Wacom จัดงานเปิดตัวสินค้าใหม่กลุ่มแทบเล็ตในประเทศไทย

1

วันนี้ Wacom เปิดตัวแทบเล็ตใหม่ในประเทศไทยหลายรุ่นด้วยกัน แต่แทบเล็ตที่ว่านี้ไม่ใช่แทบเล็ตอย่างที่เราเข้าใจกัน เพราะมันคือแทบเล็ตที่ใช้ในการวาดรูปนั่นเอง ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ Wacom มีชื่อเสียงในการพัฒนามาอย่างยาวนาน

เดี๋ยวนี้คำว่าแทบเล็ตมักหมายถึงอุปกรณ์ฉลาดๆ ที่ใช้ Android หรือ iOS สักตัวหนึ่ง แต่ว่าก่อนหน้านี้คำว่าแทบเล็ตถูกใช้ในความหมายของอุปกรณ์ที่ใช้สื่อสารกับคอมพิวเตอร์ เหมือนกระดานวาดภาพนั่นเองครับ

ในงานนี้ทาง Wacom ก็ได้เปิดตัวรุ่นใหม่จำนวน 4 รุ่นด้วยกันได้แก่ Cintiq, Bamboo Pad, Intuos Pro และปากกา Intuos

สำหรับรุ่นที่น่าสนใจก็คงจะไม่พ้น Cintiq นั่นเองครับ โดยถือได้ว่าเป็นก้าวใหม่ของ Wacom เลยทีเดียว เนื่องจากเจ้าแทบเล็ตตัวนี้นอกจากจะเป็นอุปกรณ์สำหรับการวาดรูปแล้ว ยังเป็นแทบเล็ตที่ใช้ระบบปฏิบัติการอย่าง Android อีกด้วย

แทบเล็ตสำหรับนักครีเอทีฟมีด้วยกันสองรุ่น โดยรุ่นแรกที่จะพูดถึงก็คือ Cintiq Companion ที่เป็น Windows 8 นั่นเองครับ ซึ่งสเปคคร่าวๆ มีดังนี้

800x600_Companion_01

Cintiq Companion Professional Creative Tablet

  • หน้าจอ 13.3 นิ้ว ความละเอียด 1920 x 1080
  • ระบบปฏิบัติการ Windows 8 หรือ Windows 8 Pro
  • CPU : Intel Core i7-3517U
  • GPU : Intel HD Graphic 4000
  • RAM 8GB DDR3
  • SSD 256/512 GB
  • น้ำหนัก 1.8 กิโลกรัมรองรับระดับการกด 2,048 ระดับ ทั้งปลายสไตลัสและท้ายสไตลัส, แท่นขาตั้งสามารถปรับได้ 3 ระดับด้วยกัน (22, 35, 50 องศา) และถอดได้

800x600_Companion_Hybrid_01

Cintiq Companion Professional Hybrid Creative Tablet

และยังมีอีกรุ่นครับ ถือว่าเป็นรุ่นที่ทำให้พกพาสะดวกขึ้น สเปคคร่าวๆ ก็คือ

  • หน้าจอ 13.3 นิ้ว ความละเอียด 1920 x 1080
  • ระบบปฏิบัติการ Android 4.2
  • CPU : Nvidia Tegra 4 Quad Core
  • GPU : Tegra GPU with 72 core
  • RAM 2GB
  • SSD 16/32 GB
  • น้ำหนัก 1.7 กิโลกรัมรองรับระดับการกด 2,048 ระดับ ทั้งปลายสไตลัสและท้ายสไตลัส, แท่นขาตั้งสามารถปรับได้ 3 ระดับด้วยกัน (22, 35, 50 องศา) และถอดได้

รวมๆ แล้วเจ้าตัว Hybrid นี้แทบจะไม่มีอะไรแตกต่างจากรุ่นที่เป็นตัวใหญ่เลยครับ (บอกว่าเบากว่า แต่เบากว่าจริงๆ แค่ 0.1 กิโลเอง) ความแตกต่างก็คือใช้ระบบปฏิบัติการ Android และใช้ชิป Nvidia Tegra 4 (ARM) ในขณะที่ตัวใหญ่ใช้ Intel Core i7 (X86) ทำให้ประสิทธิภาพโดยรวมต่างกันลิบลับครับ เนื่องจากชิป Core i7 นี่ถือได้ว่าเป็นรุ่นใหญ่สุดในวงการชิปคอมพิวเตอร์สำหรับบุคคลทั่วไปแล้ว (ถ้าเริ่มเป็น Xeon นี่ก็เริ่มจะไม่ใช่บุคคลทั่วไปแล้วล่ะ) นอกจากนี้ก็จะมีเรื่องของขนาดความจุภายใน ที่รุ่นใหญ่จะมีมากถึง 256 หรือ 512 GB ในขณะที่รุ่นเล็กจะเป็น 8 หรือ 16GB เท่านั้นนั่นเองครับ

สำหรับราคาตอนนี้ยังไม่แน่ใจนัก ได้ยินมาว่ารุ่น Cintiq Companion Hybrid จะมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ห้าหมื่น(กว่า) บาทครับ และถ้าไล่รุ่นขึ้นไปเรื่อยๆ ก็แพงขึ้นแน่นอน แต่ที่จริงแล้วราคาก็ไม่ได้แพงเกินไปนัก เนื่องจากเป็นอุปกรณ์สำหรับทำงานระดับ Professional นั่นเองครับ ซึ่งกลุ่มตลาดนี้อุปกรณ์ที่ทำให้ทำงานง่ายขึ้น เหมือนการสัมผัสกระดาษจริงๆ มากขึ้นแค่ไหนก็ยอมจ่ายอยู่แล้ว ต้องคอยดูกันว่าทีมงาน mxphone จะได้มารีวิวหรือไม่ และจะสามารถใช้ Cintiq Companion สร้างสรรค์ผลงานออกมาไหวหรือเปล่าครับ