บก.ปอศ. เผยตัวเลขการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ในองค์กร ระบุมีจำนวนคดีลดลง แต่จำนวนของกลางเพิ่มขึ้น

100กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานตรวจค้นและดำเนินคดีองค์กรธุรกิจละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ ระหว่างเดือนมกราคม – พฤศจิกายน 2560 จำนวน 227 ราย พบคอมพิวเตอร์ติดตั้งซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์กว่า 3,000 เครื่อง คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 430 ล้านบาท

900โดยตลอดระยะเวลาเกือบ 1 ปีที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นและดำเนินคดีกับองค์กรธุรกิจที่มีการติดตั้งใช้งานซอฟต์แวร์อย่างไม่ถูกต้อง และมีการใช้งานซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์หรือไม่มีสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ์ตามหลักฐานที่ได้รับมา ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่จังหวัดกรุงเทพมหานคร ปทุมธานี สมุทรปราการ นนทบุรี และระยอง

200 300 1000 1100บก.ปอศ. ได้ดำเนินคดีกับองค์กรธุรกิจที่กระทำผิดจำนวน 227 องค์กร มีการติดตั้งซอฟต์แวร์โดยไม่มีสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิบนคอมพิวเตอร์จำนวนกว่า 3,000 เครื่อง ในกลุ่มนี้มีทั้งเอสเอ็มอีและธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีรายได้ระดับร้อยล้านหรือพันล้านบาทต่อปี โดยส่วนใหญ่อยู่ในอุตสาหกรรมการออกแบบ ก่อสร้าง ตกแต่งภายใน อุตสาหกรรมการผลิต รวมถึงธุรกิจบริการต่างๆ เช่น ผลิตสื่อโฆษณา ที่มีการใช้งานซอฟต์แวร์จำนวนมาก มูลค่าความเสียหายจึงรวมแล้วกว่า 430 ล้านบาท

500การทำงานของเจ้าหน้าที่ไม่เพียงแต่การบังคับใช้กฎหมายเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการป้องปรามการกระทำผิด โดยการประชาสัมพันธ์ให้องค์กรธุรกิจปรับเปลี่ยนมาใช้งานซอฟต์แวร์อย่างถูกต้องผ่านทางสื่อต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพราะนอกจากจะเป็นการลดความเสี่ยงในการถูกดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว ยังช่วยลดความเสี่ยงต่อภัยไซเบอร์ที่มักจะมาพร้อมกับการใช้งานซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์

400 800ทั้งนี้ บก.ปอศ. จะใช้วิธีการป้องปรามควบคู่กับการปราบปรามอย่างจริงจัง มีการสื่อสารข่าวประชาสัมพันธ์ ตลอดจนกิจกรรมประชาสัมพันธ์ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตลอดทั้งปี เพื่อลดจำนวนการกระทำผิด ลดอัตราการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ในประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 69% ลดลงจากปีที่ผ่านมาซึ่งอยู่ที่ 71% แต่ยังคงสูงกว่าอัตราเฉลี่ยในภูมิภาคอาเซียนที่อยู่ที่ 61%

1200ในแง่ของจำนวนคดีของปี 2560 ที่มี 227 ราย นั่นคือลดลงจากของปี 2559 ที่มี 252 ราย แต่กลับพบว่ามีจำนวนเครื่องคอมพิวเตอร์หรือของกลางที่เพิ่มมากขึ้น คือจาก 2,780 เครื่อง เป็น 3,326 เครื่อง