วัดกันเลย! เทียบซิมโรมมิ่งต่างแดน แบบเติมเงินทั้ง AIS, dtac และ TrueMove H ในประเทศสุดฮิตอย่าง Japan

Point Blur_Oct292017_142824เข้าสู่ช่วงปลายปีแบบนี้ หลายคนก็คงเริ่มที่จะงัดวันหยุด วันลาพักร้อนมาใช้ เพื่อตระเวนหาสายลมหนาวกันในต่างแดนแบบยาวๆ และประเทศญี่ปุ่น ก็น่าจะเป็นประเทศลำดับต้นๆ ที่คนไทยจะเดินทางมากัน ซึ่งสิ่งสำคัญนอกเหนือจากเรื่องที่พัก กับตั๋วเครื่องบินแล้ว เรื่องของการใช้งานอินเตอร์เน็ตในต่างประเทศก็สำคัญไม่แพ้กัน

ทางเลือกสำหรับคำตอบนี้ก็มีมากมายครับ ตั้งแต่ใช้ พ็อคเก็ตไวไฟ, ใช้ซิมของผู้ให้บริการเครือข่ายตามประเทศที่จะไป และอีกวิธีคือการใช้ซิมโรมมิ่งแบบเติมเงินของผู้ให้บริการในไทยที่มีให้เลือกกันทั้ง 3 ค่าย ไม่ว่าจะเป็น dtac GO! อินเตอร์ , AIS SIM2Fly หรือ TrueMove H Travel SIM ซึ่งจะมีความแตกต่างกันเช่นไร เรามาดูไปพร้อมๆกัน

20171027_124441ตัวเลือกแพ็คเกจ และช่องทางการจำหน่าย

ในการเดินทางครั้งนี้เรามากันที่ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น และมีระยะเวลาที่จะอยู่ที่นี้กันทั้งหมด 6 วันรวมวัน ไป-กลับ ซึ่งทั้ง AIS SIM2Fly และ TrueMove H Travel SIM Asia จะมีตัวเลือกเป็นแพ็คเกจเน็ต Non-Stop 4GB นาน 8 วัน ในราคา 399 บาท ขณะที่ dtac GO! อินเตอร์ ก็มีราคา 399 บาทเช่นกัน แต่จะให้ระยะเวลานานกว่าคู่แข่งเป็น 10 วันครับ

  • AIS SIM2Fly

ซิมตัวนี้สามารถหาซื้อได้ทั้งแบบออนไลน์ผ่าน AIS Online Store และเพื่อป้องกันเหตุฉุกเฉิกก็ขอแนะนำว่าควรสั่งล่วงหน้าก่อนวันเดินทางประมาณ 1 สัปดาห์ครับ หรือถ้าสะดวกก็สามารถไปซื้อได้ทางหน้าร้านที่ AIS Shop ทุกสาขา รวมทั้งช็อปบริเวณ ชั้น 2 ของสนามบินสุวรรณภูมิ และชั้น 1 ของ สนามบินดอนเมือง แถวทางเชื่อมระหว่างอาคาร 1 และ อาคาร 2 หรือร้าน Family Mart ที่ร่วมรายการ

20171027_124541SIM2Fly แพ็คเกจ 399 บาท สามารถใช้งานได้ที่ ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, สิงค์โปร์, มาเลเซีย, ฮ่องกง, ลาว, อินเดีย, ไต้หวัน, มาเก๊า, ฟิลิปปินส์, กันพูชา, เมียนมาร์, ออสเตรเลีย, เนปาล, อินโดนีเซีย, กาตาร์ และศรีลังกา แต่สำหรับอินเดีย จะใช้งานไม่ได้ในบางรัฐ ขณะที่การใช้งาน 4G หรือ 3G จะขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้ร่วมให้บริการในต่างประเทศ

20171027_124757ตัวซฺิมจะมาพร้อมแพ็คเกจอินเตอร์เน็ต 4G จำนวน 4GB นาน 8 วัน ในกรณีที่ใช้หมดก่อนเน็ตก็จะติด FUP ลดความเร็วลงมาเหลือ 128kbps ด้านเรตค่าให้บริการในญี่ปุ่น โทรกลับไทย หรือ โทรหาเลขหมายประเทศที่โรมมิ่งจะอยู่ที่ 6 บาท/นาที หากโทรหาเลขหมายในประเทศอื่นๆ อยู่ที่ 35 บาท/นาที สำหรับค่ารับสายจะอยู่ที่ 6 บาท/นาที ส่ง SMS 6 บาท/ครั้ง และรับ SMS ฟรี ซึ่งในปัจจุบันก็มีทั้งเทคโนโลยี Wifi Calling หรือการโทรฯผ่านแอปฯ อย่าง LINE หรือ Messenger ก็ช่วยประหยัดเรื่องค่าโทร ค่า SMS ได้สบายๆครับ

20171027_125136ด้านแพ็คเกจภายใน SIM2Fly ก็ไม่มีอะไรมากมีแค่คู่มือการใช้งาน กับซิมแบบ 3-in-1 เลือกเปลี่ยนได้ 3 ขนาดตามสมาร์ทโฟนที่รองรับ

สำหรับคนที่มี SIM2Fly อยู่แล้วก็ยังสามารถนำกลับมาใช้งานในครั้งต่อไปได้ เพียงแค่สมัครแพ็คเกจใหม่ ซึ่งปัจจุบันแพ็คเก็จของ เอเชีย และ ออสเตรเลีย จะมี 299 บาท ใช้งานเน็ต 4GB นาน 8 วัน กับ 119 บาท ใช้งาน 1GB นาน 2 วัน

  • TrueMove H Travel SIM Asia

ซิมของ TrueMove H ที่เราเลือกมาคือ Travel SIM Asia ใช้เน็ตได้ Non-Stop จำนวน 4GB นาน 8 วัน ราคาอยู่ที่ 299 บาท รองรับการใช้งานในประเทศ สิงคโปร์, เกาหลีใต้, กัมพูชา, กาตาร์, จีน, ญี่ปุ่น, ไต้หวัน, เมียนมาร์, ฟิลิปปินส์, มาเก๊า, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย และ ฮ่องกง

20171027_130221ตัวเน็ตในกรณีที่ใช้หมด 4GB จะติด FUP ที่ 128kbps ค่าโทรออก/รับสาย ในญี่ปุ่น อยู่ที่ 33 บาท/นาที ส่ง SMS 11 บาท/ข้อความ ในกรณีที่เน็ตหมดหรือจะเดินทางไปต่างประเทศครั้งหน้าก็แค่สมัครแพ็คเกจเสริมของ Travel SIM Asia มีให้เลือกทั้ง 1GB นาน 3 วัน ราคา 150 บาท หรือ 4GB นาน 8 วัน ราคา 299 บาทครับ

20171027_130303ช่องทางการจำหน่ายของ TrueMove H Travel Sim สามารถหาซื้อได้ที่ร้าน True Shop ทั้ง 239 สาขา รวมทั้งสาขาในสนามบินช็อปบริเวณ ชั้น 2 ของสนามบินสุวรรณภูมิ และชั้น 1 ของ สนามบินดอนเมือง แถวทางเชื่อมระหว่างอาคาร 1 และ อาคาร 2 ขณะที่แพ็คเกจก็เหมือน AIS คือมีคู่มือการใช้งาน และซิมแบบ 3-in-1

20171027_130430

  • dtac GO! อินเตอร์

ซิม dtac GO! อินเตอร์ จะมีให้เลือกแค่แบบเดียวครับ ตามสไตล์ซิมเดียวจบ ครบ ง่าย ซึ่งปัจจุบันใช้งานได้ 23 ประเทศทั่วโลก โดยที่ฝั่งเอเชียจะรองรับการใช้งานใน ญี่ปุ่น, จีน, ฮ่องกง, ไต้หวัน, สิงคโปร์, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย, ลาว, พม่า, กัมพูชา, ปากีสถาน และบังคลาเทศ 

20171027_125512ตัวซิมจะมาพร้อมแพ็คเกจใช้งานเน็ตด้วยความเร็วสูงสุด 4GB ในระยะเวลา 10 วัน หลังจากใช้งานครบตามปริมาณที่กำหนด ก็จะสามารถใช้เน็ตได้ต่อเนื่องจนครบกำหนดด้วยความเร็วที่ติด FUP ที่ 128Kbps และมีการแถมเน็ตให้ใช้แบบไม่จำกัดที่ไทยหลังเปิดใช้ซิม 6 ชั่วโมง เหมาะกับช่วงที่ต้องรอขึ้นเครื่องนานๆ ก็เสียบซิมนี้ใช้ได้เลยไม่ต้องรอไปเปิดในต่างประเทศ แต่แพ็คเกจฟรี 6 ชั่วโมงนี้จะใช้ได้เฉพาะตอนที่เปิดใช้งานซิมที่ไทยเท่านั้นนะครับ

20171027_125645ช่องการจำหน่ายตัวซิม dtac GO! อินเตอร์ ก็ต้องบอกก่อนว่า หากจะหาซื้อที่สนามบิน จะมีขายเฉพาะสนามบินดอนเมือง และ dtac Hall ทั้ง 28 สาขาเท่านั้น ใครจะใช้ก็ต้องเตรียมตัวล่วงหน้าให้ดีๆ และตัว dtac GO! อินเตอร์ ไม่มีแพ็คเกจเสริม ในกรณีที่จะต้องใช้งานเกิน 10 วันก็ต้องพกซิมไปเพิ่มอย่างเดียว ด้านเรตค่าให้บริการในญี่ปุ่น โทรกลับไทย หรือโทรในต่างประเทศอยู่ที่ 16 บาท/นาที โทรข้ามประเทศ 35 บาท / นาที รับสายคิด 20 บาท/นาที ส่งข้อความ 6 บาท/ครั้ง และรับข้อความฟรี 

20171027_125858ขณะที่ตัวซิมเมื่อหมดระยะเวลา 10 วันแล้ว ก็จะกลายเป็นซิมเติมเงินธรรมดาที่ใช้ได้แค่ในไทยเท่านั้น โดยมีค่าโทรในประเทศทุกเครือข่าย 0.94 บาท/นาที, SMS 3 บาท/ข้อความ, MMS 6 บาท/ข้อความ และ อินเตอร์เน็ต 1.99 บาท/MB (ราคาไม่รวม VAT) และถ้าจะเดินทางก็ต้องซื้อซิมใหม่อย่างเดียว

20171027_125828แต่ที่ต้องขอชม dtac เลยคือเรื่องของที่ติดมาให้นอกจากจะมีของพื้นฐานอย่างคู่มือการใช้งานและซิมแบบ 3-In-1 แล้ว ทาง dtac จะให้ซองสำหรับเก็บซิม และเข็มจิ้มซิมมาให้ด้วยครับ ซึ่งเป็นปัญหาโลกแตกของนักเดินทางหลายๆคนที่มักจะลืมพกเข็มจิ้มซิมติดตัวมาสนามบิน รวมทั้งการหาที่เก็บซิมที่ถอดออกมา ทำมีโอกาสจะทำหายได้ง่ายๆ

นอกจากนี้ใครที่ไปซื้อซิมในช่วงนี้ทางค่ายสีฟ้าก็มีกระเป๋าพรีเมี่ยมสำหรับใส่ของแถมมาให้ด้วย ซึ่งในความเป็นจริงแล้วตัวกระเป๋านี้จะแจกกันถึงวันที่ 22 กันยายนนี้เท่านั้นหรือจนกว่าของจะหมด แต่ที่ไปซื้อมาเมื่อช่วงปลายเดือนตุลาคมก็ยังคงได้ของอยู่ ซึ่งคาดว่าน่าจะขึ้นอยู่กับกระเป๋าที่เหลืออยู่ของ dtac Hall แต่ละสาขาด้วย


 

การใช้งาน

การเปรียบเทียบครั้งนี้เราจะใช้อุปกรณ์เป็น Samsung Galaxy Note8 ซึ่งเป็นเรือธงระบบ Android รุ่นล่าสุดของ Samsung ในปี 2017 โดยที่จุดทดสอบจะเป็นแถวสถานีนิปโปริ เขตอะระกะวะ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

การเปิดใช้งานซิมของทั้ง 3 ค่ายก็เหมือนๆกับครับซึ่งส่วนใหญ่พนักงานจะแนะนำให้ลูกค้าลงทะเบียนใช้งานซิม และเปิดใช้งานก่อนขึ้นเครื่อง หรือเมื่อไปถึงจุดหมายแล้ว สำหรับสมาร์ทโฟนที่รองรับการทำงานสองซิมก็ให้ใส่ซิมที่ได้มาเป็นซิมแรก

20171027_130020วิธีการเปิดใช้งาน

  • AIS : เจ้าหน้าที่จะลงทะเบียน แล้วหลังจากใส่ซิมเปิดดาต้าโรมมิ่ง และกด *120 แล้วโทรออกก็จะเป็นการเปิดใช้งานทันที
  • TrueMove H : ลงทะเบียนซิมการ์ด พร้อมเติมเงิน ก่อนเปิดใช้งาน และเมื่อเสียบซิมเข้าเครื่องเปิดดาต้าโรมมิ่งก็ใช้งานได้ทันที
  • dtac : ลงทะเบียนซิม ใส่ซิมเข้าเครื่อง เปิดดาต้าโรมมิ่ง ก็ใช้งานได้ทันที

สำหรับตัวเครือข่ายของผู้ให้บริการร่วมในประเทศญี่ปุ่นของแต่ละค่ายจะมีแค่ AIS ที่จับกับ Softbank ที่มีการให้บริการ 4G บนคลื่นความถี่ 900(B08) / 1500(B11) / 1800(B03) / 2100(B01)MHz ขณะที่ TrueMove H กับ dtac จับกับ NTT DoCoMo ที่มีการใช้บริการคลื่นความถี่ 800(B19) / 1500(B21) / 1800(B03) / 2100(B01)MHz

มาดูกันที่ตัว Speed Test ซิมเติมเงินแบบโรมมิ่งของ AIS ,dtac และ TrueMove H สามารถจับสัญญานแบบ CA (จักสัญญาณมากกว่า 1 เครือข่าย) หรือ 4G+ ในนิปโปริ ได้อย่างไม่มีปัญหา เช่นเดียวกันกับการใช้งานในส่วนอื่นๆของ โตเกียว ไม่ว่าจะเป็น อากิฮาบาระ, อุเอโนะ และ ชินจูกุ แต่ถ้ามีเมฆครึมฝนตก คุณภาพของสัญญานก็มีดร็อปไปบ้างเล็กน้อย

หากขยับออกมาทางชานเมือง อาทิเช่น เส้นทางรถไฟ ระหว่าง โตเกียว กับ สนามบินนาริตะ ขีดสัญญาณก็อาจจะลดลงไปบ้างในบางพื้นที่ แต่ภาพรวมไม่กระทบต่อการใช้งานครับ ส่วนความเร็วที่ได้จากการทดสอบแถว นิปโปริ เป็นดังนี้

  • AIS SIM2Fly

Screenshot_20171027-155509-horz

  • TrueMove H Travel SIM Asia

Screenshot_20171027-174854-horz

  • dtac GO! อินเตอร์

Screenshot_20171027-174228-horzด้านเซอร์วิสในต่างแดนของ AIS ตัวลูกค้าสามารถเติมเงิน ซื้อแพ็คเกจใช้งานเพิ่มเติมได้ง่ายๆผ่านเว็บไซต์ http://www.ais.co.th/sim2fly/ (เปิดผ่านมือถือ) หรือระบบ AIS eService โดยตัดเงินผ่านบัตรเครดิต หากมีปัญหาเรื่องการใช้งานติดต่อ Call Center ได้ที่เบอร์ +6622719000 (เสียค่าบริการตามอัตราต่างประเทศ)

capture-20171027-225503

cats

ด้านคนที่ใช้งาน TrueMove H Travel SIM Asia จัดการแพ็คเกจหรือซื้อเพิ่มเติมได้ผ่านแอปพลิเคชั่น TrueMove H Roaming มีทั้งของ iOS และ Android หรือเติมเงินออนไลน์ผ่าน Truemove-h.com/easytopup หรือ True iService Application ขณะที่เบอร์ Call Center +66891001331 (ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง)

capture-20171027-232330ในส่วนของ dtac GO! อินเตอร์ ไม่มีแพ็คเกจเสริมครับใช้หมดก็คือติด FUP 128Kbps ต่อจนกระทั่งวันหมด สำหรับการติดต่อดีแทค Call Center ในต่างประเทศโทร +6622028100 (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)

แน่นอนว่าการใช้งานซิมประเภทนี้ส่วนใหญ่จะไปในเชิงท่องเที่ยวครับ เน็ตส่วนใหญ่จะหมดไปกับการเปิด Google Map เพื่อค้นหาเส้นทาง, เปิดเว็บไซต์เพื่อหาข้อมูล รวมถึงการอัพเดต โพสต์รูป โพสต์คลิปสั้นๆ ลงบน Social Network ด้วยสปีดตามการทดสอบถือว่าเพียงพอต่อการใช้งานแนวนี้อย่างแน่นอน

Point Blur_Oct292017_144007ด้านปริมาณเน็ตถ้าไม่เอามาทำ Live หรือดูคลิปหนักๆ จำนวน 4GB ที่แต่ละค่ายให้มาเท่ากันก็ถือว่าเพียงพอครับ ตัวราคาก็ไม่ต่างกัน แต่ถ้านับเป็นจำนวนวัน dtac ที่ให้มา 10 วัน ขณะที่อีกสองค่ายให้มา 8 วันก็ถือว่าฝั่งสีฟ้ามาวิน แต่ในทางกลับกันถ้ามองเรื่องความง่ายในการหาซื้อหรือการซื้อแพ็คเกจเสริมก็ต้องให้ AIS กับ TrueMove H ที่เหนือกว่าทั้งจำนวนช็อปที่วางขาย และยังมีขายซิมตัวนี้ที่สนามบินด้วย ขณะที่ของ dtac จะซื้อได้เฉพาะที่ dtac Hall ที่มีอยู่ 28 สาขาเท่านั้นจึงไม่ตอบโจทย์ในจังหวะเร่งรีบอย่างแน่นอน

สำหรับการใช้งานหลังจบทริป ตัวซิม Travel SIM กับ SIM2Fly ก็ยังเก็บไว้ใช้ต่อในทริปหน้าได้ครับ เปิดแพ็คเกจใหม่แบบไม่คิดค่าซิมในราคา 299 บาท ได้เน็ต 4GB นาน 8 วัน เท่ากัน แต่จากข้อมูลตัวแพ็คเกจของ SIM2Fly จะมีอายุถึงแค่ 31 ธันวาคม 2559 ซึ่งปีหน้าถ้ามีแพ็คเกจราคาใหม่ออกมาจะนำข่าวมาอัพเดตกันอีกที

ทาง GO! อินเตอร์ ของ dtac ยังสามารถเอากลับมาใช้งานต่อในไทยได้เหมือนซิมเติมเงินทั่วไป ถ้าจะออกทริปอีกก็ต้องซื้อซิมใหม่อย่างเดียว ซึ่งอาจจะไม่ตอบโจทย์กับคนที่ไปต่างประเทศบ่อยๆ ทว่าสิ่งที่จุดเด่นของซิมนี้คือการจบในตัวเดียว ใช้ง่าย สามารถนำไปตระเวนใช้งานได้เลย 23 ประเทศทั่วโลกในราคาแพ็คเกจเดียวคือ 399 บาท ไม่ได้มีการแบ่งซอยราคาออกเป็นซิมเอเชีย ซิมยุโรป หรือซิมรอบโลกแบบค่ายอื่นๆ

23313319_10155138626132291_70413353_oถ้าจะให้ฟันธงไปเลยว่าของใครดีกว่า ถือว่าตัดสินยากครับ เพราะแต่ละฝ่ายก็มีจุดเด่นที่ต่างกันขึ้นอยู่กับรูปแบบการใช้งานของแต่ละคน รวมถึงความแข็งแรงด้านเครือข่ายของผู้ให้บริการร่วมที่อยู่ประเทศปลายทาง แต่จากข้อมูลที่เรานำมาเปรียบเทียบกัน ก็น่าจะช่วยให้ผู้อ่านตัดสินใจได้ว่าเดินทางครั้งต่อไปจะเลือกใช้ค่ายไหนดี