พาชม ICT Expo 2012 อนาคตโทรคมนาคมและ IT ไทย ที่รอวันเป็นความจริง

ถ้านึกถึงงานแสดงความก้าวหน้าของประเทศไทย ไม่ว่าจะวงการไหน งานเหล่านี้เป็นความภูมิใจของคนในวงการนั้นๆ ที่แสดงให้เห็นว่า ทั้งคนในวงการ และส่วนรวมของประเทศ จะได้พัฒนาความเจริญให้กับประเทศไทย สำหรับในวงการโทรคมนาคม รวมถึงวงการ IT แล้ว หลังจากงาน 3.9G Thailand Human D.N.A. เมื่อปี 2553 ที่ผ่านมา ก็เว้นว่างไปพร้อมกับโลกที่พัฒนาเทคโนโลยี ประเทศไทยก็พร้อมกับการทำทุกอย่างให้ 3G ได้รับการประมูลอย่างถูกต้องไม่มีข้อครหา

งาน ICT Expo 2012 จึงเป็นอีกครั้งที่คนในแวดวงโทรคมนาคม / IT ต่างใช้พื้นที่นี้ในการปล่อยของ โดยในครั้งนี้ เน้นไปในเรื่องของการแสดงศักยภาพของ 4G และความพร้อมของ 3G รวมถึงบทบาทของหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องกับวงการนี้ ในการขับเคลื่อนความก้าวหน้าของโทรคมนาคม / IT ประเทศไทยให้เป็นส่วนนึงของตัวช่วยพัฒนาคุณภาพประเทศไทยเช่นกัน

งาน ICT Expo 2012 จัดที่อาคารชาแลนเจอร์ 3 อิมแพค เมืองทองธานี ในช่วงวันที่ 3-6 สิงหาคมนี้ เข้างานได้ฟรี ซึ่งทีมงาน MXPhone ขอเล่าแบบสรุปคร่าวๆ ว่าแต่ล่ะส่วนมีอะไรบ้าง และอยากให้ไปชมงานนี้ด้วยเช่นกัน มาชมกันเลยครับ^^

กสทช. / กระทรวง ICT

สำหรับสองหน่วยงานผู้เกี่ยวข้องกับงานนี้โดยตรง รวมถึงมีบทบาทสำคัญกับการพัฒนาด้านโทรคมนาคม / IT ประเทศไทยแล้ว ในงานครั้งนี้ กสทช. / กระทรวง ICT ได้จัดบูทรวมหน้าที่เกี่ยวข้องของหน่วยงาน เพื่อให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นว่า บทบาทที่ทำ มีหน้าที่อะไรบ้าง นอกจากนี้ยังนำข้อมูลเรื่องยอดฮิตอย่าง การจอดำในการถ่ายทอดสดรายการติดลิขสิทธิ์ต่างๆ โดยอธิบายถึง Must Carry Rules ให้เข้าใจเช่นกัน และในงานนี้ ถือเป็นครั้งแรกที่เปิดตัว ICT Free Wi-Fi ให้ประชาชนได้ใช้งานกัน

CAT / TOT

สองหน่วยงานเอกชนที่รัฐบาลถือหุ้น มาแสดงถึงผลิตภัณฑ์ที่มีให้บริการ โดยสิ่งที่เหมือนกันของ 2 ค่ายนี้ เป็นเรื่องของ 3G ที่ต่างก็มีแบรนด์ของตัวเองให้บริการ ในขณะเดียวกัน บริการพวกโทรทางไกลระหว่างประเทศ / Internet ความเร็วสูง ซึ่ง TOT จะมีพิเศษกว่าเล็กน้อย ตรงที่นำเกมออนไลน์ในเครือมานำเสนอ รวมถึง 4G TDD คลื่น 2300 MHz ที่ทำ VDO Wall ไว้สนทนาระหว่างบูท AIS กับ TOT เช่นกัน

AIS

ในงานนี้แน่นอนว่า สิ่งที่นำมาแสดง เป็นเรื่องศักยภาพของ 4G TDD คลื่น 2300 MHz ที่มี VDO Wall ที่ส่งข้อมูลด้วย 4G กับบูทของ TOT เปิดให้ลองคุยกันได้ว่าคุณภาพคมชัดสมกับความเร็วหรือไม่ อย่างต่อมา AIS นำ 4G ไปประยุกต์กับการนำไปใช้งานต่อในหลายรูปแบบ ในส่วนประสบการณ์ใช้งานจริง ทีมแพทย์ของโรงพยาบาลพระมงกุฎฯ ใช้ AIS ในการส่งข้อมูลคนไข้ให้กับโรงพยาบาล เพื่อช่วยตัดสินใจในการรักษาเบื้องต้นก่อนถึงมือหมอ

ในงานครั้งนี้ AIS ได้เปิดตัว Guide & Go ที่เป็น App นำทางผสาน Social ครั้งแรก รวมถึงยังคงโปรโมท Line พร้อม Sticker น้องอุ่นใจ / ภาษาไทย รวมถึงครั้งแรกของ Line For BlackBerry ที่สงวนให้ลูกค้า AIS ได้ใช้งานกันเท่านั้น และในอีกมุมของงาน AIS ก็เปิดบูทจำหน่ายมือถือและเบอร์ของ AIS เช่นกัน

dtac

Life Network ยังคงเป็นแคมเปญการโปรโมท dtac ในงานนี้ เป็นการนำอุปกรณ์สัญญาณใหม่ ที่ใช้ของ Ericsson มาแสดงให้เห็นว่า การปรับปรุงคุณภาพสัญญาณ dtac มีรูปธรรมในด้านใดบ้าง โดยผ่านการเล่าเป็นการ์ตูนแบบ Infographic และสัญญาณใหม่ ก็พร้อมกับ 4G ในอนาคตแค่ติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มตัวเดียวเท่านั้น ในงานนี้เปิดตัว App DEEZER ที่เป็น Online Music Streaming ชื่อดังของโลก ใน App มีเพลงของ RS ซึ่งร่วมเป็นพันธมิตรด้านเนื้อหาเพลงไทยใน App ดังกล่าว ในขณะเดียวกัน dtac Wi-Fi ที่ยังเป็นสิ่งที่ dtac โปรโมทต่อไป ในบูทเองก็มีเครื่อง Smartphone หลากรุ่นให้ลองใช้งานกัน และมีน้ำตาลเชื่อมเป็นรูปเสาสัญญาณใหม่ของ dtac แจกผู้เข้าบูทเช่นกัน พร้อมกับมุมไกลๆ ในงาน ก็มาออกบูทขายมือถือและเบอร์ของ dtac

True

บริษัทที่มีบริการด้านโทรคมนาคมหลากรูปแบบ ในงานนี้ True นำ Internet ความเร็วสูงทั้งหมดที่ True มีให้บริการ ใน เวลานี้ ไม่ว่าจะตัว ADSL / Cable / Wi-Fi นำมาให้ทดลองใช้งานจริงผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือจะลองกับอุปกรณ์ที่พกมาเล่นเองได้เช่นกัน ในส่วน TrueMove H ก็แสดงศักยภาพ 4G บนพื้นฐานคลื่น 1800 MHz ผู้ร่วมชมบูท สามารถรับเครื่องดื่มจาก True Coffee ดับกระหายได้เช่นกัน และ TrueMove H ก็มาจัดบูทขายมือถือในมุมไกลๆ แบบเดียวกับ AIS / dtac เช่นกัน

Samsung

ถือเป็นผู้ผลิตมือถือเจ้าใหญ่สุดในตลาด ที่เข้าร่วมงานครั้งนี้ โดยไม่ได้นำของรุ่นใหม่มาแสดง มีเพียงรุ่นที่ทำตลาดแล้วทั้งหมด แต่ในบูทจะแสดงถึงการนำไปใช้ของแต่ล่ะรุ่น ว่ามีอะไรบ้าง โดยโปรโมชั่นหลักในงานที่เด็ดสุด คงเป็น Tab 7.7 ที่หากเป็นนักเรียน / นิสิต / นักศึกษา แสดงบัตร รับกล้องดิจิตอลฟรีไปเลย

Huawei

ผู้อยู่เบื้องหลังสัญญาณโทรศัพท์มือถือค่ายต่างๆ ในงานนี้ถือเป็นการเปิดตัวทำตลาด Smartphone ในชื่อ Huawei แบบทางการ หลังจากเปิดตัว Tablet MediaPad ไปเมื่อปลายปีที่แล้ว สำหรับตลาดประเทศไทย Huawei ใช้ Ascend P1 เป็นหัวหอกทำตลาด โดยใช้สเปค Dual-Core 1.5 GHz / หน้าจอ Super AMOLED / ICS เป็นจุดชูโรง วางราคาขายไว้ที่ 14,990 บาท พร้อมกับเปิดตัวพันธมิตรอย่าง TG Fone เป็นผู้ทำการจัดจำหน่าย และ S-VOA เป็นผู้ดูแลบริการหลังการขาย

นอกจากนี้ ในงานยังมีซุ้มจากกิจการที่เกี่ยวของกับวงการ IT รวมถึงซุ้มการใช้ ICT ในการป้องกันภัยพิบัติ มาให้ชมกันหลังงาน ภาพรวมแล้ว งานอาจไม่ใหญ่มาก แต่ก็พอให้การมาเที่ยวชมครั้งนี้ เป็นตัวจุดประกายให้เห็นว่า อนาคคของโทรคมนาคมและ IT ของไทย รอวันในสิ่งนำมาจัดแสดงเหล่านี้ กลายเป็นสิ่งที่ได้ใช้จริงในอนาคตเช่นกัน

คงต้องฝากไปถึงผู้ใหญ่ผู้ถืออำนาจบริหารบ้านเมืองนี้ ที่มีส่วนสำคัญว่าจะผลักดันให้เกิด หรือเป็นแค่การรอคอยในวันที่โลกประเทศอื่นวิ่งนำสิ่งที่เราควรได้รับไปล่วงหน้าแล้ว