Galaxy Note 3 ใช้เทคโนโลยี AMOLED ที่ก้าวหน้าที่สุดและมีคุณภาพเหนือกว่า LCD

Galaxy Note 3

Samsung ถือเป็นผู้ผลิตหน้าจอแบบ OLED รายใหญ่ถือครองส่วนแบ่งในตลาดมากที่สุดนับตั้งแต่เปิดตัวเทคโนโลยีซึ่งนำมาใช้งานกับ Smartphone หรือ Tablet ซึ่งนับเป็นเวลากว่า 4 ปีมาแล้วที่นำมาใช้และผลักดันอย่างจริงจัง ซึ่งเทคโนโลยีนี้เป็นคู่แข่งแบบไม้เบื่อไม้เมาเคียงข้างกับหน้าจอ LCD มาโดยตลอด และก้าวล่าสุดของเทคโนโลยี OLED ที่พัฒนาโดย Samsung ที่มีใช้งานครั้งแรกบน Galaxy Note 3 ก็ได้ถูกนำมาตรวจสอบพิจารณาโดยผู้เชี่ยวชาญเทคโนโลยีหน้าจออย่าง DisplayMate

เริ่มแรกสุดหน้าจอ OLED ของ Galaxy Note 3 นั้นไม่ใช่แบบมาตรฐาน RGB เฉกเช่นทางฝั่งของ LCD โดยทาง Samsung ได้เลือกใช้การเรียงเม็ดพิกเซลซึ่งทาง DisplayMate เรียกว่าเรียงแบบนี้ว่า PenTile Diamond แต่ก็คงไม่ใช่ PenTile ในแบบที่เราคุ้นเคยเหมือนแต่ก่อน โดยทางผู้ตรวจสอบระบุว่านี่น่าจะเป็นหน้าจอ Super AMOLED (ชื่อทางการค้า) ที่ดีที่สุดเท่าที่ Samsung ได้เคยผลิตมาอาจจะเทียบเท่ากับหน้าจอ LCD ที่ดีที่สุดในตลาดเวลานี้ได้เลย ซึ่งนั่นดียิ่งกว่า Galaxy S4 ที่เคยถูกระบุว่ามีคุณภาพใกล้เคียงกับ IPS LCD ของ iPhone 5 มาแล้ว

Samsung-Diamond-Pixels

โดยหน้าจอ Super AMOLED ที่ใช้ใน Galaxy Note 3 นั้นมีค่าความสว่างที่ดีขึ้นมากกว่าหน้าจอ OLED รุ่นก่อนๆ ของ Samsung ที่เคยผลิตมา ซึ่งช่วยอย่างมากในเรื่องการมองเห็นหน้าจอในสภาพแสงแดดจัด การปรับแต่งค่าสีนั้นทาง Samsung ก็มีพัฒนาให้ดีขึ้นซึ่งน่าจะพอใจทั้งผู้ใช้งานระดับทั่วไปและมืออาชีพที่ต้องการความแม่นยำในเรื่องการแสดงผลสี

ความสว่างของหน้าจอนั้นได้รับคำชื่นชมอย่างมากในสภาวะปรกติหน้าจอสามารถแสดงผลด้วยความสว่างประมาณ 400 nits ซึ่งเทียบกับหน้าจอ LCD ระดับสูงในตลาดเวลานี้และเมื่อใช้งานกลางแจ้งสามารถเร่งความสว่างได้สูงสุดถึง 660 nits สว่างมากกว่าหน้าจอของ Galaxy S4 ถึง 40 เปอร์เซ้นต์ นอกจากนั้นหน้าจอยังมีอัตราสะท้อนแสงที่น้อยมากอีกด้วย

รูปแบบการปรับแต่งค่าสีหน้าจอของ Samsung ที่มีมาให้นั้น มีให้เลือกใช้หลากหลาย โดยการตั้งค่ามาตรฐาน คือ Adapt Display ซึ่งมีสีจัดจ้านเป็นหลัก Movie Mode สามารถแสดงผลสีได้เสียงตรงที่สุด และ Professional Mode นั้นให้การแสดงผลหน้าจอที่เทียบได้กับค่าสี Adobe RGB มากที่สุด และสุดท้ายในเรื่องของการจัดการพลังงานหน้าจอนั้นก็ทำได้อย่างน่าประทับใจเช่นกัน โดยประหยัดพลังงานมากกว่าหน้าจอของ Galaxy Note 2 อยู่ 26 เปอร์เซ็นต์ และประหยัดไฟมากกว่าหน้าจอ Full HD LCD ในตลาดเวลานี้อยู่ถึง 31 เปอร์เซ็นต์

ที่มา: phonearena