัวเครื่องไม่หนักและวัสดุยังจับแล้วรู้สึกว่ามั่นคงดีเลยทีเดียว ซึ่งตรงนี้ผมว่าถ้าทำตกที่พื้นในระยะไม่มากไม่น่าจะเป็นปัญหาแน่นอน แต่ถ้าตกพื้นปูนหรืออะไรนี่คงต้องมาว่ากันอีกที

IMG_0846IMG_0771หน้าจอของ OPPO Find 5 ใหญ่มากมีขนาด 5 นิ้ว ที่ถึงแม้จะมีขนาดใหญ่แต่ตัวเครื่องก็ไม่ได้ใหญ่มากเพราะมีส่วนขอบแต่ละข้างแค่ 3.25 มม. เท่านั้นเรียกว่าใช้พื้นที่น้อยมาก สำหรับหน้าจอของตัวเครื่องใช้เป็น AH-IPS (Advanced High-performance In-Plain Switching) จาก LG Display ความละเอียด Full HD 1080p (1920 x 1080)

IMG_0774 IMG_0775ความหนาแน่นพิกเซลต่อตารางนิ้วที่ 441ppi มากกว่า iPhone 5 ถึง 35% ส่งผลให้หน้าจอแสดงผลสีสวยสดใสสมจริงและได้มุมมองที่กว้างด้วยเทคโนโลยี IPS ที่ช่วยให้การกระจายของแสงลดลงทำให้มองในมุมกว้างแล้วสีสรรจะไม่เพี้ยน เพราะการวิ่งของโมเลกุล Crystal นั้นจะเปลี่ยนเป็นในแนวขนาน จากเดิมที่วิ่งในแนวตั้งฉากและส่วนของ AH ด้านหน้าที่ย่อมาจาก (advanced high-performance) นั้นยังทำให้การส่งผ่านแสงดีขึ้นและทำให้ตัวสีแสดงออกมาได้เต็มที่ ส่งผลให้ประหยัดพลังงานลงเพราะใช้กำลังแสงลดลง

IMG_0861IMG_0782การผลิตหน้าจอยังใช้เทคโนโลยี OGS Crafts หรือที่เรียกว่า One Glass Solution ที่มีการรวมส่วนของ Touch Sensor และหน้าจอรวมกันเป็นชิ้นเดียว ส่งผลให้หน้าจอบางลงได้ 20% และตอบสนองเร็วขึ้นอีก 10% ทั้งหมดนี้ทาง OPPO เรียกว่าหน้าจอ “Super Screen”

IMG_0849IMG_0856ลักษณะตัวเครื่องในภาพรวมนอกจากด้านหน้าที่มีลำโพง, กล้องหน้าและปุ่มควบคุมต่างๆ(ปุ่มควบคุมด้านล่าง ตอนใช้งานมันมืดมากไม่แน่ใจว่าเรืองแสงได้ไหมต้องลองอีกทีตอน Review ครับ)แล้ว ด้านข้างตัวเครื่องยังมีปุ่ม Power/Wake และปุ่มเพิ่ม/ลดเสียงอยู่เหมือนเดิม ส่วนล่างมี microUSB และไมค์สนทนา ส่วนด้านบนมีแค่ช่องต่อหูฟัง 3.5 มม.และด้านหลังเองมีกล้องความละเอียด 8 ล้านพิกเซลและ LED Flash, ไมค์ตัดเสียงรบกวนและมีลำโพง Speaker

OPPO Find 5 10OPPO Find 5 7OPPO Find 5 6OPPO Find 5 มาพร้อม Sensor กล้องใหม่ล่าสุด 1/3.06-type 13 ล้านพิกเซลพร้อม LED Flash (แบบเดียวกับ Sony Exmor RS) ตัว Sensor มีเทคโนโลยี Stacked CMOS ทำให้ถ่ายภาพในที่แสงน้อยได้เป็นอย่างดี แถมยังมาพร้อมกับรูรับแสง f/2.2, เลนส์ 5 ชั้นพร้อม Blue-Glass filter อีกด้วย ส่วนกล้องหน้ามาพร้อมกล้องความละเอียด 1.9 ล้านพิกเซล

IMG_0804IMG_0810 IMG_0811ตัวกล้องยังใช้ Hardware ที่รองรับเทคโนโลยี HDR ได้ทั้งภาพและวีดีโอเหมือนกับ Sony Xperia Z ทำให้ถ่ายทั้งภาพและวีดีโอย้อนแสงได้ ที่สำคัญก็คือตัวเครื่องยังสามารถถ่ายวีดีโอได้สูงสุดถึง 1080p ที่ 120FPS เร็วกว่าที่ตามนุษย์มองได้ถึง 5 เท่า แน่นอนมันเลยทำให้ภาพที่ออกมาจากวีดีโอที่ถ่ายเนียนมาก แม้จะเล่นแบบปกติหรือเล่นแบบ Slow motion หรือหยุดภาพเฉยๆก็จะรู้สึกว่ามันเนียน ทั้งนี้ทั้งนั้นยังมี Burst Mode ที่ถ่ายภาพได้ 5 ภาพต่อวินาทีและยังทำให้ถ่ายภาพที่ถึง 100 ภาพต่อเนื่อง (Continuous Shot)

OPPO Find 5 2IMG_0788เข้ามาที่ระบบเสียงโดยตัวเครื่องมาพร้อมกับเทคโนโลยี 2 ตัวชื่อกล้องโลกทั้งระบบเสียง Dolby 3D Surround sound และระบบเสียง Dirac HD ซึ่งมีแค่ 5 บริษัทในโลกที่สามารถใช้เทคโนโลยีนี้ได้ซึ่งอุตสาหกรรม Smartphone มีแค่ OPPO เจ้าเดียว โดยเทคโนโลยี Dirac HD นี้เองเป็นการรวมกันระหว่าง Hardware และ Software ซึ่งเป็นระบบเสียงขั้นสูงแบบเดียวกับที่ใช้ในภาพยนตร์ทั้งหลาย เสียงที่ออกมาจึงใสสมจริงแบบที่นักดนตรีต้องการให้เราฟัง

OPPO Find 5 3หูฟังที่แถมมากับเครื่องยังผลิตเองโดย OPPO และ Dirac ทำให้ระบบเสียงเข้ากันได้เป็นอย่างดี

IMG_0855นอกจากนี้เองในงานเปิดตัว OPPO Find 5 ในวันที่ 30 มกราคมที่ผ่านมานั้นทางคุณ Zipboy ยังได้ลองทดสอบเสียงคร่าวๆแล้วบอกว่า “พื้นฐานเสียงของตัวเครื่องนั้นดี (แบบไม่ได้เปิดโหมดอะไรเลยเช่น Dolby และ Dirac) ถ้าเปิด Dirac HD แล้วเสียงที่ออกมาดีมีมิติที่มากขึ้นและดีกว่าของ Beats Audio ที่มีบน HTC” แต่พี่เค้าก็ยังย้ำว่าการทดสอบนี้เบื้องต้นเท่านั้น

QualcommS41GL-APQ8061 Sunspider APQ8064ด้านหน่วยประมวลผลของตัวเครื่อง OPPO Find 5 มาพร้อมกับชิพเซตของ Qualcomm รุ่น Snapdragon S4 Pro APQ8064 1.5GHz + MDM9615 ซึ่งเป็นชิพ Baseband รองรับ LTE ด้วย ตัวชิพเซตผลิตที่สถาปัตยกรรม 28nm ส่วนของ CPU เองรองรับ L2 cache ถึง 2MB และมี RAM แบบ Dual-Channel 533MHz ถึง 2GB เหมือนกับรุ่นท็อปตัวอื่นๆทำให้เปิดโปรแกรมหลายโปรแกรมพร้อมกันได้สบายและ GPU เป็น Adreno 320 ที่มีระบบการทำงานแบบ FlexRender แบ่งเป็น 2 โหมดการทำงานทำให้ประหยัดพลังงานมากขึ้นเพราะจะมีการแบ่งโหมดตามการใช้งาน

OPPO Find 5 4เข้าสู่เรื่องการเชื่อมต่อของตัวเครื่องอันนี้ทาง OPPO ก็มีไฮไลท์เด็ดก็คือการใช้เทคโนโลยีส่งไฟล์โดยเชื่อมต่อผ่าน NFC และส่งข้อมูลผ่าน Wi-Fi Direct ส่งผลให้เชื่อมต่อได้รวดเร็วใช้เวลาแค่ 0.1 วินาทีเท่านั้น ส่วนไฟล์นั้นส่งได้ที่ความเร็ว 30MB/s กันเลยทีเดียว สำหรับวิธีใช้ก็ง่ายๆแค่เอาเครื่องแตะกันเท่านั้น

OPPO Find 5 5IMG_0797ยิ่งไปกว่านั้นทาง OPPO ยังได้ใช้เทคโนโลยี NFC ให้เป็นประโยชน์ด้วย NFC Scene Tag ที่เหมือนกับของ Sony Smart tag เอาไว้ติดตามห้องหรือสถานที่ต่างๆ แค่นำเครื่องไปแตะเท่านั้นการเชื่อมต่อของเครื่องจะเปลี่ยนไปตามที่ Tag นั้นตั้งค่าไว้หรือจะให้เปิดโปรแกรมก็ทำได้ นอกจากนี้ตัวเครื่องยังมีเทคโนโลยี Wi-Fi Display และ DLNA ในตัวที่ใช้ร่วมกับอุปกรณ์ตัวใหม่ขนาดเล็ก F-Box ที่ถือเป็นตัวกลางเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ตัวอื่นๆได้อย่างหลากหลาย

OPPO Find 5 มาพร้อมกับ Android 4.1 Jelly Bean รองรับเครือข่าย 3G ได้ทุกค่ายในประเทศไทย 850/900/2100 MHz ได้ครบหมดครับ มีหน่วยความจำภายใน 16GB (เพิ่มด้วย microSD Card ไม่ได้) และมาพร้อมกับแบตเตอรี่ 2,500 mAh แบบ lithium-ion ถือว่าเยอะเลยทีเดียว

IMG_0816HTC-Butterfly-Android-Jelly-Bean-salesOPPO Find 5 มีคู่แข่งมากมายทั้ง HTC Butterfly (22,900), Sharp AQUOS Phone (16,900) และ Sony Xperia Z นี่ยังไม่รวมอุปกรณ์ที่ยังไม่ได้เปิดตัวอย่าง ZTE Grand S, Huawei Ascend D2, LG Optimus G2/Pro และ Samsung Galaxy S IV แต่นาทีนี้ต้องบอกว่า OPPO Find 5 ได้เปรียบมากที่สุดเพราะว่ามีราคาที่ถูกแค่ 16,990 บาท กับ Spec ที่ต้องบอกว่าสูงเท่าและมีบางอย่างดีกว่า HTC Butterfly แถมยังมีกำหนดขายในเดือนนี้ ส่งผลให้แบรนด์อื่นลำบากใจไม่น้อยเหมือนกัน โดยเฉพาะรุ่นที่ราคาเท่าๆกันอย่าง Sharp AQUOS Phone ที่ต้องบอกว่าเหนื่อยแน่ เพราะมี Spec ต่ำกว่ามากในราคาที่ต่างกันไม่ถึง 1 พันบาทเท่านั้น

1859_120821180223Tw img2577เท่าที่ผมเขียนมาถึงตรงนี้ผมสังเกตเห็นได้ชัดเลยว่าทาง OPPO นั้นมีการหยิบชิ้นส่วนและเทคโนโลยีเซียนๆของหลายๆเจ้าเข้ามาใช้งาน เช่น Sony ที่มาในเรื่องของ Sensor กล้องกับเทคโนโลยี NFC และส่วนเทคโนโลยีหน้าจอที่มาจาก LG Display นอกนั้นก็เอาจุดเด่นของตัวเองเรื่องการผลิตและเรื่องของระบบเสียงเข้ามารวมกัน ส่งผลให้ OPPO Find 5 นั้นมีจุดเด่นในแทบจะทุกๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นกล้อง, เสียง, หน้าจอ, ความเร็ว, วัสดุ, การออกแบบและอื่นๆอีกมากมาย แถมยังมีราคาที่ถูก ตัวเครื่องมีการออกแบบสวยงามไม่มีขี้เหร่กว่ารุ่นอื่นเลยซักนิด แล้วทั้งสวย ฉลาด ลงตัว แบบนี้ทำไม OPPO Find 5 จะขายไม่ได้ละครับ

IMG_0813ซักนิด ขอทิ้งท้ายไว้ว่าถ้าได้เครื่องมารีวิวเมื่อไรจะมาเล่าข้อดีและข้อเสียให้ฟังกันอีกทีครับ เพราะเรื่องที่เราคุยกันตอนนี้เป็นเรื่องด้านความสามารถและ Spec ล้วนๆ แต่มันจะใช้งานได้ดีจริงรึเปล่าอันนี้ก็สุดแล้วแต่ OPPO ละครับ

IMG_0852สรุป Spec ทั้งหมด

สัดส่วนเครื่อง: 141.8 x 68.8 x 8.86 มม.

น้ำหนัก: 165 กรัม

รองรับเครือข่าย: UMTS/HSDPA/HSUPA/HSPA+/HSPA+42 (850, 1700, 1900, 2100MHz), GSM/EDGE (850, 900, 1800, 1900MHz)

หน่วยประมวลผลและกราฟฟิค: Qualcomm APQ8064 Quad-Core 1.5GHz พร้อม GPU Adreno 320

หน้าจอ: 5.0 นิ้ว 1080P 441PPI IPS (1,080×1920)

หน่วยความจำภายใน(ROM): 16GB

RAM: 2GB

กล้องหลักด้านหลัง: 13 ล้านพิกเซล Stacked CMOS sensor พร้อมระบบ HDR ถ้าวีดีโอความละเอียดสูงสุด 1080p ที่ 120 FPS, f/2.2 aperture, blue glass filters

กล้องด้านหน้า: 1.9 ล้านพิกเซล

การเชื่อมต่อ: 802.11a/b/g/n Wi-Fi (802.11n 2.4GHz และ 5GHz), Wi-Fi Direct, Bluetooth 4.0, NFC

ความสามารถอื่นๆ: Android 4.1 (Jelly Bean), GPS, Wi-Fi Display, DLNA, Gyroscope, Digital compass, Microphone, Sensors (light, proximity, magnetic และ gravity)

แบตเตอรี่: 2500 mAh lithium-ion battery

อุปกรณ์เสริม: Power adapter, USB Cable, Headphones 3.5mm