[Review] Plantronics BackBeat FIT 505 รุ่นใหญ่ราคาเล็กของตระกูลสายสปอร์ต ที่อัดแน่นคุณภาพแบบรอบด้าน

Plantronics BackBeat FIT 505_01มาถึงอีกหนึ่งรีวิวสำหรับหูฟังจากตระกูล BackBeat FIT ของ Plantronics ที่ทางบริษัท ซิสเท็ม 2000 จำกัด ผู้แทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ Plantronics ในประเทศไทย นำมาเปิดตัวพร้อมกันทีเดียวถึง 3 รุ่น 3 สไตล์ โดยสำหรับ 2 รุ่นก่อนหน้าที่ทางทีมงานรีวิวให้ได้ดูกันไปแล้วก็คือ BackBeat FIT Training Edition และ BackBeat FIT 305

ถึงแม้ว่าหูฟังทั้ง 3 รุ่นดังกล่าว จะมาจากตระกูล BackBeat FIT ที่เป็นหูฟังบลูทูธแนวสปอร์ต เหมาะสำหรับกลุ่มคนที่เน้นกิจกรรมในชีวิตประจำวันไปกับการออกกำลัง แต่ก็จะมีรูปลักษณ์ของดีไซน์และคุณสมบัติในการใช้งานที่แตกต่างกันออกไปตามความชอบของแต่ละคน ซึ่งหูฟัง Plantronics BackBeat FIT 505 นี้จะมาในสไตล์ของหูฟังแบบ On-Ear หรือครอบหูนั่นเอง

Plantronics BackBeat FIT 505_02 Plantronics BackBeat FIT 505_03 Plantronics BackBeat FIT 505_04 Plantronics BackBeat FIT 505_05คุณสมบัติเด่นของหูฟัง Plantronics BackBeat FIT 505

  • ฟังเพลงและสนทนาโทรศัพท์ได้ต่อเนื่องนาน 18 ชั่วโมง
  • สแตนบายได้นานหลายวัน และเข้าสู่โหมด DeepSleep หรือประหยัดพลังงานแบตเตอรี่ได้นานสูงสุด 6 เดือน
  • น้ำหนัก 155 กรัม
  • เคลือบ P2i กันน้ำและละอองเหงื่อได้
  • รองรับการเชื่อมต่อได้ทั้งระบบ iOS / Android โดยเชื่อมต่อได้สูงสุด 2 อุปกรณ์พร้อมกัน
  • ระบบเชื่อมต่อ Bluetooth เวอร์ชั่น 4.1, แจ็ค 3.5 มิลิเมตร
  • รองรับ A2DP V1.2 และ AVRCP V1.4
  • ระบบเสียง HD Voice

Plantronics BackBeat FIT 505_06สิ่งที่จะได้รับเมื่อแกะกล่องออกมาประกอบไปด้วย ตัวหูฟัง Plantronics BackBeat FIT 505, สายชาร์จมาตรฐานชนิด Micro USB 2.0, สายแจ็ค 3.5 มิลิเมตร, ถุงผ้าใส่หูฟัง, ใบคู่มือประกอบการใช้งาน และเอกสารการรับประกัน

Plantronics BackBeat FIT 505_07 Plantronics BackBeat FIT 505_08หูฟัง Plantronics BackBeat FIT 505 รุ่นนี้เป็นรุ่นสีดำ/เทา (อีกสีหนึ่งที่มีจำหน่ายจะเป็นสีดำ/เขียวเข้ม) ซึ่งโทนสีแบบดำๆ เทาๆ นี้ก็เป็นสีคลาสสิคยอดฮิตอยู่แล้ว จึงมีความสวยงามที่แฝงด้วยความดุดันอย่างลงตัว

Plantronics BackBeat FIT 505_09 Plantronics BackBeat FIT 505_10บริเวณก้านหูฟังมีการเล่นสีโดยการไล่ระดับของโทนสีดำ เทา ขาว ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว จึงดูเท่ทันสมัยและไม่ซ้ำแบบใคร

Plantronics BackBeat FIT 505_11 Plantronics BackBeat FIT 505_12ที่หูฟังด้านขวาจะมีปุ่มสำหรับเปิด/ปิด และเชื่อมต่อบลูทูธ ไฟ LED และปุ่มโทรศัพท์

Plantronics BackBeat FIT 505_13 Plantronics BackBeat FIT 505_14ส่วนหูฟังด้านซ้ายจะมีไมค์สำหรับสนทนาโทรศัพท์ รูเสียบแจ็ค 3.5 มิลิเมตร พอร์ตสำหรับชาร์จแบตเตอรี่ ปุ่มเล่น/หยุดเพลง ปุ่มข้ามเพลงไปยังแทร็กถัดไป ปุ่มย้อนเพลงไปยังแทร็กก่อนหน้า และปุ่มเพิ่ม/ลดเสียง

Plantronics BackBeat FIT 505_15 Plantronics BackBeat FIT 505_16 Plantronics BackBeat FIT 505_17ด้านในของหูฟัง Plantronics BackBeat FIT 505 ทั้ง 2 ข้าง จะมีตัวหนังสือระบุไว้อย่างเด่นชัดว่าหูข้างใดเป็นข้างซ้ายหรือข้างขวา ตัวฟองน้ำหูฟังหุ้มหนังที่มีความนุ่มมาก เช่นเดียวกับตรงก้านหูฟังส่วนที่สัมผัสกับศีรษะก็ใส่ฟองน้ำหูฟังหุ้มหนังมาเหมือนกัน เวลาสวมใส่จึงสบายทั้งหูและศีรษะ โดยไม่มีการบีบรัดให้รู้สึกเจ็บแต่อย่างใด

Plantronics BackBeat FIT 505_18 Plantronics BackBeat FIT 505_19 Plantronics BackBeat FIT 505_20ตัวก้านหูฟังสามารถปรับหดเข้าหรือยืดออกได้ให้พอดีและกระชับสำหรับศีรษะของแต่ละคน

Plantronics BackBeat FIT 505_21เวลาเสียบชาร์จแบตเตอรี่ พอร์ตสำหรับชารร์จจะอยู่ที่หูฟังด้านซ้าย แต่ไฟ LED แสดงสถานะจะอยู่ที่หูฟังด้านขวา ซึ่งขณะชาร์จไฟจะขึ้นเป็นสีแดง และเมื่อแบตเตอรี่เต็มแล้วไฟก็จะดับลง

Plantronics BackBeat FIT 505_22 Plantronics BackBeat FIT 505_23 Plantronics BackBeat FIT 505_24การเริ่มต้นใช้งาน ให้เปิดตัวหูฟังโดยการดันปุ่มเปิด/ปิด (อยู่ที่หูด้านขวา) ไปครั้งเดียวแบบไม่ต้องดันค้าง ก็จะได้ยินคำว่า Power On (เปิดเครื่อง) โดยครั้งแรกของการใช้งานจะต้องเชื่อมต่อกับโทรศัพท์ก่อน ก็กดปุ่มเปิด/ปิด และรอจนกว่าจะได้ยินคำว่า Pairing (โหมดจับคู่) ซึ่งไฟ LED จะกระพริบเป็นสีแดงและสีน้ำเงินสลับกัน

Plantronics BackBeat FIT 505_25 จากนั้นเปิดบลูทูธที่โทรศัพท์และกำหนดค่าให้ค้นหาอุปกรณ์ใหม่ และเลือกชื่ออุปกรณ์ PLT BBFIT500 Series และเมื่อหูฟังจับคู่กับโทรศัพท์เสร็จแล้ว จะได้ยิน Pairing Successful (การจับคู่สำเร็จ) และไฟสัญญาณจะหยุดกระพริบ ถ้าหากต้องการเลิกใช้งานก็ให้ปิดตัวหูฟังโดยการดันปุ่มเปิด/ปิด อีกครั้งจนกว่าจะได้ยินคำว่า Power Off (ปิดเครื่อง) ส่วนโทรศัพท์เครื่องไหนที่เคยเชื่อมต่อกับหูฟังแล้ว ครั้งต่อๆ ไปเมื่อเปิดใช้งานหูฟังจะทำการเชื่อมต่อโทรศัพท์ให้โดยอัตโนมัติ

Plantronics BackBeat FIT 505_26ส่วนเวลาจะฟังเพลง ให้จำง่ายๆ เลยก็คือปุ่มคอนโทรลต่างๆ นั้นจะอยู่ที่ฝั่งซ้ายของหูฟังทั้งหมด โดยการเล่นเพลงให้กดปุ่มเล่นเพลง (อยู่ตรงกลาง) เพียงครั้งเดียว และถ้ากดอีกครั้งก็จะเป็นการหยุดเพลงไว้ชั่วคราว ส่วนการข้ามเพลงไปยังแทร็กถัดไปให้กดปุ่ม < (เวลาใส่หูฟังคือลูกศรจะชี้ไปข้างหน้า) หรือการเล่นเพลงแทร็กก่อนหน้านี้ ให้กดปุ่ม > (เวลาใส่หูฟังคือลูกศรจะชี้ไปข้างหลัง) 2 ครั้ง ถ้ากดครั้งเดียวจะเป็นการเริ่มต้นใหม่แทร็กที่กำลังฟังอยู่ และปุ่มเพิ่ม/ลดเสียงก็จะมีมาแบบแยกเฉพาะซึ่งอยู่ใกล้ๆ ปุ่ม > จึงทำให้ใช้งานได้สะดวก เพราะหูฟังบางรุ่นบางยี่ห้อชอบเอาไปรวมกับปุ่มเลื่อนแทร็ก

Plantronics BackBeat FIT 505_27 Plantronics BackBeat FIT 505_28การทดสอบใช้งานจริง รู้สึกว่าหูฟัง Plantronics BackBeat FIT 505 สวมใส่ได้สบายดีพอควร ไม่รู้สึกอึดอัดแม้ว่าจะต้องใส่เป็นระยะเวลานานๆ เพราะตัวฟองน้ำที่รองหูมีความนุ่มและยืดหยุ่นได้ดี ส่วนคุณภาพเสียงค่อนข้างใกล้เคียงกับ BackBeat FIT 305 ที่เก็บรายละเอียดของเสียงดนตรีได้ครบและคมชัดทุกมิติ เสียงออกแนวใสๆ เป็นธรรมชาติ ไพเราะนุ่มลึก พร้อมกับเบสที่มาแบบพอดีๆ

Plantronics BackBeat FIT 505_32สำหรับราคาค่าตัวของหูฟัง Plantronics BackBeat FIT 505 จะมีราคาจำหน่ายอยู่ที่ 3,890 บาท ซึ่งค่อนข้างจับต้องได้ และประสิทธิภาพการใช้งานก็นับว่าไม่แพ้กันกับหูฟังในระดับเดียวกันหรือคล้ายๆ กันด้วยซ้ำ โดยสำหรับผู้ที่ซื้อหูฟัง Plantronics ตระกูล BackBeat FIT ในราคาเต็ม สามารถนำใบเสร็จมาลงทะเบียนเพื่อรับประกันสินค้าเพิ่มเป็น 2 ปี ได้ผ่านเว็บไซต์ www.systems2000.co.th/warranty/ ได้

Plantronics BackBeat FIT 505_29 Plantronics BackBeat FIT 505_30 Plantronics BackBeat FIT 505_31คนที่ชอบกำลังเป็นประจำและชอบหูฟังแบบ On-Ear หรือครอบหู อยากให้ลองดู Plantronics BackBeat FIT 505 ไว้เป็นอีกหนึ่งทางเลือก เพราะเชื่อว่าจะสามารถตอบโจทย์ความต้องการได้อย่างครบถ้วน ด้วยทั้งประสิทธิภาพและฟีเจอร์การใช้งานต่างๆ บวกกับราคาที่ไม่แพง คุณภาพเสียงดี สวมใส่ได้สบาย พกพาสะดวก เวลาใส่ออกกำลังก็สามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้อย่างคล่องตัว พร้อมทั้งยังป้องกันน้ำและละอองเหงื่อจากการออกกำลังกายได้เป็นอย่างดี

ทั้งนี้ หากใครสนใจหรืออยากไปลองสัมผัสดูว่าหูฟัง Plantronics BackBeat FIT 505 รุ่นนี้จะโดนใจมากน้อยแค่ไหน ก็เตรียมตัวไปดูได้ที่งานมหกรรมโทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ตครั้งแรกของปี Thailand Mobile Expo 2018 หรือ TME2018 ที่จะมีในวันที่ 15-18 กุมภาพันธ์นี้ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นั่นเอง