เปิดตัวแล้ว iPhone 5S/5C ส่วนรุ่นพี่ iPhone 5 ถึงฆาต

iphone2013-0020[1]

เปิดตัวแล้ว iPhone 5S/5C ตามที่ลือกันมานาน โดย iPhone 5S นั้นยังคงมีรูปร่างที่เหมือนเดิมเป๊ะ และมีสีด้วยกันทั้งหมด 3 สี ได้แก่สีทอง สีดำ และสีเทา (iPhone 5 มีเพียง 2 สี) ส่วนพี่น้องท้องใกล้ๆ กันอย่าง iPhone 5C จะมีด้วยกัน 5 สี ได้แก่ ขาว แดง ฟ้า เขียว เหลือง และเป็นบอดี้พลาสติก

iphone2013-0140[1]

iPhone 5S

สำหรับรูปร่างภายนอกนั้นแม้จะเหมือนเดิม (แต่ก็มีสีใหม่ด้วย คือสีทองและสีเทา ส่วนสีขาวหายไปแล้ว) สเปคข้างในนั้นก็มีการเพิ่มสเปคมาไม่น้อยเช่นกัน โดยมีคีย์หลักสามอย่าง

LB_8208[1]

1) หน่วยประมวลผล Apple A7 ที่เร่งประสิทธิภาพมากกว่าเดิมอีก 2 เท่า ทำงานที่ 64 Bit ทางแอปเปิลบอกว่าเร็วขึ้นอย่างน้อย 2 เท่า สามารถรันแอพเดิมๆ ได้ทั้งหมด แต่ถ้าจะแปลงเป็น 64-Bit ก็ไม่ได้ยากอย่างที่คิด เพราะ Xcode รองรับเรียบร้อยแล้ว

LB_8385[1]

2) กล้องที่ถูกออกแบบใหม่ ทำให้ถ่ายรูปดีกว่าเดิม รูรับแสงเพิ่มขึ้นเป็น F2.2 ทำให้ถ่ายในที่มืดได้ดีขึ้น รวมถึงมีแฟลชสองอัน สำหรับสีโทนอุ่น และสีโทนเย็น ฟีเจอร์เด็ดคงไม่พ้นการถ่ายภาพ Slow-Motion ที่ 120FPS

LB_8438[1]

3) อ่านลายนิ้วมือ (เรียกว่า TouchID) ที่จะเพิ่มความปลอดภัย และลดความวุ่นวายในการใส่พาสเวิร์ดเช่นแต่ก่อน อยู่ที่ปุ่ม Home สามารถใช้เพื่อปลดล็อกหน้าจอ หรือซื้อแอพ, เพลง, หนัง, หนังสือ บน iTunes ได้

แบตเตอรี่นั้นทางแอปเปิลบอกว่าจะทนกว่าเดิมเล็กน้อย กำหนดวางจำหน่ายในสหรัฐประเทศบ้านเกิด 20 กันยายนปีนี้ พร้อมราคาเดิม

iphone2013-0089[1]

iPhone 5C

สำหรับของใหม่จริงๆ น่าจะเป็น iPhone 5C ที่เปิดตัวในงานนี้ โดยมีบอดี้เป็นพลาสติกโพลีคาร์บอเนต สเปคเหมือนกับ iPhone 5 เลย แม้ว่าบอดี้จะเป็นพลาสติกฯ แต่ก็ไม่ได้ดูเป็นสินค้าราคาถูกๆ และด้านหลังกับด้านข้างก็เป็นการออกแบบที่ทำให้เป็นชิ้นเดียวกัน (unibody) อีกด้วย Apple เคลมว่าจะไม่มีรอยต่อบนตัวเครื่องเลยแม้แต่น้อย จุดเด่นรวมๆ ได้แก่

  • บอดี้พลาสติกด้านในมีการออกแบบโลหะเสริมกำลัง ทนทานกว่าที่ตาเห็นนอกจากนี้โลหะดังกล่าวทำหน้าที่เป็นเสาสัญญาณอีกด้วย
  • หน้าจอ 4 นิ้ว (แบบเดียวกับ iPhone 5 ที่หลอมส่วนรับการสัมผัสมาอยู่ชิ้นเดียวกับหน้าจอ)
  • หน่วยประมวลผล Apple A6
  • แบตเตอรีมากกว่า iPhone 5 เล็กน้อย
  • กล้องหลัง 8 Megapixel เท่าเดิม
  • กล้องหน้ารองรับ FaceTime HD แล้ว

นับตั้งแต่นี้ไป ในร้านของทาง Apple จะยังคงมี iPhone 4S จำหน่ายอยู่ แต่จะไม่มี iPhone 5 อีกต่อไป ถือเป็นการสิ้นสุดหน้าที่ iPhone 5 ที่จำหน่ายมาตลอดหนึ่งปีเต็ม

ที่มา: Engadget, The Verge