First Touch : iOS 7 “สิ่งที่รอมานานโดยไม่รู้ตัว”

iOS7_Overviewหลายคนคงได้ชม iOS 7 จากหลายสื่อแล้ว และน่าจะได้เห็นหลายสำนักเอา iOS 7 Beta มาลองเล่นให้ชมกันถึงความสามารถกันบ้างแล้ว ในครั้งนี้ MXPhone ขอเอากับเค้าบ้าง ขอนำ iOS 7 Beta รุ่นแรกมาลงใน iPhone 5 และลองใช้งานจริงในเบื้องต้นว่า โหงวเฮ้งของ iOS 7 จะออกมากันประมาณไหน เชิญชมกันครับ

คำเตือน : iOS รุ่น Beta ที่นำมาเขียนเล่าครั้งนี้ เป็น Software รุ่นทดสอบ ไม่สมบูรณ์พอสำหรับใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน จึงไม่ควรนำมาใช้งานจริง และขอไม่กล่าวถึงวิธีการติดตั้งเช่นกัน

iOS7_First_touch_1เห็นหน้าตาจริงแล้ว?

ทุกคนได้เห็นวีดีโอนำเสนอ iOS 7 กันไปแล้วว่าหน้าตาประมาณไหน หลายความเห็นใน Fanpage ของ MXPhone และใน Social หลายที่ มาในแนวว่า “ยังกับ Android บ้าง” “เหมือน UI มือถือยี่ห้อนั้น นี่ บ้าง” แน่นอนว่า 10 วินาทีแรกที่ได้เห็น มันให้อารมณ์ “เหมือน” มือถือ Android ที่ใช้ UI แต่งในหลายยี่ห้อจริงๆ ยิ่งถ้าเป็นคนชอบเล่น ROM ใน Android กันมาก่อน อาจจะรู้สึกเลยว่า ตกลงกำลังเล่น Android ที่หน้าตาเป็น iPhone หรือเปล่า : P

หน้าจอปลดล็อครวมถึงหน้าจอเมนู ให้มิติที่เหมือน UI ลอยขึ้นมาจริงๆ ไม่ดูแบนราบ ทั้งที่งานออกแบบ UI เน้นความเรียบง่ายแท้ๆ เมื่อทดลองเอียงเครื่องเพื่อดูมุมมองจอไปมาในหลายมุม พบว่ามุมมองไอคอน พื้นหลัง มีการปรับให้เข้ากับสายตา ดูสวยเป็นมิติชนิด iOS รุ่นก่อนหน้าดูแบนๆ จืดๆ ไปถนัดตาทีเดียว

iOS7_First_touch_2การใช้งานยังคงเป็นแบบ iOS ที่คุณเคย ปลดล็อค (ปลดหน้าจอด้วยการลากจากซ้ายไปขวาบนพื้นที่ว่างๆของจอ Lock) ปัดหน้าจอไปซ้ายและขวา แตะลงไปในสิ่งที่ต้องการเปิด และกดปุ่ม Home ออกจากการทำงาน แต่สิ่งที่ทำให้ iOS 7 หวือหวามากขึ้นคือ Effect ที่พบได้จาก​ Smartphone OS อื่น อย่างเช่นการเปิดของ App ที่ชวนให้นึกถึง BlackBerry 10 / Multitask ที่ชวนให้นึกถึง Windows Phone 8 + Symbian^3 พร้อมกับการเตะออกแบบ WebOS

แต่พออยู่ในมือแล้ว UI โดยรวม ถ้าจะว่า “ลอก” ทุก OS ที่รู้จัก ก็เรียกว่า “ใช่” ได้เต็มปากอยู่ แต่เมื่อมาอยู่ในเครื่องและลองสัมผัสจริง โดยส่วนตัวแล้ว ทุกอย่างยังคงคำว่า “iOS” อย่างที่ไม่มีกลิ่นไปทาง OS ใด OS หนึ่งแบบสุดขั้ว มันยังเป็น iOS ที่เป็น iOS เหมือนเดิม เล่าไว้ตรงนี้อาจไม่เห็นภาพนัก แต่เมื่อได้ลองเล่น จะเข้าใจเองครับ^^””

แต่ UI นี้ เชื่อว่าถ้ารักก็รักกันไปเลย ถ้าไม่ชอบ ก็คงทำใจกันนานหรือทำใจไม่ลงกันเอาได้

iOS7_First_touch_3Control Center

ตอนดูการนำเสนอครั้งแรก ลูกเล่น Control Center เป็นลูกเล่นที่ “ควรจะมี” มาตั้งนานแล้ว แต่แอบแปลกใจที่ Apple เอาลูกเล่นส่วนนี้ไปวางไว้ด้านล่าง (ลากจอจากล่างสุดขึ้นบน) แต่พอใช้งานจริง การลากจากล่างขึ้นบน ทำได้สะดวกและไวกว่า เพราะมันใกล้มือกว่าการเอื้อมไปลาก Notifications Center ที่ไม่ได้ดูบ่อยเท่าการตั้งค่า

iOS7_First_touch_4การตั้งค่าที่ให้มาหลักๆ มีเรื่องของความสว่างหน้าจอ / Bluetooth / Do Not Disturb / Wi-Fi / การหมุนหน้าจอ / Air Plan Mode พร้อมกับไอคอนทางลัดลูกเล่นใหม่อย่างเช่น ไฟฉายที่ใช้ Flash กล้อง / นาฬิกาจับเวลา / เครื่องคิดเลข / กล้องถ่ายรูป รวมถึงย้ายหน้าควบคุมเพลงที่เคยอยู่ในหน้าซ้ายสุดของ Multitask มารวมใน Control Center

เมื่อลองใช้งานจริง จุดนี้เป็นจุดที่ดีกว่าทุก OS จริงๆ สะดวกมากกับการลากขึ้นมาใช้งาน ทำได้ไวกว่าการนำการตั้งค่านี้ไปอยู่ด้านบนจอ ไม่ว่าจะเดียวๆ หรือรวมกับ Notifications ก็ตาม อีกจุดที่ถือว่าดีมาก นั้นคือถ้าเล่นเกมหรือใช้ App ที่เป็นจอเต็ม ไม่ว่าจะแนวตั้งหรือแนวนอน การลาก Control Center ทำได้ในการลากครั้งเดียว ฉับไวพร้อมใช้ทุกสถานการณ์จริงๆ

iOS7_First_touch_5Multitask ที่ไม่เชื่อว่า Apple ทำแนวนี้กับเค้า!!!

ลูกเล่นนี้เป็นอีกจุดที่แตกต่างไป เพราะใน iOS 4-6 เมื่อกดปุ่ม Home ติดกันสองครั้ง จะแสดงแถบแสดง App ที่เรามีการใช้งาน ซึ่ง App ที่อยู่ในแถบดังกล่าว จะถูกผนึกการทำงานไว้ แถบดังกล่าวมีหน้าที่แค่แตะสลับข้าม App ไปมา ฉะนั้น ถ้าสลับไปมาระหว่างใช้งาน จะทำงานแบบ Multitask จริงๆ แต่บางครั้งถ้าเราไม่ใช้ App ที่เปิดทิ้งไว้ในแถบ Multitask นั้นนานประมาณนึง ตัว App จะตัดการทำงานทั้งหมด ทำให้เมื่อเข้าไปใน App ทุกอย่างจึงมีค่าเท่ากับเริ่มใหม่

iOS7_First_touch_6ใน iOS 7 ระบบ Multitask เปลี่ยนหน้าตาใหม่ เมื่อกดปุ่ม Home ติดกันสองครั้ง Multitask จะแสดง App ที่อยู่ในรายการแบบเต็มหน้าจอ ตามดด้วยไอคอน App นั้นๆ อยู่ใต้จอ ผู้ใช้สามารถเลือกด้วยการปัดไปทางซ้ายหรือขวา โดยทางซ้ายสุดจะเป็นหน้าจอที่แตะแล้วกลับไปเมนูหลักให้ทันที การปิดทิ้ง ทำได้ด้วยการแตะหน้าจอ App นั้น และดีดขึ้นออกไปจากตัว

ระบบ Muititask ของ iOS 7 มีการเรียนรู้นิสัยผู้ใช้งาน หาก App ต่างๆ ปรับปรุงให้รองรับกับ iOS 7 แล้ว ตัวระบบสามารถดึงข้อมูลมาเก็บไว้ใน App ที่ระบบเห็นว่าผู้ใช้มีการใช้ ณ ช่วงเวลานั้นบ่อยๆ หรือถูกใช้บ่อยๆ ในแต่ละวัน ฉะนั้นแล้ว เมื่อเรียกใช้ App ดังกล่าวจาก Multitask ข้อมูลล่าสุดจะถูกดึงมารอให้พร้อมใช้ทันทีเมื่อเรียก App นั้นจาก Multitask ซึ่งเป็นจุดเล็กน้อยที่ไม่เลวเลยทีเดียว

iOS7_First_touch_7Folder เต็มตา ใช้ง่าย+เงื่อนไขไม่เยอะ

ระบบ Folder ของ iOS ถือว่าเป็นการจัดการที่ค่อนข้างง่าย เพราะแค่ลากไอคอน App ทับกันก็ใช้งานได้แล้ว แต่ปัญหาคือ มุมมองของ Folder กับจำนวนที่ใส่ได้ ที่หลายคนที่ใช้ iOS อาจไม่โดนใจเท่าไหร่ ใน iOS 7 สามารถอัดจำนวน App ได้เต็มที่มากขึ้น พร้อมกับเวลาเลือกใช้งาน Folder ดังกล่าวจะแสดงขึ้นมาเต็มหน้าจอ ดูชัดเจนและใช้งานง่ายขึ้น ถึงในแง่ความสวยงาม แบบเดิมอาจจะสวยกว่าก็ตาม

iOS7_First_touch_8แป้นพิมพ์ / Font

นี่เป็นอีกจุดที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะภาษาอังกฤษหรือไทย ตัว Font ของภาษาอังกฤษ “Helvetica” ซึ่งเป็น ​Font มาตราฐานอันนึงในเครื่อง Mac ส่วนภาษาไทยเป็น Font ชื่อ “สุขุมวิท” หากมองผ่านๆ ไม่มีปัญหาเรื่องการมองนัก แต่หากใช้งานกับ Wallpaper ที่สีเข้ม ตัว Font ต่างๆ ดูจะมองยากไปสักนิด เพราะสีขาวของ Font ที่ไม่มีเงาตัดของขอบ ทำให้มองยากไปเล็กน้อย จุดนี้หวังว่าใน Beta ถัดๆไป จะปรับให้ลงตัวกว่านี้

iOS7_First_touch_13Notifications Center ที่แตกต่างและคล่องตัว

การแจ้งเตือนสิ่งต่างๆใน Smartphone แทบจะเป็นเรื่องสำคัญ ใน iOS นั้น นับตั้งแต่ iOS 5 ที่มี Notifications ที่เป็นระเบียบมากขึ้น ใช้งานจริงได้ดี และลูกเล่นนี้ใน iOS 6 ไม่มีอะไรใหม่ กลับมาใน iOS 7 Notifications Center เปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้น โดยแบ่งการมองเป็น 3 ส่วน ได้แก่ ข้อมูลประจำวันนี้ / Notifications ต่างๆ / สิ่งที่พลาดไป

iOS7_First_touch_14สิ่งที่ดีขึ้นคือ Notifications ผนวกลูกเล่นปฎิทินกับ Reminders เข้าไปในส่วน ทำให้ในแถบข้อมูลประจำวัน สามารถรู้สิ่งที่ต้องทำในแต่ละวันได้ง่ายขึ้น ในขณะที่การเตือนปกติยังคงใช้งานเช่นเดิม ในขณะที่บรรดาการแจ้งเตือนบางอย่างที่ผู้ใช้พลาดไป เช่นการรับสาย ฯลฯ จะนำไปรวมในส่วนสิ่งที่พลาด ทำให้แยกมุมมองในการใช้งานได้ง่ายขึ้น ถือเป็นจุดที่มีพัฒนาการได้แตกต่างและลงตัวขึ้น

iOS7_First_touch_21Spotlight ที่พร้อมใช้กว่าเดิม

หน้าจอ Spotlight ที่เอาไว้ค้นหาสิ่งต่างๆ ที่อยู่ในเครื่อง iOS นั้น ปกติจะต้องไปหน้าจอซ้ายสุดของเครื่อง แล้วค่อยค้น ซึ่งลูกเล่นนี้ บางทีถูกละเลย+ผู้ใช้บางคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีมันอยู่ เพื่อให้การเรียกใช้มีประสิทธิภาพมากขึ้น Spotlight ใน iOS 7 จึงพร้อมใช้งานในทุกหน้าของเมนูหลักทันที

เพียงแค่อยู่ในหน้าเมนูหลัก แล้วเอานิ้วถูลงจากกลางจอลงล่างจอสั้นๆ หนึ่งครั้ง Spotlight จะแสดงขึ้นมาให้พร้อมใช้งานทันที ทำให้ใน iOS 7 ลูกเล่นนี้พร้อมใช้งานได้มากขึ้น

iOS7_First_touch_9กล้องถ่ายรูปและ Camera Roll ที่มากประโยชน์ขึ้น

กล้องถ่ายรูปใน iOS 7 เป็นอีกจุดที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน หน้าตาการใช้งานยังคล้ายของเดิม สิ่งที่เปลี่ยนไปคือส่วนของเมนูย่อยมีขนาดเล็กลง ให้ความสำคัญกับมุมมองภาพในกล้องที่มองได้ชัดเจน เมนูกล้องมีการแยกระหว่างกล้องถ่ายภาพนิ่ง / วีดีโอ ชัดเจนมากขึ้น

iOS7_First_touch_10ลูกเล่นเดิมอย่าง Panorama มีการทำเป็นเมนูหลักในกล้องเพื่อให้เปิดใช้ได้ง่ายขึ้น (รวมถึงทำ Camera Roll แยกเฉพาะ Panorama ต่างหากแล้ว)ลูกเล่นใหม่อย่าง Filter กล้อง สามารถเรียกใช้จากหน้าเมนูกล้องหลักได้ทันที พร้อมกับแสดงตัวอย่าง Effect ก่อนถ่ายอย่างชัดเจน การใช้งานคล้ายกับใน Photo Booth ใน iPad เช่นกัน

ในส่วน​ Camera Roll ของรูป เป็นอีกจุดที่เพิ่มใหม่ขึ้นมา นั้นคือการแสดงผลรูปแบบเรียงตาม วัน เดือน ปี ซึ่งผู้ใช้สามารถไปแก้รายละเอียดให้เป็นชื่ออัลบั้ม ทำให้ปัญหาการหาภาพใน iOS แบบแต่ก่อนหมดไปซะที ภาพรวมของการใช้งานกล้องใน iOS 7 ให้ความสะอาดตาในการเล็งถ่ายภาพ พร้อมกับความง่ายในการถ่าย รวมถึงจัดการภาพได้เข้าท่ามากกว่าแต่ก่อนแน่นอน

iOS7_First_touch_11ปฎิทินที่ไม่ใช่ส่วนเกินของเครื่องอีกต่อไป

ลูกเล่นหนึ่งที่ผมเองก็ไม่ชอบใช้ แถมชอบใช้ใน iPad หรือใช้ใน Android มากกว่า นั้นคือปฎิทินของ iPhone เพราะมุมมองที่ดูรก เบียด ทำให้ผมไม่ใช้งานมัน ต่อให้ใน iOS 6 จะมีมุมมองแนวนอนแบบเดียวกับที่ใช้ใน Calendar ใน OSX ก็ตาม

iOS7_First_touch_12แต่พอเป็น iOS 7 ปฎิทินถูกยกหน้าตาใหม่ เป็นปฎิทินที่สะอาดตา มองข้อมูลได้ง่ายขึ้น สามารถสลับมุมมองปฎิทินแบบปี / เดือน และตารางนัดหมายทั้งหมด ทำได้ง่ายและน่าใช้มากขึ้น เรียกว่าใครที่อึดอัดกับปฎิทินใน iOS ของ iPhone อยู่ ใน iOS 7 แก้ไขให้น่าใช้เรียบร้อย

iOS7_First_touch_16Music ที่ไม่ใช่ iPod แต่มันคือ iTunes 11 ย่อส่วน

เมนูเครื่องเล่นเพลงของ iPhone ในอดีตที่ผ่านมา มีรากฐานที่สร้างจาก iPod ฉะนั้นแล้ว แนวการจัดวางเมนู การใช้งาน จึงเหมือนยกจาก iPod มาจริงๆ แต่ใน iOS 7 นั้น เครื่องเล่นเพลงได้กลายร่างเป็นแบบ iTunes 11 ย่อส่วน ไม่ว่าจะการแสดงผลข้อมูลเพลงในเครื่อง เมนูการเล่นเพลง รวมถึง Cover Flow ที่ตัดออกไป กลายเป็นการเล่นเพลงในแนวนอน หรือถ้าจะดูเพลงทั้งหมดในแบบแนวนอน จะแสดงเป็นอัลบั้มรวมแทน

iOS7_First_touch_17เครื่องเล่นเพลงของ iOS 7 ไม่ถึงกับใหม่สนิท เพราะโครงสร้างหน้าตาของเครื่องเล่นเพลงใน iOS 5 เป็นต้นมา ก็เป็นเค้าโครงที่เหมือนกับปัจจุบันนี้ เพียงแต่การปรับรอบนี้ ให้อารมณ์ที่สอดคล้องกับ iTunes 11 มากขึ้นมากกว่าจะใหม่หมด

iOS7_First_touch_15Safari ฉบับไฉไลจนลืมของเก่า

ในอดีต Safari ใน iOS ถือเป็นหนึ่งใน Browser ในอุปกรณ์ Mobile ที่ถูกยกย่องว่าเปลี่ยนโฉมหน้าการท่องเว็บในอุปกรณ์พกพา แต่กาลเวลาที่ผ่านไป พาให้ OS อื่นก็พัฒนา Browser ออกมาได้ดีกว่า Safari ใน iOS สำหรับ Safari ใน iOS 7 เป็นอีกครั้งที่ทุกอย่างเปลี่ยนโฉมจนเป็นคนละเรื่องกับ iOS รุ่นก่อนๆ

iOS7_First_touch_18หน้าจอหลักมีการแสดงผลที่เน้นให้ดูเว็บได้เต็มหน้าจอมากขึ้น ช่องใส่ที่อยู่กับ Search ถูกประกบเข้ากันจนกลมกลืนมากขึ้น ในขณะเดียวกัน ช่องที่อยู่ของเว็บมีการลดขนาดตัวเองเมื่อเว็บโหลดสำเร็จ พร้อมกับเปลี่ยนหน้าที่เป็นหัวแสดงว่ากำลังดูเว็บอะไรไปในตัว และจุดที่เรียกว่า เหมือนคนอื่นแบบตรงพอดี นั้นคือการดู Tab ของเว็บที่เปิดไว้ มีการเรียงเป็นชั้นเหมือนกระดาษที่วางในลิ้นชักเอกสาร ผู้ใช้งานสามารถปัดเลื่อนเพื่อหา หรือปัดออกไปเพื่อปิด Tab เว็บนั้นได้ทันที

ในส่วนประสิทธิภาพการโหลดเว็บ ยังไม่เห็นผลชัดเจนนัก แต่การจัดหน้าเว็บทำได้ดีขึ้น มีการเก็งสัดส่วนในการแสดงผลที่แม่นยำขึ้น เมื่อผนวกกับความเรียบง่ายที่ใช้ง่ายขึ้นแล้ว Safari ใน iOS 7 ดูแล้วไฉไลกว่าเดิมขึ้นเป็นกองจริงๆ

iOS7_First_touch_19App Store หน้าเก่าที่แอบใหม่

สำหรับ App Store นั้น เมื่อเปิดเข้าไปแล้ว การวางโครงสร้างเมนูใช้งานต่างๆ ไม่ต่างกับตอนที่เปลี่ยนโฉมไปรอบตอน iOS 6 มากนัก เพียงแต่ใน iOS 7 บรรดาลายเส้นและแนวการออกแบบ ทำให้ App Store เกลี้ยงเกลา สะอาดตา และดูใช้ง่ายขึ้นมาทันที

iOS7_First_touch_20ในขณะเดียวกัน ลูกเล่นอัพเดท App ให้เองเพียงแค่ต่อ Wi-Fi นั้น เมื่อเปิดใช้งานแล้ว ถือว่าทำงานได้ดีทีเดียว (ลูกเล่นนี้เหมือนกับ Play Store ของ Android ที่อัพเดท App ให้ทันทีเมื่อต่อ Wi-Fi) ถือเป็นหน้าเก่าที่ซ่อนความใหม่ได้ไม่เลวทีเดียว

iOS7_First_touch_22Weather สวยๆ เราก็ทำเป็น

การดูพยากรณ์อากาศใน Smartphone แทบจะเป็นเรื่องปกติในกิจวัตรประจำวันการใช้งาน ใน iOS นั้น การดูพยากรณ์อากาศใน App Weather จะได้มิติการดูที่เห็นข้อมูล พร้อมกับภาพประกอบพอรับทราบ และลูกเล่นเล็กๆ แต่เจ๋งใช้ได้ นั้นคือบอกได้ว่า เวลาที่พระอาทิตย์จะขึ้นหรือตกในข้อมูลพยากรณ์อากาศ คือเวลาไหน แต่ใน OS อื่นๆ การดูพยากรณ์อากาศ เป็นเรื่องอลังการงานสร้างชนิดที่ชาว iOS ปฎิเสธไม่ได้แน่ว่าแอบอิจฉา Effect อากาศของ OS อื่นบ้าง

iOS7_First_touch_23iOS 7 จัดให้เรียบร้อยกับพยากรณ์อากาศที่แสดงข้อมูลให้อ่านง่าย พร้อมกับ Effect อากาศที่สวยกำลังดี ไม่พุ่งทะลุจอเกินไป พร้อมกับสามารถหนีบหน้าจอให้แสดงข้อมูลพยากรณ์อากาศหลายเมืองได้ในหน้าเดียว ภาพรวมแล้วแทบจะเรียกว่ายกเอา App Yahoo Weather มายัดเป็นลูกเล่นหลัก แต่ก็ถือว่า Apple ได้ทำพยากรณ์อากาศติดเครื่องให้สวยน่าใช้กับเค้าได้ซะที

iOS7_First_touch_Final

สรุป

ความรู้สึกพิเศษที่ต้องสัมผัสด้วยตัวเอง

จริงๆ แล้ว iOS 7 ยังมีอะไรมากกว่าที่เห็นในบทความนี้ (ถ้าผมนึกออกว่าจะเล่าไรเพิ่ม สัญญาว่าจะมาเพิ่มแน่นอนครับ^^) เพียงแต่ที่นำมาเล่านี้ คือตัดที่น่าสนใจมาเล่ากันให้ฟังกันก่อน หากตัดเรื่องความเสถียรและอาการเพี้ยนของ Beta ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ควรนำมาพิจารณาในคุณภาพของ iOS 7 แล้ว และวัดกันในสิ่งที่ Apple สร้างมาให้กับ iOS 7 ล้วนๆ ถือว่าเป็นก้าวสำคัญของ Apple อีกครั้ง เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นกับ iOS 6 ทำให้ในช่วงหลังๆ ในใจของผู้บริโภค เป็นเรื่องของความน่าเบื่อในแง่ของหน้าตา การใช้งาน iOS ซึ่งเป็นเรื่องที่ต่อให้เป็นสาวก Apple เอง ยังปฎิเสธเรื่องนี้ได้ยากเช่นกัน

ถ้ามอง iOS 7 ผ่านบทความนี้ จะไม่รู้สึกถึงความสวยงามเมื่อใช้งานเท่ากับได้ลงใช้งานเอง หลายสิ่งหลายอย่างนั้นเมื่อมองก่อนเล่น ให้อารมณ์ “ลอก” จาก OS อื่น แต่เมื่อได้เล่นแล้ว ถึงหน้าตาจะดูลอกไปนิด แต่การใช้งานต่างๆ ไม่ต่างอะไรกับ iOS ที่คุ้นเคย พร้อมกับบางส่วนของการใช้งาน ที่ต้องเรียนรู้เพิ่ม หรือปรับตัวกันเล็กน้อย แต่ก็ไม่ถึงกับยากเกินไปแน่นอน

iOS7_First_touch_Final_1สิ่งที่เจอใน iOS 7 Beta นี้ ยังเห็นความไม่เรียบร้อยของงานออกแบบบางในหลายจุด รวมถึงมีเสียงบ่นในหลายจุดที่ “น่าจะสวยและลงตัวกว่านี้ได้” ซึ่งเป็นธรรมดาของงานออกแบบ ที่ยังไงแล้วก็ไม่เสร็จหรือจบกันง่ายๆ

ถ้าให้ความพึงพอใจในภาพรวมของ iOS 7 จากที่ลองเล่นมาแล้ว ไม่ว่าจะในแง่การใช้งาน หรือหน้าตาแล้ว ตีเป็นเกรดผมให้ “A” ได้อย่างสนิทใจ หวังเพียงแค่ตอนออกมาจริงแล้ว จะไม่ซ้ำรอยแบบ iOS 6 ที่ประสบการณ์ใช้งานราบเรียบค่อนไปทางน่าเบื่อ

เพราะอนาคต Apple อยู่ในมือ iOS แล้ว…พบกับ iOS 7 อย่างเป็นทางการในช่วงประมาณเดือนกันยายน-ตุลาคม ปี 2013 นี้กันได้แน่นอน