4G LTE เทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตยุคใหม่ เร็วแรง ตอบได้ทุกความต้องการอย่างแท้จริง

2014-04-04_092223ทำไมต้อง 4G LTE!? นี่เป็นคำถามที่หลายๆ คนยังคลางแคลงใจ เพราะปัจจุบันตัว 3G อินเตอร์เน็ตก็ครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ไปหมดแล้ว และความเร็วก็ถือว่าดีพอตัวซึ่งก็แล้วแต่พื้นที่นะครับ แต่เมื่อมี 4G LTE เข้ามาเสริมในปัจจุบัน ย่อมเป็นอีกทางเลือกสำหรับคนที่ต้องการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง แต่สำหรับคนที่ยังไม่ได้สัมผัส หรือทำความรู้จักมันจริงๆ อาจยังไม่ได้มองถึงเทคโนโลยีนี้เลยด้วยซ้ำไป

อาจเป็นเพราะพื้นที่ครอบคลุมยังไม่กว้างพอที่จะโดดเข้าไปใช้งานอย่างจริงๆ จังๆ หรืออาจจะมองว่าน่าจะมีค่าใช้จ่ายสูง (รึเปล่า) ส่วนตัวผมเองนั้นก่อนที่จะเริ่มมาใช้งาน 4G LTE เคยมองว่ามันน่าจะมีค่าใช้จ่ายต่างๆ เพิ่มเติมเยอะ และพื้นที่แถวที่อยู่อาศัย หรือสถานที่ต่างๆ ที่เราไปบ่อยๆ ยังไม่ค่อยมีสัญญาณครอบคลุมสักเท่าไหร่ แต่แล้วเมื่อได้ทดลองใช้จึงได้รู้ว่าจริงๆ แล้วมันมีประโยชน์มากเลยทีเดียวล่ะ!!

จุดเด่นอย่างแรกเลยที่มองเห็นง่ายๆ คือ “คนใช้ยังน้อย” แน่นอนว่าไม่ได้หนาแน่นเหมือนผู้ใช้งาน 3G ครับ ไม่เชื่อลองไปใช้งาน 3G ในสถานที่แออัดที่คนเยอะๆ อย่างห้างสรรพสินค้า โดยเฉพาะช่วงวันหยุด หรือตลาดนัดต่างๆ ที่คนพลุกพล่าน จะรู้สึกได้ทันทีว่าอินเตอร์เน็ตบนมือถือของเรานั้นง่อยไปซะเฉยๆ ช้าอืดหน่วงจนน่าใจหาย ประสบการณ์ตรงของผมมาจากงาน TME ในทุกๆ ครั้งคนแน่น เน็ตพิการ หลังๆ จึงหันมาคบกับ 4G LTE แทน…

table1

ด้วยความที่คนใช้ยังน้อย แบนด์วิดธ์ จึงมีมากกว่า ซึ่งปกติ 4G LTE ก็ดาวน์โหลดได้เร็วแรงกว่า 3G ประมาณ 2-3 เท่า อัพโหลดได้เร็วกว่าประมาณ 5 เท่า แล้วลองนึกดูสิในขณะที่ 3G กำลังอืดๆ เราใช้ 4G LTE เล่นอินเตอร์เน็ตได้รวดเร็วชิลๆ มันจะวิเศษแค่ไหน แน่นอนว่างาน TME 2014 ต้นปีที่ผ่านมา ผมก็ใช้ 4G LTE แชร์เน็ตใช้กันสบายใจเฉิบเลยทีเดียว

งั้นสรุปเหตุผลที่ว่าทำไมต้อง 4G LTE กันง่ายๆ ก็คือ

–          ดาวน์โหลดและอัพโหลดได้เร็วแรงกว่า 3G ประมาณ 3-5 เท่า
–          ในพื้นที่แออัดทำงานได้รวดเร็วกว่า (มาก)
–          จะเล่นเน็ต ดูวิดีโอสตรีมมิง หรือวิดีโอคอลล์ก็มีประสิทธิภาพกว่า

coverage

แน่นอนว่าเวลานี้ผู้ให้บริการ 4G LTE อย่างเต็มรูปแบบจะเป็นใครที่ไหนไม่ได้ ต้อง TrueMove H อยู่แล้ว ซึ่งปัจจุบันพื้นที่ครอบคลุมส่วนของใจกลางกรุงเทพฯ หมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็น ย่านธุรกิจสำคัญ หรือศูนย์การค้าชั้นนำ รวมถึงบรรดาโรงแรม โรงพยาบาล สนามบิน สถานีรถไฟฟ้า และสถาบันการศึกษาทั้งหลายนั้นสามารถใช้งาน TrueMove H 4G LTE ได้หมดแล้วครับ

โดย TrueMove H 4G LTE ในกรุงเทพฯ นั้นครอบคลุมตั้งแต่สนามบินดอนเมือง ยาวไปถึงเขตบางเขน รามอินทรา ลาดกระบัง จนไปถึงช่วงบางกะปิ สวนหลวง พระขโนง และไปสุดแถวๆ สุวรรณภูมิเลยทีเดียว ฝั่งในเมืองก็ครอบคลุมตั้งแต่ตลิ่งชัน แถบๆ บางแคก็ใช้ได้ในเขตในๆ ครับ และครอบคลุมไปถึงบางมด บางขุดเทียนเลยด้วย โดยในอนาคตอันใกล้นี้มีแนวโน้มว่าน่าจะครอบคลุมโซนกรุงเทพฯ ทั่วเลยทีเดียว

ส่วนใจกลางเมืองหลักนั้นก็ครอบคลุมในส่วนของจังหวัด นนทบุรี, สมุทธปราการ, ปทุมธานี, อยุธยา, ชลบุรี, นครปฐม, ขอนแก่น, อุบลราชธานี, อุดรธานี, นครราชสีมา, เชียงใหม่, พิษณุโลก, นครศรีธรรมราช, สุราษฏร์, สงขลา, ภูเก็ต และจังหวัดหนองคาย

ใจกลางสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมก็ยังครอบคลุมไปถึง หัวหิน, ชะอำ, พัทยา, ปากช่อง, เกาะภูเก็ต, เกาะสมุย หรือจะขึ้นภูกระดึง ก็มี 4G LTE ของ TrueMove H ให้ใช้ รวมไปถึง อำเภอแม่สอดด้วย

ไม่เพียงเท่านั้น TrueMove H 4G LTE ยังครอบคลุมไปถึงเขตชายแดนต่างๆ อย่าง ตลาดแม่สาย, เชียงราย, สะพานไทย-ลาว และตลาดโรงเกลือด้วย ฝั่งใต้ก็ครอบคลุม เบตง และด่านนอกจังหวัดสงขลาครับ นับว่าครอบคลุมไปทั่วเมืองสำคัญแล้ว เพื่อนๆ สามารถตรวจสอบพื้นที่ให้บริการ TrueMove H 4G LTE กันได้ที่นี่ครับ http://truemoveh.truecorp.co.th/coverage4g

2014-04-04_094818

สำหรับการใช้งานบนเทคโนโลยี 4G LTE บนคลื่นความถี่ 2100 MHz ของ TrueMove H นั้นมีอุปกรณ์หลากหลายตัวที่ทำออกมารองรับแล้ว ซึ่ง TrueMove H เองก็ขายพร้อมโปรโมชั่นแรงๆ อยู่แล้ว ลองไปเลือกกันได้ที่ True Store หรือลองตรวจสอบอุปกรณ์ที่รองรับกันได้ที่นี่ http://truemoveh.truecorp.co.th/checkdevice

จะเริ่มใช้ TrueMove H 4G LTE ได้อย่างไร?

2014-04-04_094920

อย่างแรกเลยตรวจสอบอุปกรณ์หรือสมาร์ทโฟนของคุณว่ารองรับ 4G LTE หรือไม่ ตามช่องทางที่แนะนำกันไปก่อนหน้านี้ หรือจะช้อปเครื่องใหม่จาก True Store ก็ไม่ว่ากันครับ ฮ่าๆ จากนั้นอัพเกรดซิม โดยทำได้ง่ายๆ แค่ติดต่อที่ทรูช้อป เฉพาะสาขาในกรุงเทพฯ เพื่ออัพเกรดซิมเป็น 4G LTE ครับ

2014-04-04_094932

สุดท้ายจะต้องอัพเกรดซอฟท์แวร์ก่อนใช้งาน โดยสามารถติดต่อพนักงานเพื่อทำการอัพเกรดได้ที่ ทรูช้อป ทุกสาขา หรืออัพเกรดง่ายๆ ด้วยตัวเอง โดยทำตามคำแนะนำที่นี่ครับ http://www3.truecorp.co.th/cm/support_sub_category/1114

2014-04-04_095033

สำหรับลูกค้า TrueMove และเครือข่ายอื่นๆ ที่ต้องการหันมาใช้งาน TrueMove H 4G LTE หรือ 3G+ ก็สามารถย้ายค่ายเบอร์เดิมได้ง่ายๆ ตามขั้นตอนดังนี้เลยครับ

แล้ว 4G LTE จะใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง?

บอกตรงๆ ว่ามีเพียบครับ อยู่ที่ว่าแต่ละคนจะนำไปใช้ประโยชน์ด้านไหน ส่วนตัวแล้วผมใช้ในชีวิตประจำวัน แทนที่ 3G เดิมในพื้นที่ๆ รองรับครับ โดยเฉพาะบนรถไฟฟ้า BTS หรือ MRT ที่เคยมีปัญหาเรื่องสัญญาณอินเตอร์เน็ตอยู่พอสมควร เวลานี้สามารถใช้งานแชท หรือเล่น Facebook รวมถึงเล่นเกมส์ออนไลน์ต่างๆ บนสมาร์ทโฟนที่เวลานี้ฮิตกันสุดๆ ได้ แม้ว่าผู้โดยสารจะแออัดแค่ไหน TrueMove H 4G LTE ก็ยังวิ่งปรู๊ดดด เหมือนเดิมครับ

บางครั้งผมเดินทางไปต่างจังหวัด ตามหัวเมืองใหญ่ๆ TrueMove H 4G LTE ก็ครอบคลุมถึง สามารถแชร์อินเตอร์เน็ตนั่งทำงานบน Notebook ได้อย่างสบายใจ เน็ตวิ่งเร็วกว่า ADSL อีกด้วยซ้ำครับ แถมยังแชร์เผื่อแผ่ให้กับเพื่อนๆ ที่เดินทางไปด้วยกันได้ด้วยมันดีตรงนี้ล่ะ

ส่วนการใช้งานทั่วไปมันก็ให้ประสบการณ์ที่เร็วลื่นไหลกว่า ไม่ว่าจะเป็นการดูวิดีโอ YouTube หรือพวกเว็บวิดีโอสตรีมมิ่งต่างๆ เร็วกว่านั่งเล่นบนคอมพิวเตอร์ด้วยซ้ำไป นอกจากนี้ยังมีผลต่อการใช้งานพวก Cloud Service บนสมาร์ทโฟนที่ปัจจุบันเริ่มใช้งานกันแพร่หลายแล้ว ไม่ว่าจะเป็นพวก Drop Box, Google Drive รวมถึงการซิงค์ข้อมูลต่างๆ ของ Google Account และ iCloud ของ iPhone ด้วย ซึ่งมันจะรองรับแพลิเคชั่นใหม่ๆ ที่มีขนาดใหญ่ในอนาคตได้เป็นอย่างดีครับ

สรุปแล้ว 4G LTE คือเทคโนโลยีที่น่าคบหาอย่างมากในปัจจุบัน และอนาคตที่น่าจะครอบคลุมพื้นที่มากกว่านี้ ด้วยความเร็วที่เหนือกว่า ทำอะไรได้มากกว่า โดยในส่วนของ TrueMove H 4G LTE เมื่ออยู่ในพื้นที่ไม่ครอบคลุม ก็ยังมี 3G+ ความเร็วสูงสุด 42Mbps รองรับอยู่ เร็วแรงได้เหมือนกันครับ ส่วนใครที่กังวลว่าค่าใช้จ่ายของ 4G LTE จะสูง เรามีคำตอบ

2014-04-04_103330

กับแพ็กเกจหลักคนชอบโทร และชอบเน็ต 4G iSmart ที่เพิ่มอีกเพียง 99 บาทต่อเดือนของ TrueMove H

2014-04-04_103431

หรือใครเน้นเล่นเน็ตอย่างเดียวไม่โทร ใช้งานบนอุปกรณ์พวกแท็บเล็ต ก็ต้องเป็น 4G iNet ครับ เอาล่ะใครอยากขยับขยายหันมาคบหากับความเร็วแรงของ 4G LTE ก็ลองตรวจสอบอุปกรณ์ที่ใช้ หรือหาอุปกรณ์ที่รองรับ แล้วไปเปิดใช้งานกันได้แล้ว แต่อย่าลืมตรวจสอบพื้นที่ให้บริการให้ดีนะครับ แล้วก็อย่าลืมเรื่องจำนวนจำกัดความเร็วสูงสุดของแพ็กเกจอินเตอร์เน็ตด้วย ยิ่งเร็วก็ยิ่งหมดง่ายนะครับ ^^

ที่มา: TrueMove H