เจาะลึกทีเด็ด Sony Flagship 2013 : XPERIA Z (Yuga)

บทความต้อนรับการเปิดตัวของ XPERIA Z ที่ได้ผ่านไปเมื่อช่วงเช้าของวันอังคารที่ผ่านมากับงาน Consumer Electronics Show 2013 ซึ่งเราเชื่อว่าผู้อ่านหลายๆ คนอาจจะเริ่มกลับมาให้ความสนใจกับผลิตภัณฑ์ smartphone จากค่ายยักษ์หลับอย่าง Sony อีกครั้ง ทีมงาน MXPhone ของเราจึงจัดบทความนี้เป็นทีเด็ดเจาะลึกมาฝากกันโดยทันท่วงที ชนิดที่เรียกว่าเหล้ายังไม่หายอุ่น แต่อย่างไรก็ดีบทความนี้ เป็นเพียงเครื่องทดสอบก่อนขายจริง ซึ่งอาจจะมีบางอย่างที่ถูกเพิ่มเข้ามาหรือตัดออกในเครื่องที่ทำตลาดจริงได้

ว่าด้วย smartphone จาก Sony ที่เรามักจะรับรู้กันโดยทั่วไปว่าคุณสมบัติลูกเล่นบางตัวอาจจะเป็นรองคู่แข่งร่วมตลาดไปบ้าง เช่นหน่วยประมวลผล CPU ที่ใช้ในแต่ละรุ่นนั้นแฟนๆ ก็ต้องยอมรับให้ได้ว่าเป็นรองคู่แข่งในตลาดอย่างช่วยไม่ได้ในขวบปีที่ผ่านมา แต่เมื่อเทคโนโลยีพร้อมสมบูรณ์และเป็นวันที่ Sony Mobile พร้อมจะก้าวขาชนิดจ้ำพรวดออกไล่ล่าคู่แข่งในตลาดครั้งใหม่ โดยมาพร้อมกับการเปิดตัวของ XPERIA Z ก็แสดงว่าทุกอย่างกำลังจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง

ในบทความชิ้นนี้มีต้นฉบับที่มาจากเว็บไซต์ Mobile-Review และเขียนโดยคุณ Eldar Murzatin ที่ถือว่าเป็นกูรูเสือเฒ่า และขาใหญ่แห่งวงการโทรคมนาคม ที่ได้จัดการปล่อยของ โดยพาไปเจาะลึกทีเด็ด Smartphone Flagship ช่วงครึ่งปีแรกของ Sony Mobile ในปี 2013 อย่าง XPERIA Z (Yuga) ซึ่งจะเป็นรายละเอียดชนิดรวมๆ ที่น่าสนใจทั้งในส่วนของฮาร์ดแวร์ และซอฟท์แวร์ที่มีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงได้อย่างน่าสนใจ

ในตอนแรกสุด เราอาจจะรับทราบชื่อของ Sony Smartphone Flagship เครื่องนี้ในชื่อของ XPERIA Yuga แต่นั่นเป็นเพียงชื่อรหัสภายในและโครงการพัฒนาเท่านั้น โดยในเครื่องขายจริงบริษัทได้ตัดสินใจเลือกทำตลาดในชื่อของ XPERIA Z อย่างที่เราและผู้บริโภคทราบกันโดยทั่วไปแล้ว อย่างในรุ่นอื่นๆ ในตลาดก็จะมีชื่อในลักษณะนี้เหมือนกันทั้งหมด โดยยกตัวอย่างเช่น XPERIA S (Nozomi) XPERIA TX (Hayabusa) XPERIA ion (Aoba) เป็นต้น

ต่อมาในส่วนของชื่อรหัสใหม่อย่าง  C660x ที่แบ่งออกเป็นหนึ่งตัวอักษรและเลขสี่หลัก นั้นมีความหมายถึงรหัสตัวเครื่องอีกหนึ่งชุด โดย C นั้นย่อมาจาก Cellular ซึ่งจะใช้ในการแบ่งรุ่นของ Smartphone ที่จะเกิดขึ้นในปี 2013 เป็นต้นไป โดยตอนนี้เราเห็นสูงที่สุดคือ C6 หมายถึง Smartphone คลาสในระดับ 6 ถัดไปกับตัวเลขถัดไปอีก 2 ตัว เช่น 60 นั้น เป็นการระบุรายละเอียดของรุ่นย่อยต่างๆ และตัวเลขสุดท้าย ที่ใช้ x แทนนั้นหมายถึงพื้นที่ในการทำตลาด เช่น C6603 ก็จะหมายถึง XPERIA Z สำหรับทำตลาดในพื้นที่เอเชียเป็นต้น

เริ่มกันจากในส่วนของงานออกแบบตัวเครื่องของ XPERIA Z โดยคุณ Eldar ผู้ทำการพรีวิวเครื่องต้นแบบนี้ ระบุว่าเป็นปรัชญาแนวทางใหม่ของ Sony Mobile ตัวเครื่องมีเหลี่ยมมุมชัดเจน เส้นสายตัวเครื่องแลดูสะอาดตาเรียบง่าย และมีความบางตัวเครื่องที่ยอดเยี่ยม น้ำหนักเบาจับถือได้ค่อนข้างสบายติดมือ แต่ไม่เป็นมิตรกับกระเป๋ากางเกงสักเท่าไร เนื่องจากตัวเครื่องมีขนาดใหญ่อยู่สักหน่อย

งานออกแบบตัวเครื่องใช้วัสดุกระจกที่ดูแล้วมีราคาให้ความหรูหรา ซึ่งแตกต่างไปจากแนวทางของ Sony ในยุคที่ผ่านๆ มา ขอบข้างตัวเครื่องเป็นพลาสติกมันที่ให้ความรู้สึกเวลาใช้งานเหมือนกระจก เนื้องานยอดเยี่ยม แน่นหนาทุกอย่างประกอบเข้าด้วยกันเป็นอย่างดี ด้านหน้าตัวเครื่องประกอบด้วยหน้าจอขนาดใหญ่ แต่ไม่มีชิ้นส่วนของปุ่มใดๆ จุดที่สังเกตุเห็นได้เพียงอย่างเดียว คือ ช่องลำโพงและไมค์สำหรับการสนทนา ในขณะที่กล้องหน้าและระบบเซนเซอร์อื่นๆ อยู่ซ่อนอยู่ภายใต้สีดำของชิ้นส่วนกระจกหน้า

ด้านหลังของตัวเครื่อง XPERIA Z จะสังเกตุเห็นกล้องหลังความละเอียด 12 ล้านอยู่มุมบนเยื้องมาทางซ้าย ใกล้ๆ กันมี LED-Flash หนึ่งดวงและไมโครโฟนตัวที่ 2 สำหรับทำงานในการตัดเสียงรบกวนในการคุยสาย ฝั่งซ้ายของตัวเครื่องประกอบไปด้วยช่องใส่ Micro SD และช่อง microUSB อยู่ใกล้ๆ กัน และขั้วทองเหลืองสำหรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์เสริม ทางขวาจะมีปุ่มเปิด / ปิดเครื่องสีเงิน ที่ผู้เขียนรีวิวมีความเห็นว่าเป็นงานออกแบบที่ทำให้ตัวเครื่องโดยรวมดูขัดตาไปสักหน่อย สำหรับปุ่มปรับเพิ่ม / ลดเสียงอยู่ถัดลงไป กดใช้งานได้ง่ายและสะดวกกว่า XPERIA T และมีช่องใส่ micro-SIM อยู่มุมขวาบน

ตัวเครื่องด้านบนจะเป็นตำแหน่งของแจ็ค 3.5 มิลลิเมตรสำหรับฟังเพลงหรือวิทยุ โดยช่องเชื่อมต่อทั้งหมดรอบๆ ตัวเครื่องนั้นมีจุดยางอุดอย่างแน่นหนาตามมาตรฐาน IP 57 Certified  เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นจากน้ำ ต่อมาในส่วนของหน้าจอหนึ่งในหัวใจหลักของการใช้งาน Smartphone ทุกวันนี้ เป็นจุดขายหลักที่จะเชิญชวนให้เลือกซื้อกันเลยทีเดียว สำหรับ XPERIA Z เป็นมือถือกลุ่มแรกๆ ของตลาดที่จะวางจำหน่ายด้วยคุณสมบัติหน้าจอความละเอียดสูง Full HD 1080p ซึ่งมีความละเอียดสูงถึงระดับ 440 พิกเซลต่อตารางนิ้ว

และมาพร้อมกับ Mobile BRAVIA Engine รุ่นที่ 2 ที่ออกแบบมาให้สร้างความแตกต่างในส่วนของประสบการณ์การรับชมผ่านจอมือถือด้วยการ แสดงสีสันที่จัดจ้านสวยงาม แต่ข้อที่ติดตาขัดใจสำหรับจอในรุ่นนี้คือไฟ back-light ที่สว่างเกินไปและรบกวนสายตาเวลามองจอที่เป็นสีดำและมุมมองหน้าจอที่ยังค่อน ข้างแคบกว่ามาตรฐานของจอมือถือทั่วไปในตลาด แต่อย่างไรก็ดีหน้าจอของ XPERIA Z จะเปลี่ยนความคิดของดูจอ Smartphone ไปอย่างแน่นอน

ในส่วนของการใช้งานแบตเตอรี่ ผู้พรีวิวเครื่องคุณ Eldar ยังไม่ขอออกความเห็นมากนัก โดยปริมาณความจุ เนื่องจากยังเป็นเครื่องที่อยู่ในกระบวนการทดสอบต้นแบบเท่านั้น แต่ก็สามารถใช้งานได้ตลอดรอดวันซึ่งเป็นที่เข้าใจได้ สำหรับการเชื่อมต่อต่างๆ ทำได้เหมือนมาตรฐาน Smartphone สมัยใหม่ เช่น Bluetooth 4.0 ที่สามารถส่งผ่านข้อมูลได้รวดเร็วและประหยัดพลังงาน แต่ต้องใช้งานกับเครื่องที่เป็นรุ่น 4.0 ด้วยกัน การเชื่อมต่อผ่าน USB นั้นรองรับทั้งแบบ Media Transfer Mode (MTP) และ Mass Storage Mode (MSC) เพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับผู้ใช้งาน และสามารถใช้เป็น USB Host ในการเชื่อมต่อกับ Keyboard / Mouse / Flash Drive รวมไปถึงการใช้งาน USB Tethering ได้ในทันทีแบบไม่ต้องการไดรเวอร์ติดตั้งเสริม

การใช้งาน WiFi 802.11 เป็นมาตรฐานของอุปกรณ์สมัยใหม่ที่รองรับแบบ dual band (2.4-5GHz) และสามารถใช้งานเน็ตเวิร์คได้ทั้ง a / b / g / n แน่นอนว่าต้องใช้งาน WiFi Hotspot ได้ และเครื่อง C660x นั้นก็สามารรองรับได้สูงสุด 10 เครื่องด้วยกัน ถือว่าเพิ่มขึ้นมาจากรุ่นก่อนๆ ที่จำกัดการเชื่อมต่ออยู่แค่เพียง 5 เครื่องเท่านั่น การใช้งาน WiFi media streaming ที่ทดสอบการใช้งานเชื่อมต่อระหว่าง XPERIA Z และ PlayStation 3 นั่นก็ทำงานได้ดี สามารถส่งผ่านข้อมูลไฟล์วีดีโอความละเอียด 1080p ขึ้นแสดงบนจอแสดงผลขนาดใหญ่ได้อย่างสบายๆ แต่แน่นอนว่าการใช้งานลักษณะนี้จะใช้พลังงานค่อนข้างมากเป็นพิเศษอยู่สักหน่อย

ในส่วนของการใช้งานหน่วยความจำภายนอก Micro SD นั้นมือถือเครื่องนี้รองรับการใช้งานในมาตรฐาน SDXC ซึ่งทำให้เพิ่มได้สูงสุดถึง 64GB ด้วยกัน นอกจากนั้นการใช้งาน USB Mass Storage ทาง Sony ได้มีการปรับแต่งพิเศษเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภค โดยสามารถทำการเขียนข้อมูลจากพื้นที่ความจำภายในตัวเครื่องเข้าบรรจุเก็บไว้ ที่หน่วยความจำเสริมได้อย่างง่ายดาย

เรื่องของการใช้งาน 4G LTE ที่ทุกวันนี้ส่วนใหญ่ยังใช้งานได้แค่เพียงส่วนของ data internet เท่านั้นและการใช้งานมือถือที่รองรับการทำงานก็ค่อนข้างข้างยุ่งยาก เนื่องเครือข่ายที่ให้บริการในแต่ละโซนทวีปและประเทศนั้นใช้คลื่นความถี่ที่แตกต่างกันไป ยังไม่มีมาตรฐานกลางเหมือนครั้งเช่น 3G 2100 แม้ว่าหน่วยรับและประมวลผลสัญญาณอย่าง MDM9615 นั่นจะสามารถรองรับการใช้งานได้ทุกคลื่นความถี่แล้วก็ตาม

การที่จะทำให้อุปกรณ์หนึ่งตัวทำงานบนคลื่นความถี่ที่แตกต่างกันได้อย่างครบถ้วนนั้นก็ทำได้แต่ยังมีค่าใช้จ่ายที่แพงอยู่มากและต้องใช้ทักษะความ เชี่ยวชาญพิเศษในการปรับแต่งอีกด้วย แต่ทั้งหมดที่กล่าวข้างต้นนั่นไม่ใช่ปัญหาของ XPERIA Z ซึ่งจะสามารถรองรับใช้งานเครือข่าย 4G LTE คลื่นหลักๆ ได้ทั่วโลก

ต่อมาในเรื่องของหน่วยประมวลผล CPU นั้นค่อนข้างใหม่และใช้วิธีการทำงานที่แตกต่างจากหน่วยประมวลผลของ Qualcomm โดยทั่วไป จึงเห็นว่าควรที่จะต้องมีการอธิบายเพิ่มเติมสักเล็กน้อย ซึ่งก็อย่างที่เราทราบกันดีกว่าหน่วยประมวลผลรุ่นใหม่ของ Qualcomm ในเวลานี้ คือ APQ8064 ซึ่งสังเกตุให้ดีแล้วจะพบว่ารหัสนั้นแตกต่างจากรุ่นอื่นๆ ที่เคยมีมาในตลาด เช่น MSM8960 เป็นต้น

ในความแตกต่างนี้ คือ เรื่องของโมเด็มรับสัญญาณ ซึ่งตระกูล MSM นั้นจะมีติดตั้งมาพร้อมในตัวหน่วยประมวลผลโดยตรงเลย ที่เป็นการทำงานแบบ single-chip แต่สำหรับ APQ แล้วจะเป็นหน่วยประมวลผลเพียงอย่างเดียว จึงต้องมีการติดตั้งระบบโมเด็มแยกที่ชื่อว่า MDM9615 เข้ามาเป็นคู่เพื่อให้สามารถใช้งานเชื่อมต่ออินเตอร์เนตได้สมบูรณ์แบบ และรูปแบบนี้นั้นใช้ราคาแพงชิ้นส่วนแพงกว่า อีกทั้งยังมีการบริโภคพลังงานที่สูงกว่าอีกด้วย

ในปี 2013 นั้นคงจะน่าสนใจไม่น้อย โดยเฉพาะแนวทางที่หลายบริษัทเลือกผลิต smartphone รุ่นใหม่ๆ ด้วยหน้าจอขนาดใหญ่และทำงานด้วยควาะเอียดสูงถึงระดับ 1080p ซึ่งคงจะเป็นเรื่องที่ท้าทายอยู่ไม่น้อยสำหรับประสิทธิภาพการทำงานของหน่วย ประมวลผลที่ต้องทำงานหนักขึ้นในการรีดความละเอียดพิกเซลในระดับดังกล่าว ไม่ใช่แค่การแสดงผลทางด้านมัลติมีเดียเพียงอย่างเดียวอีกต่อไปแต่ยังรวมไป ถึงการทำงานทั่วๆ ไปที่ต้องใช้พลังงานใากขึ้นเพื่อให้ได้ภาพที่สวยออกมาบนจอมือถือของเรา

สำหรับหน่วยประมวลผล Adreno 320 ไม่เป็นที่เหนือบ่ากว่าแรงในการรับมือทำงานที่ความละเอียดจอ 1080p แต่อย่างใด ทำงานได้อย่างไหลลื่นแสดงผลได้รวดเร็วว่องไว การทำงานของ Snapdragon S4 Pro พร้อมหน่วยประมวลผลแบบ Quad-Core ก็เช่นกันไม่ว่าจะเป็นการทำงานทั่วไปหรือการเล่นเกมส์ แต่อย่างไรก็น่าคิดว่าอาจจะยังไม่มีเกมส์มือถือใดๆ ในเวลานี้ที่สามารถสร้่างความระคายให้กับการทำงานหน่วยประมวลกราฟฟิคระดับสูงตัวนี้ได้เลย

แต่อย่างไรก็ดี ใช่ว่าหน่วยประมวลผลที่มีประสิทธิภาพดีที่สุดต่อราคาเวลานี้ จะปราศจากข้อบกพร่องเสียเลยทีเดียว ปัจจัยหลักของการทำงานอย่างหน้าจอและหน่วยประมวลผล เป็นสาเหตุหลักใหญ่ที่แบตเตอรี่ภายในเครื่องต้องรับมือ นอกจากนั้นการใช้งานท่องอินเตอร์เนตด้วยมือถือนั้นก็ทำได้อย่างยอดเยี่ยมแต่ แน่นอนว่าในแต่ละครั้งก็ใช้พลังงานไปไม่น้อยเหมือนกัน แทบเป็นไม่ได้เลยว่าจะให้ทำงานรอดเพียงพอครบวัน ในกรณีที่มีการใช้งานอยู่อย่างสม่ำเสมอ แต่การใช้งานใน Standby Mode นั้นทำได้ดีและใช้พลังงานน้อยลงมาก

ปัญหาข้อต่อมาที่สังเกตุได้คือเรื่องของการระบายความร้อน เนื่องจากตัวเครื่องมีความบางอยู่มากจึงทำให้สัมผัสถึงความร้อนได้มากกว่าปรกติ โดยจะจับสังเกตได้เมื่อใช้งานผ่านไปได้สักระยะหนึ่งและบางครั้งเมื่อเครื่องร้อนมากก็ไม่สามารถใช้งานเช่นการถ่ายรูป จนกว่าเครื่องจะระบายความร้อนออกได้หมด แต่มันก็เป็นปัญหาที่เรียกว่า ปรกติสำหรับหน่วยประมวลผลรุ่นใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูง

ด้วยตัวเครื่องที่บางลงตามสมัยนิยมก็มักจะพบกับปัญหาความร้อนได้เหมือนกัน โดยรวมๆ แล้วก็ยังจัดเป็นมือถือที่สุดยอดเครื่องหนึ่ง ทำงานได้รวดเร็วไหลลื่นแต่ก็มีข้อจำกัดอยู่บ้างในเรื่องของความร้อน แต่ถ้าไม่ได้ใช้งานหนักๆ แบบเสมือนคอมพิวเตอร์แล้วก็คงไม่ต้องปวดหัวกับปัญหาเรื่องของความร้อนมากนัก

ในด้านของการทำงานกล้อง XPERIA Z มาพร้อมกล้องความละเอียด 13 ล้านที่เป็นรุ่นใหม่อย่าง Exmor RS ซึ่งสามารถตอบสนองการทำงานบันทึกภาพได้อย่างดีเยี่ยม ทั้งในแง่ของคุณภาพของ รายละเอียดและสีสันในภาพ รวมไปถึงลูกเล่นที่ถูกเพิ่มเข้ามาอย่าง HDR-Hardware ซึ่งสามารถใช้ได้ทั้งการถ่ายภาพและวีดีโอ โดยเฉพาะการบันทึกเสียงในวีดีโอนั้น ก็เป็นแบบสเตอรีโออีกด้วย การถ่ายรูปแบบ Photo Burst ที่สามารถบันทึกรูปได้ต่อเนื่องสูงสุด 999 รูป และรูปแบบการทำงานของ Superior Auto ที่มีการช่วยปรับแต่งการตั้งค่าของกล้องให้อัตโนมัติก่อนถ่ายภาพ ซึ่งทำมาได้ดีกว่ารุ่นก่อนมากๆ แต่การถ่ายภาพในที่มืดจริงๆ นั้นก็ยังคงมีปัญหาของ noise ในภาพทำให้เสียรายละเอียดไปบ้าง

แน่นอนว่า Smartphone รุ่นใหม่ที่อยู่ในมือก่อนการเปิดตัวนี้ คือ flagship ประจำปี 2013 ของบริษัท Sony Mobile อย่างไม่ต้องสงสัย โดยมีกำหนดการประมาณการขายอยู่ที่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์หรือมีนาคมของปี แต่อย่างไรก็ดีระบบปฏิบัติการตัวเครื่องก็จะยังเป็นรุ่น 4.1.2 อยู่เมื่อวางจำหน่าย แต่นั่นก็ไม่ค่อยจะใช่ปัญหาสักเท่าไร เพราะว่าลูกเล่นหลักการทำงานของเวอร์ชั่น 4.2 นั้นก็ถูกปรับแต่งนำมาติดตั้งอยู่ในเครื่องเรียบร้อยแล้ว และจะได้รับอัพเดท 4.2 เมื่อวางขายอีกครั้งหนึ่ง

สำหรับในส่วนของการปรับแต่งหน้าตาส่วนของผู้ใช้งานอย่าง Timescape UI นั้นมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก และในเวลานี้ยังไม่มีใช้งานในรุ่นอื่นๆ ที่วางจำหน่ายในตลาดไปก่อนหน้าแล้ว ที่เด่นๆ น่าสนใจเช่นรูปแบบการปลดล็อคเครื่องเมื่อแตะสัมผัสไปแล้ว ภาพจะแตกตัวออกเป็น การปลดล็อคเครื่อง ซึ่งในแต่ละการตั้งค่า themes จะมีรูปแบบที่แตกต่างย่อยออกไปอีก แต่สำหรับหน้าจอเวลาล็อคเครื่องมาตรฐาน จะมีคำสั่งลัดในการเรียกการทำงานของกล้องและเครื่องเล่นเพลง

เมื่อเจาะลึกรายละเอียดลงไป ในส่วนเครื่องเล่นเพลง Walkman นั้นมีลูกเล่นที่เพิ่มขึ้นมาจากรุ่นเดิมอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น “Clear Audio+” “Clear Stereo” “Clear Phase” และ “Dynamic normalizer” ที่เป็นลูกเล่นที่รับสานต่อมาจากฝั่งของผลิตภัณฑ์เครื่องเล่นเพลงอย่าง Walkman รวมไปถึงลูกเล่นพื้นฐานอย่าง “XLoud” “Surround Sound” “Clear Bass” เองก็ยังอยู่กันอย่างครบถ้วน พร้อมที่จะสร้างสรรค์ประสบการณ์ทางดนตรีครั้งใหม่ให้กับผู้บริโภคอัด แน่นอยู่ในเครื่องของ XPERIA Z

และในส่วนของหน้าตาส่วนติดต่อของผู้ใช้งาน (UI) เป็นครั้งแรกที่ Sony ยอมให้ผู้ใช้งานสามารถปรับเพิ่มจำนวนหน้าต่างการใช้งานได้เองโดยอิสระ เพราะก่อนหน้านี้ทั้งหมดถูกจำกัดเอาไว้อยู่ที่เพียงแค่ 5 หน้าเท่านั้น หน้าตาส่วนใหญ่แล้วมีการปรับแต่งที่ใส่ใจในรายละเอียดมากขึ้น เช่นการใช้พื้นหลังสีขาวในหน้าการทำงานของข้อความและแป้นโทรศัพท์ ซึ่งทำให้ดูกลมกล่อมมากขึ้นแม้การทำงานจะยังคงเหมือนเดิม

สรุป

นับเป็นเวลานานมากแล้วที่บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Sony ใช้เวลาในการวิ่งไล่ตามคู่แข่งในตลาดอุตสาหกรรม smartphone และในที่สุดก็ดูเหมือนว่าจะมาถูกทางกับเขาเสียที สำหรับ XPERIA Z ถือเป็นความพยายามครั้งล่าสุดที่ประสบความสำเร็จในการส่วนออกแบบตัวเครื่อง การทำงานด้วยฮาร์ดแวร์ที่เท่าเทียมกับคู่แข่งในช่วงเวลาที่ใกล้เคียงกัน ถ้าถามถึงโอกาสประสบความสำเร็จของ Sony และ Flagship เครื่องนี้ทั้งหมดขึ้นอยู่กับราคาและความรวดเร็วในการจัดจำหน่ายเท่านั้นที่จะบอกได้ เพราะ เครื่องนี้เป็นความพยายามที่ต้องบอกว่าไม่เสียเปล่าอย่างแท้จริง

และก็ถือเป็นช่วงเวลาที่นานมากแล้วอีกเช่นกัน ที่ไม่ได้มีความสุขกับการทำงานร่วมกับ Sony smartphone แต่สำหรับ XPERIA Z นั้นปลุกความรู้สึกเหล่านั้นกลับมาได้อีกครั้งเมื่อมีทุกอย่างที่ผู้บริโภคสามารถคาดหวังจะได้ใน smartphone เครื่องใหม่ประจำปี 2013 แต่ทุกเครื่องก่อนหน้านี้ล้วนจะมีอะไรบางอย่าง ที่ไม่สามารถเติมเต็มความต้องการได้สมบูรณ์ในความรู้สึกได้ มีเพียง XPERIA T ที่ทำได้แค่ใกล้เคียงที่สุด ในส่วนของปัญหาอย่างความร้อน ก็ถือเป็นปัญหาที่ผู้ผลิตทุกรายต้องพบเจออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จากการใช้หน่วยประมวลผลรุ่นใหม่ล่าสุดนี้ของ Qualcomm ที่ยังต้องการแก้ไขปัญหาต่อไปในอนาคต ที่เหลือคงต้องรอให้เครื่องจริงทำตลาด แล้วมาพิสูจน์กันว่าจะเป็นอย่างไร

สุดท้ายขอแถมเอาไว้นิดนึง เป็นข้อมูลนอกจากบทความที่ผู้เขียนได้รับทราบว่าระบุว่า กระจกที่ใช้ในการผลิต XPERIA Z นั้นเป็นกระจกที่รับหน้าที่ผลิตโดย AGC Asahi Glass ผู้ผลิตจากญี่ปุ่น โดยจะทำตลาดในชื่อของ DragonTrail Glass :) ซึ่งใช้มาก่อนหน้าใน XPERIA smartphone (Active และ Go)

ที่มา: Mobile-Review