Envelope Tracker เบื้องหลังการประหยัดพลังงาน 4G LTE บน Galaxy Note 3

Battery-Image[1]

Galaxy Note 3 รุ่นที่ใช้ชิป Snapdagon 800 (รุ่นที่รองรับ 4G) จะมีชิปประมวลลดการใช้พลังงานชื่อ Envelope Tracker โดยจะควบคุมความยาวคลื่น 4G LTE เพื่อให้ใช้พลังงานน้อยลง (แปลสั้นๆ ว่า Exynos Octa ที่เป็น 3G ไม่มีใช้)

Envelope Tracker สามารถลดการใช้พลังงานได้ถึง 30% ถ้ามีการใช้งาน 4G LTE โดยชิปของ Qualcomm นี้ถูกใช้ในโทรศัพท์รุ่น Galaxy Note 3 เป็นเครื่องแรก อนาคตอันใกล้นี้เราอาจจะเห็นโทรศัพท์ยี่ห้ออื่นๆ มีชิป Envelope Tracker เพื่อช่วยลดพลังงานด้วยเช่นกัน

screen-shot-2012-05-21-at-4-34-22-pm

หลักการทำงานของ Envelope Tracker นั้นเป็นการควบคุมตัวขยายสัญญาณ (ตัว Amplifier) ของคลื่น ให้เหลือแค่เท่าที่จำเป็นที่ใช้ในการส่งสัญญาณเท่านั้น แม้ว่าฟังดูเป็นเรื่องง่ายๆ แต่ในการสร้างชิปนี้ขึ้นมาก็ถือว่ายากเอาการ ไม่ว่าจะเป็นหลักการทำงานที่ต้องใช้ หรือเทคโนดลยีต่างๆ ก็ตาม

สำหรับความถี่ของคลื่นโทรศัพท์ (ไม่ว่าจะ 1G, 2G, 3G, 4G) ต่างก็จะมียอดคลื่น และท้องคลื่น (ดังที่เห็นในภาพ) โดยปกติแล้วตัวขยายสัญญาณจะทำการควบคุมคลื่นดังกล่าว ซึ่งปัญหาของ 4G คือการที่มีความแตกต่างระหว่างยอดคลื่น กับช่วงเวลาปกติมากเกินไป

สำหรับ 3G นั้นมีช่วงความถี่ที่ค่อนข้างตายตัว ยอดคลื่นกับการใช้งานปกตินั้นไม่ต่างกันมากนัก ทำให้ไม่ว่าจะใช้ความถี่เท่าไหร่ก็ไม่ส่งผลเรื่องพลังงานเท่ากับ 4G

พูดง่ายๆ ก็คือ 4G ต้องมีตัวขยายสัญญาณที่มีประสิทธิภาพ (และใช้พลังงาน) สูง ถึงจะใช้ 4G ได้ผลอย่างชัดเจน

กลับมาพูดถึง Galaxy Note 3 กันบ้าง เรารู้กันว่าสิ่งที่บริโภคพลังงานเป็นอันดับหนึ่งก็คือหน้าจอ ยิ่ง Galaxy Note มีหน้าจอขนาดใหญ่ และความละเอียดสูง ก็จะบริโภคพลังงานมาก ดังนั้นถ้าใครรันโปรแกรมทิ้งไว้ ใช้งาน 4G LTE เยอะ แต่เปิดจอไม่บ่อยเท่าไหร่ การใช้ชิป Envelope Tracker ก็จะลดพลังงานที่ใช้ตรงนี้ลงไปได้ แต่ถ้าใช้เล่นเกมส์ เปิดหน้าจอตลอดเวลา ความแตกต่างนี้อาจจะไม่เห็นผลชัดเจนนัก

นอกจาก Qualcomm แล้วยังมีบริษัทอย่าง Nojira และ Quantance พัฒนา Envelope Tracker ด้วยเช่นกัน และทั้งสองบริษัทนี้ก็อยู่ในช่วงส่งมอบชิปดังกล่าวให้แก่บรรดาผู้ผลิตชิปสัญญาณ 4G LTE คาดว่าในอนาคตนี้โทรศัพท์ 4G LTE จะประหยัดพลังงานมากขึ้นอย่างแน่นอน

ที่มา: gigaom