ดีแทคตั้งเป้าสู่ผู้นำยุค 4G เผยผลทดสอบเร็วสูงสุด 150 Mbps

ดีแทคเผยพร้อมก้าวนำตลาดโทรคมนาคมไทย ด้วยการนำเทคโนโลยี 4G ที่ทันสมัยที่สุดมาสู่ผู้บริโภค และพร้อมที่จะนำประเทศรองรับการแข่งขันเออีซีด้วยเครือข่ายโทรคมนาคมที่สมบูรณ์แบบ

ดีแทคเผยผลทดสอบเทคโนโลยีการสื่อสาร 4G บนคลื่นความถี่ 1,800 เมกะเฮิรตซ์ ที่ดีแทคเฮ้าส์ โดยผลการทดสอบปรากฏว่า ความเร็วการใช้งานดาวน์โหลดทำได้สูงสุดถึง 150 เมกะบิตต่อวินาที (Mbps) และอัพโหลดทำได้สูงสุดถึง 50 เมกะบิตต่อวินาที (Mbps) หรือเร็วกว่า 3G ประมาณ 5 เท่า และยังเร็วกว่า 2G ประมาณกว่า 200 เท่า ซึ่งดีแทคได้ทำการทดสอบในเขตกรุงเทพฯ บริเวณสยามสแควร์ และอาคารจัตุรัสจามจุรี หรือบริเวณดีแทคเฮ้าส์

ดร. ดามพ์ สุคนธทรัพย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทคเปิดเผยว่าการเตรียมความพร้อมในการทดสอบ 4G เป็นหนึ่งในการพัฒนาคุณภาพเครือข่ายภายใต้แคมเปญ Life Network หรือ เครือข่ายเพื่อชีวิตที่ดีกว่าของดีแทค โดยดีแทคจะมีอุปกรณ์ที่ทันสมัยที่สุดในประเทศ ซึ่งสามารถทำการอัพเกรดเครือข่ายทั่วประเทศจาก 3G เป็น 4G ได้อย่างรวดเร็ว เพียงแค่เปลี่ยนการ์ด 4G ในตู้สัญญาณ ซึ่งใช้เวลาไม่เกิน 15 นาทีเท่านั้น ส่งผลให้ดีแทคเป็นผู้ให้บริการเครือข่ายที่มีความพร้อมในการเปิดให้บริการ 4G ได้รวดเร็วที่สุด นอกจากพร้อมที่จะนำเทคโนโลยี 4G ที่ทันสมัยมาสู่ผู้ใช้งานแล้ว เทคโนโลยีที่ทันสมัยจะสามารถสร้างโอกาสต่างๆ ให้เกิดประโยชน์ในการใช้งานอย่างมหาศาลเพื่อผู้ใช้งานทั่วประเทศ

ดีแทคเป็นเครือข่ายที่มีเสาสัญญาณใหม่ครอบคลุมทั่วประเทศ ด้วยจำนวนสถานีฐานมากที่สุดถึง 15,700 สถานีฐาน โดยเป็นสถานีสัญญาณ 3G กว่า 5,000 สถานีที่จะครอบคลุมทั่วประเทศในปลายปีนี้ จึงทำให้เราเชื่อมั่นว่าดีแทคจะเป็นผู้นำด้านเครือข่ายที่มีคุณภาพที่สุดได้อย่างแน่นอน และด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดนี้จะส่งให้ดีแทคก้าวสู่ระดับแนวหน้าด้านความพร้อมสำหรับบริการ 3G บนคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ และเทคโนโลยี  4G ในอนาคต” ดร.ดามพ์ กล่าว

นายประเทศ ตันกุรานันท์ ผู้อำนวยการอาวุโสสายงานปฏิบัติการโครงข่าย บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค กล่าวว่าผลการทดสอบน่าพอใจเป็นอย่างยิ่งด้วยความเร็วการใช้งานดาวน์โหลดทำได้สูงสุดถึง 150 เมกะบิตต่อวินาที (Mbps) และอัพโหลดทำได้สูงสุดถึง 50 เมกะบิตต่อวินาที (Mbps) หรือเร็วกว่า 3G ประมาณ 5 เท่า และยังเร็วกว่า 2G ประมาณกว่า 200 เท่า โดยได้ทดสอบบนอุปกรณ์สื่อสารสมาร์ทโฟน แอร์การ์ดต่างๆ ที่รองรับเทคโนโลยี 4G

“ด้วยการดำเนินงานเพื่อยกระดับคุณภาพเครือข่ายทั้งหมดทั่วประเทศที่ผ่านมา หรือ Network SWAP ที่ได้ดำเนินไปด้วยดีอย่างรวดเร็ว โดยดีแทคได้เปลี่ยนอุปกรณ์เครือข่ายเสร็จสิ้นแล้วในพื้นที่กรุงเทพฯ  ปริมณฑล  และภาคใต้  ส่วนที่เหลือในจังหวัดอื่นๆ คาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในปลายปีนี้ ทั้งหมดนี้จะทำให้ดีแทคมีเครือข่ายที่มีเทคโนโลยีสูงสุดที่นำมาสู่การใช้งาน และนอกจาก 3G บนคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ที่จะเปิดให้บริการแล้ว การติดตั้งหรืออัพเกรดสู่เทคโนโลยี 4G จะทำได้ง่ายดาย ภายใต้เครือข่ายใหม่ของดีแทคด้วยการเปลี่ยนการ์ด 4G ที่ตู้สัญญาณ ซึ่งใช้เวลาไม่เกิน 15 นาทีเท่านั้น ส่งผลให้ดีแทคเป็นผู้ให้บริการเครือข่ายที่มีความพร้อมในการเปิดให้บริการ 4G ได้รวดเร็วที่สุด ทั้งนี้เครือข่ายดีแทคได้สะท้อนถึงความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีและโครงข่ายที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชียในปัจจุบัน” นายประเทศ กล่าว

ดร.ดามพ์ กล่าวเพิ่มเติมในตอนท้ายว่า “ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ดีแทคมุ่งมั่นที่จะนำเทคโนโลยีที่ดีที่สุดในการสื่อสารมาบริการลูกค้าดีแทค  เราจะต้องเพิ่มมูลค่าการใช้งานสู่ชีวิตประจำวันของลูกค้า และที่สำคัญจะนำไปสู่การสร้างการแข่งขันและโอกาสต่างๆ ของประเทศไทย โดยเฉพาะเมื่อเข้าสู่ยุคการแข่งขันรองรับการเปิดเสรีอาเซียน (เออีซี) อีกด้วย


dtac aims to lead telecom industry into the 4G era

November 8, 2012 – dtac executives say they are ready to play a leading role in the Thai telecom industry by bringing state-of-the-art 4G technology to consumers.

Today, the technical test for 4G technology at “dtac house” shows that 4G mobile signal is capable of downloading data at the speed of 150 mbps, or 5 times faster than 3G and over 200 times faster than 2G. The demonstration test is part of the technical trials recently launched by Total Access Communication PLC or dtac in the vicinity of Siam Square and Chamchuri Square, which is also houses the head office of dtac or the, so-called, “dtac house”.

Dr. Darmp Sukontasap, Chief Corporate Affairs Officer, Total Access Communication PLC (dtac), said “this 4G technology trial is the next logical step in our journey to constantly improve and strengthen the quality of our network under our ‘Life Network’ campaign. We are pleased to now have the most advanced telecom technology and equipment in use. Our current network system would enable us to switch on 3G and 4G signals less than 15 minutes at each base station and bring state-of-the-art services, as well as new possibilities and limitless opportunities to our customers nationwide.”

“dtac now has over 15,700 base stations across Thailand. Over 5,000 of them will be 3G enabled by the end of the year and we will continue to expand our network coverage in the years ahead. With all this progress, we believe dtac will become a leader in telecom service.  With the most advanced technology, we will soon be ready to provide 3G services on the 2.1 GHz frequency band and 4G services in the future,” said Dr. Darmp.

Prathet Tankuranun, Senior Vice President – Network Operations Division, Total Access Communication PLC (dtac), said the test achieved a record maximum speed of 150 Mbps for data download or 5 times faster than 3G and roughly 200 times faster than 2G.  The test was conducted with the use of aircards and 4G-compatible smart phones.

“dtac’s nationwide network upgrade or network SWAP has been progressing satisfactorily.  Thus far, we have finished replacing network equipment at base stations in greater Bangkok and the south.  By the end of this year, we expect to have completed the upgrade at base stations in other parts of the country.  Besides offering 3G services on the 2.1 GHz frequency band, dtac is also preparing for the arrival of 4G services.  With the technology and equipment that we now have, upgrading our network to 4G is very easy and takes less than 15 minutes at each base station.  This will position dtac as the most-prepared telecom operator to launch 4G services in Thailand. All this reflects dtac’s leadership in communication technology, and the fact that it now has one of the most advanced mobile networks in Asia,” Prathet explained.

“This is all about providing the best possible telecom services to our customers, to help add value to their everyday lives. It is also about helping to enhance Thailand’s national competitiveness and bringing new opportunities to the country, especially when Thailand and the Southeast Asia region will soon open itself up for the Asean Economic Community (AEC),” Dr. Darmp concluded.