[Review] Huawei Mate 10 Pro สมาร์ทโฟนที่มากับ AI ฉลาดแค่ไหน? แต่ที่แน่ๆแบตอึดมาก

IMG_8997_mxphone

การมาของ Huawei Mate 10 Pro ถือเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำของ Huawei ในแง่ของการเป็นสมาร์ทโฟนที่มากับสเปคระดับสูง ที่ให้ประสิทธิภาพแบบไฮเอนด์ในระดับราคาที่ต่ำกว่าคู่แข่ง และที่สำคัญคือเรื่องกล้องที่ยังทำงานร่วมกับไลก้าอย่างใกล้ชิดเพื่อรีดประสิทธิภาพกล้องคู่ออกมาเป็นอย่างดี

โดยจุดเด่นหลักๆของ Mate 10 Pro จะเน้นที่การประมวลผลที่นำชิปเซ็ตรุ่นใหม่อย่าง Kirin 970 มาใช้งาน และเคลมว่าเป็นชิปเซ็ตที่มาพร้อมกับ AI ตัวแรกของโลก ต่อมาคือเรื่องของกล้องที่เพิ่มรูรับแสงเป็น f/1.6 ทำให้ถ่ายภาพในที่แสงน้อยได้ดีขึ้นอีก และสุดท้ายคือเรื่องการรับ 4G ที่สามารถใช้งานพร้อมกัน 2 ซิมได้

ข้อมูลสเปคของ Huawei Mate 10 Pro

หน้าจอ OLED FullView Display ขนาด 5.9 นิ้ว ความละเอียด 2160 x 1080 พิกเซล อัตราส่วน 18:9
หน่วยประมวลผล Huawei Kirin 970 Octa-core (Cortex A73 2.36GHz + Cortex A53 1.8GHz)
หน่วยประมวลผลกราฟิก Mali-G72 MP12
หน่วยประมวลผลโครงข่ายประสาท Neural Network Processing Unit (NPU)
หน่วยความจำ RAM 6GB / ROM 128GB
กล้องหลังเลนส์คู่ 20 + 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.6 + f/1.6
กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0
การเชื่อมต่อ 4G LTE, Wi-Fi 802.1.1 a/b/g/n/ac, WiFi Direct, Bluetooth 4.2, USB Type C, DisplayPort 1.2
ระบบปฏิบัติการ Android 8.0 Oreo
ขนาดตัวเครื่อง 154.2 x 74.5 x 7.9 มิลลิเมตร
น้ำหนัก 178 กรัม
แบตเตอรี่ 4000 mAh
สีที่วางจำหน่าย Midnight Blue, Mocha Brown
ราคา 27,900 บาท

IMG_8965_mxphone

ดีไซน์ตัวเครื่องของ Huawei Mate 10 Pro จะไม่ได้เน้นที่ความเพรียว หรือดีไซน์ที่เป็นแฟชั่นมาก เหมือนในซีรีส์ P แต่จะเน้นในเครื่องของตัวเครื่องที่แข็งแรง จับใช้งานได้ถนัดมือ และที่สำคัญคือแฝงความหรูหราเข้าไปจากสีใหม่ที่นำมาจำหน่าย

IMG_8973_mxphone

อย่างรุ่นที่ MXphone ได้มาทดสอบจะเป็นรุ่นสีมอคค่า บราวน์ (Mocha Brown) ซึ่งเป็นสีที่ไม่ค่อยเห็นกับสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆในท้องตลาด ทำให้ Mate 10 Pro ดูมีความต่าง และเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยขนาดของตัวเครื่องจะค่อนข้างใหญ่เมื่อถือใช้งาน

IMG_8972_mxphone

จอของ Huawei Mate 10 Pro จะเป็นจอยุคใหม่ที่เป็น Full View แล้วในสัดส่วน 18:9 ดังนั้นการที่ให้จอขนาด 5.9 นิ้วมา ก็ไม่ได้ทำให้ตัวเครื่องใหญ่จนเกินไป โดยที่ขอบบนจะมีกล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ช่องลำโพงสนทนา เซ็นเซอร์ และไฟแอลอีดีแสดงการแจ้งเตือน ส่วนขอบล่างจอจะมีโลโก้แบรนด์ Huawei อยู่

IMG_9002_mxphone

หลังเครื่องบริเวณขอบจะทำให้โค้งขึ้นมารับกับอุ้งมือในเวลาจับถือ โดยมีกล้องคู่จัดวางอยู่ในแนวตั้ง ขนาบด้วยไฟแฟลช และเลเซอร์โฟกัส และแน่นอนว่ามีคำว่า LEICA Summilux UX-H อยู่ด้วย เพื่อยืนยันความร่วมมือกับ Leica ลงมาเป็นเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ

ที่สำคัญคือภายในตัวเครื่อง Huawei Mate 10 Pro จะมากับแบตเตอรีขนาด 4,000 mAh โดยทาง Huawei ได้มีการออกแบบแบตเตอรีใหม่ เพื่อให้รองรับการใช้งานที่ยาวนานขึ้น ส่งผลให้เรื่องของแบตเตอรีกลายเป็นจุดเด่นสำคัญที่สุดของไฮเอนด์รุ่นนี้

IMG_8979_mxphone IMG_8980_mxphone

รอบตัวเครื่องทางฝั่งขวาจะมีปุ่มปรับระดับเสียง และปุ่มพาวเวอร์ ฝั่งซ้ายจะเป็นช่องใส่ถาดซิมการ์ด ที่จะเป็นถาดซิมแบบ 2 Nano SIM เท่านั้น ไม่มีช่องใส่การ์ด Micro SD มาให้ ทำให้ไม่สามารถเพิ่มพื้นที่เก็บข้อมูลได้

IMG_8983_mxphone IMG_8982_mxphone

ทางด้านบนนอกจากจะมีลายเสาอากาศแล้วก็จะมีเซ็นเซอร์อินฟาเรด (IR) มาให้เพื่อใช้ในการควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้าได้ และยังมีช่องไมโครโฟนมาช่วยตัดเสียงด้วย ส่วนด้านล่างจะเป็นพอร์ต USB-C ช่องลำโพง และไมโครโฟนสนทนา

IMG_8998_mxphone

ส่วนอุปกรณ์ที่ให้มาในกล่องประกอบไปด้วยตัวเครื่อง Mate 10 Pro หูฟังแบบ USB-C อะแดปเตอร์ สาย USB-C หัวแปลงหูฟังแบบ 3.5 มม เป็น USB-C เคสใส คู่มือการใช้งาน และเข็มจิ้มซิม โดยกล่องที่ใส่มาก็จะแฝงความหรูอยู่หน่อยๆ ตามสไตล์ของ Huawei

s01

มาถึงการใช้งานตัวเครื่อง Huawei Mate 10 Pro จะมากับ MIUI 8.0 เหมือนใน P10 และ P10 Plus รวมถึง Nova 2i ที่ MXphone รีวิวไปก่อนหน้านี้ ดังนั้นในแง่ของการใช้งานทั่วๆไป Mate 10 Pro ตอบสนองการใช้งานได้หมดอยู่แล้ว

s02

จุดที่เพิ่มเข้ามาคือความฉลาดของตัวเครื่องที่มากับ Kirin 970 และ Android 8.0 คือ MIUI จะค่อยๆเรียนรู้ผู้ใช้อยู่เรื่อยๆ และมีการแจ้งเตือนอย่างมีแอพใดใช้พลังงานมากกว่าปกติอยู่เรื่อยๆ ซึ่งถ้าไม่ต้องการให้แจ้งเตือนก็สามารถสั่งปิดการแจ้งเตือนได้

หรืออย่างเมื่อปาดขวาในหน้าจอหลัก จะเข้าไปแสดงผล SmartCare ที่น่าสนใจคือจะมีบอกว่าวันนี้เดินไปกี่ก้าว คิดเป็นระยะเท่าไหร่ เผาผลานไปกี่แคลลอรี่ โดยดึงข้อมูลจาก Huawei Health รวมถึงระยะเวลาการใช้โทรศัพท์ที่จะบอกว่าวันนี้ใช้ไปกี่นาทีแล้วและใช้เวลากับแอพพลิเคชันได้มากที่สุด

s03

ทีนี้มาดูกันที่จุดเด่นของ Huawei Mate 10 Pro กันบ้าง ไฮไลท์แรกเลยคือเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่สามารถใช้งาน 2 ซิม สแตนบาย 4G ได้ กล่าวถึงทั้งซิมหลักและซิมรองจะเชื่อมต่อ 4G พร้อมกัน ในขณะที่รุ่นอื่นๆตอนนี้ส่วนใหญ่จะได้แค่ซิมหลัก 4G และซิมรอง 3G

s04

ความสามารถนี้ช่วยอะไร ง่ายๆก็คือ ถ้าใครที่ใช้ซิมรองไว้ใช้งานเน็ตอย่างเดียวจาก 4G ซิมหลักจากเดิมที่ต้องต่อเป็น 3G ก็สามารถมาจับ 4G และใช้งาน VoLTE ได้ ทำให้ได้คุณภาพเสียงที่ดีขึ้น นอกจากนี้ การที่ตัวเครื่องรองรับ 4.5G LTE Cat 18 ถ้าใช้งานบนคลื่นที่รองรับจะทำความเร็วได้สูงถึง 1.2 Gbps

s05

เรื่องความเร็วเครือข่ายไปแล้ว ถัดมาคือความโดดเด่นของแบตเตอรี 4,000 mAh ที่มากับระบบ SuperCharge ที่ชาร์จ 30 นาที จะได้แบตเตอรีประมาณ 58% หรือถ้าจะชาร์จให้เต็มจะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที แต่ถ้าลืมที่ชาร์จแล้วไปใช้ที่ชาร์จธรรมดา ระยะเวลาจะเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวกว่าจะเต็ม

ถ้าเทียบกับการใช้งานทั่วๆไป แบต 50% สามารถใช้งานได้เกือบๆวันสบายๆ เพราะเท่าที่ใช้มา 1 สัปดาห์ น้อยครั้งมากที่แบตจะลดต่ำกว่า 40% เมื่อชาร์จในช่วงก่อนนอน แต่ถ้าเล่นเกมหนักๆ Mate 10 Pro จะใช้งานต่อเนื่องได้ราว 8-10 ชั่วโมงสบายๆ

s09

สุดท้ายคือเรื่องของกล้อง ที่ Kirin 970 จะเข้ามาช่วยในการนำ AI มาประมวลผล ด้วยการเลือกโหมดถ่ายภาพแบบอัตโนมัติให้เหมาะกับสภาพการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพแลนด์สแคป ถ่ายภาพบุคคล ถ่ายภาพในที่แสงน้อย หรือถ่ายภาพอาหาร ถ่ายตัวอักษร AI จะเข้ามาช่วยเลือกโหมดที่เหมาะที่สุดให้

s10

นอกจากนี้ ด้วยการที่กล้องมากับรูรับแสง f/1.6 ช่วยให้การถ่ายภาพในที่แสงน้อยทำได้ดีขึ้น แถมยังเก็บรายละเอียดได้ชัดเจนจากกล้องคู่ที่เป็นขาวดำ ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล มาช่วยเพิ่มความคมชัดให้แก่วัตถุ รวมถึงจุดเด่นในการถ่ายภาพแบบขาวดำที่ยังคงอยู่ด้วย

ส่วนกล้องหน้าก็ถูกพัฒนาขึ้นเช่นกัน ทั้งการถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอ การเพิ่มโบเก้จากการใช้ซอฟต์แวร์มาช่วยประมวลผล และบิวตี้โหมดที่ช่วยให้การเซลฟี่ทำได้สนุกขึ้น ยังมีโหมดการถ่ายภาพกล้องหน้ามุมกว้าง (Panorama Selfie) มาให้ใช้กรณีต้องการถ่ายภาพหมู่จากกล้องหน้าด้วย

ตัวอย่างภาพจาก Mate 10 Pro

nfd

nfd

nfd

nfd

edf

edf

ozedf

ozedf

oznor

oznor

cof

cof

sdr

sdr

cof

cof

อย่างไรก็ตาม การรีดประสิทธิภาพของกล้อง Mate 10 Pro ให้ออกมาได้ดีที่สุด ยังคงต้องพึ่งพาความสามารถของผู้ถ่ายภาพในโหมดโปร (Manual) อยู่เช่นเดิม เพราะด้วยการที่กล้องเปิดให้ปรับตั้งค่าได้ละเอียดขึ้น ถ้าเป็นคนที่ชอบเล่นกล้องจะชอบมาก

s06

หลักๆแล้ว จุดเด่นของ Mate 10 Pro คือ 3 เรื่องนี้ ส่วนที่เหลือคือเรื่องการใช้งานทั่วไป เล่นเกม ใช้เล่นโซเขียลเน็ตเวิร์ก ทำงานต่างๆ ถือเป็นเรื่องปกติที่สมาร์ทโฟนรุ่นไฮเอนด์ของ Huawei ไม่พลาดอยู่แล้ว ดังนั้น Mate 10 Pro จึงถือว่าค่อนข้างครบถ้วนสำหรับผู้ที่อยากได้สมาร์ทโฟนสเปคแรงเครื่องเดียวจบ

s11

ในแง่ของการรักษาความปลอดภัย ยังคงเป็นการใช้งานลายนิ้วมือเป็นหลัก ร่วมกับระบบของ Huawei ID ที่มีความปลอดภัย และฉลาดมากขึ้น ด้วยการทำระบบยืนยันตัวตน 2 ทิศทาง รวมถึงการสำรองข้อมูล เก็บไว้บนคลาวด์ในกรณีฉุกเฉิน

s12

ที่น่าสนในที่สุดคือระบบ Phone Clone ที่ทำการย้ายข้อมูลทั้งหมดมาจากแอนดรอย์เครื่องเดิม โดยไม่ต้องแม้กระทั่งล็อกอินใช้งานแอปพลิเคชันใหม่ (จะมีบางแอปต้องทำการล็อกอินใหม่ สำหรับแอปที่มีระบบรักษาความปลอดภัยสูงๆอย่างพวกธนาคาร) ดังนั้นการย้ายเครื่องเก่ามาเครื่องใหม่จึงไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

s08

ยังมีแถมด้วยการที่มีอินฟาเรดมาให้ทำให้สามารถใช้ Mate 10 Pro เป็นรีโมทควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆภายในบ้านได้ด้วย ยังไงก็ลองใช้กันดูได้

IMG_9000_mxphone

โดยรวมแล้ว Huawei Mate 10 Pro จะเหมาะกับผู้ใช้งานที่ต้องการเครื่องสเปคแรง ฉลาดๆ จากประสิทธิภาพตัวเครื่อง การรองรับเครือข่าย 4.5G และชื่นชอบการใช้งานกล้องถ่ายภาพ โดยเฉพาะในโหมดขาว ดำ ที่เป็นจุดเด่นหลัก ที่สำคัญคือเป็นเครื่องที่มากับหน้าจอขนาดใหญ่ขึ้น 5.9 นิ้วด้วย