[Review] Samsung Galaxy Note 8 ลืมสมุด ปากกา กล้องได้แต่อย่าลืม Note 8

Screen-Shot-2560-09-13-at-14.42.19

จากก่อนหน้านี้ ที่เคย Preview ให้ชมกันถึงฟีเจอร์เด่นๆของ Samsung Galaxy Note 8 ที่กลายเป็นสมาร์ทโฟนที่ครบเครื่องที่สุดของ Samsung ทำให้ตอนนี้กลายเป็นหนึ่งในสมาร์ทโฟนที่ควรเลือกใช้ ถ้าไม่ติดขัดเรื่องงบจำกัด และต้องการความสุดยอดในการใช้งานสมาร์ทโฟนทุกๆด้าน

มาใน Review คราวนี้ จึงเน้นไปที่การใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน สถานการณ์ในบ้างที่จะเรียกความสามารถของ Samsung Galaxy Note 8 ออกมาได้ดีที่สุด แต่ก่อนอื่นไปเก็บรายละเอียดจากสเปคโดยรวมของ Samsung Galaxy Note 8 กันก่อน ว่ารุ่นที่วางจำหน่ายในไทยเป็นอย่างไร มีสีอะไรให้เลือกบ้าง และราคาเท่าไหร่

สเปคของ Samsung Galaxy Note 8 รุ่นจำหน่ายในไทย

– หน้าจอ Super AMOLED 6.3″ WQHD+
– Exynos 8895 Octa-core (Quad Core 2.3 GHz + Quad Core 1.7 GHz)
– RAM 6GB LPDDR4, ROM 64GB รองรับ Micro SD สูงสุด 256 GB
– 4G LTE Cat 16 / Wi-Fi 802.11ac / Bluetooth 5.0
– Android 7.1.1 Nougat
– กล้องหลักคู่ Dual Pixel 12MP OIS f1.7 (Wide) + 12MP f2.4 (Tele) + LED Flash
– กล้องหน้า 8MP F1.7
– แบตเตอรี่ 3,300 mAh
– รองรับ Fast Charging, Fast Wireless Charging
– รองรับ 4G LTE Cat16, 4CA, Dual SIM (Hybrid Slot), NFC
– Full Netcom 3.0
– Iris Scanner + Fingerprint
– ขนาดเครื่อง 162.5 x 74.8 x 8.5 มิลลิเมตรน้ำหนัก 195 กรัม
– ตัวเครื่องกันน้ำกันฝุ่นมาตรฐาน IP68 กันน้ำลึกสูงสุงไม่เกิน 1.5 เมตร นานไม่เกิน 30 นาที
– 3 สี Midnight Black,Maple Gold และ Orchid Grey
ราคาเปิดตัว 33,900 บาท

DSC05844_mxphone

ก่อนอื่นมารีแคปกันสั้นๆก่อนว่า รอบตัวเครื่องของ Samsung Galaxy Note 8 มีอะไรอยู่ตรงไหนบ้าง เริ่มกันจากหน้าจอ Infinite Display 6.3 นิ้ว 2960 x 1440 (Quad HD+) โดยเมื่อ Samsung พัฒนาออกมาให้เป็นสินค้าในตระกูล Note ทำให้บริเวณขอบเครื่องไม่สามารถทำให้โค้งมากๆได้เหมือนในรุ่น S

เนื่องจากจะทำให้การใช้งาน S-Pen ทำได้ยาก จึงมีการปรับขอบเครื่องให้มีความแบนมากขึ้น ทำให้มีพื้นที่ในการวาดเขียนเพิ่มขึ้น ส่วนรูปทรงของตัวเครื่องโดยรวมก็ยังเป็นแบบสามาตรที่เท่ากันทั้งด้านหน้าและหลัง ที่เป็นกระจกเชื่อมต่อโลหะตรงกลางเสริมความแข็งแรงของตัวเครื่อง

DSC05846_mxphone

อย่างที่รู้กันว่าคอนเซปต์ของ Samsung คือไร้ขอบ ไร้ปุ่มโฮม ดังนั้นในบริเวณใต้จอด้านล่างก็จะไม่มีปุ่มโฮมเหมือนแต่ก่อน แต่ก็ยังสามารถกดได้เช่นเดิม ด้วยการใช้ไฟฟ้าสถิตให้รับรู้การกดแทน ส่วนขอบบนก็มีลำโพงสนทนา เซ็นเซอร์ต่างๆ และกล้องหน้าตามปกติ

DSC05827_mxphone

จุดที่เด่นถัดมาใน Note 8 คือเรื่องของกล้องคู่หลังที่เลือกใช้เลนส์ Wide คู่กับเลนส์ Tele เพื่อช่วยให้ภาพมีมิติมากขึ้น แต่ด้วยการที่ซัมซุงมีการใส่เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือมาไว้หลังเครื่องด้วย และได้รับบทเรียนจาก S8 ที่เลนส์กล้องกับที่สแกนนิ้วอยู่ติดกันจนทำให้เวลาสแกนนิ้วแล้ว ไปโดนเลนส์กล้องแทน

DSC05830_mxphone

ทำให้ใน Note 8 เซ็นเซอร์สแกนนิ้วจะถูกขั้นกลางด้วยไฟแฟลช และเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ ก่อนที่จะเป็นเลนส์กล้อง เพื่อป้องกันให้เวลาปลดล็อกเครื่องไม่ผิด ถัดลงมาก็จะเป็นสัญลักษณ์ SAMSUNG และตัวบอกมาตรฐานต่างๆ

DSC05849_mxphone DSC05850_mxphoneรอบๆตัวเครื่องของ Note 8 จะใกล้เคียงกับใน S8 คือจะมีปุ่มหลักๆอยู่ทางซ้าย และขวา คือปุ่มเพิ่มลด เสียง และกดเรียกใช้งาน Bixby ทางซ้าย ปุ่มเปิดเครื่องทางขวา เท่านั้นที่เป็นปุ่มภายนอก

DSC05848_mxphone

ส่วนบนจะมีช่องใส่ถาดซิมที่ต้องใช้เข็มจิ้มซิมออกมา โดยถาดซิมเครื่องที่ขาดในไทยจะเป็นแบบ Hybrid คือเลือกได้ว่าจะใส่ Nano Simcard ทั้ง 2 ช่องเพื่อใช้งาน 2 เบอร์ หรือเลือกใส่ Nano Simcard คู่กับ MicroSD Card ก็ได้

DSC05847_mxphone

ส่วนล่างหลักๆเลยก็จะเป็นพอร์ต USB-C ที่อยู่ตรงกลาง ขนาบด้วยลำโพง และช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. โดยที่มุมขวาล่างจะเป็นที่เก็บปากกา S-Pen ที่ภายในจะมีเซ็นเซอร์ตรวจว่า ถ้าถอดปากกาออกมาจะสั่นเตือน หรือสามารถตั้งให้เครื่องเตือนได้กรณีที่ลืมเก็บปากกา

นอกจากนี้ การที่ก่อนหน้านี้ Samsung มีการแนะนำ Samsung DEX ที่แปลงสมาร์ทโฟนให้เชื่อมต่อกับจอภาพ และคีย์บอร์ด ก็สามารถนำมาใช้งานกับ Note 8 ได้ทันที เพราะพอร์ต USB-C ที่ใช้อยู่ในตำแหน่งเดียวกัน

รวมๆแล้วส่วนประกอบหลังๆของตัวเครื่องจะมีแค่นี้ ที่เหลือก็จะเป็นฟีเจอร์การใช้งานภายใน ที่จะทำให้เห็นว่า Samsung Galaxy Note 8 ไม่ได้เป็นแค่สมาร์ทโฟนเรือธงทั่วไป แต่ยังเหมาะกับเป็นทั้งผู้ช่วยที่สามารถใช้สั่งงานด้วยเสียง และจุดเด่นอย่างการจดบันทึก ใช้ปากกาคอมเมนต์งาน หรือร่างโครง

DSC05873_mxphoneไม่รวมถึงการที่พัฒนาเพิ่มในส่วนของกล้องถ่ายภาพ ที่จากเดิมใน S8 จะเด่นเรื่องการถ่ายภาพในที่แสงน้อยอยู่แล้ว เมื่อเพิ่มเลนส์ Tele เข้ามาก็ช่วยเพิ่มระยะในการถ่ายภาพให้ไม่ต้องเดินซูม ประกอบกับเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่มากับ Dual OIS หรือกันสั่นทั้ง 2 เลนส์ด้วย

s01

การใช้งานโดยรวมของ Note 8 ในการใช้งานทั่วๆไปจะเหมือนกับใน S8 แทบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอินเตอร์เฟสการใช้งานบน UI แบบใหม่ ที่ไม่ต้องใช้ปุ่มรวมแอพแล้ว สามารถลากนิ้วขึ้น ลง เพื่อเข้าหน้ารวมแอพได้ทันที

s02

มีการปรับปรุง Notification ให้ฉลาดขึ้น คนใช้สามารถจัดเรียงการตั้งค่าลัดต่างๆได้เอง อันไหนที่ไม่ได้ใช้ก็เอาออกไปได้ ที่สำคัญคือแถบปรับความสว่างหน้าจอที่มีมาให้เลือกปรับได้ เพียงลากแถบการแจ้งเตือนลงมา

s05

เบื้องต้นแอพที่บันเดิลให้มาก็จะเป็นแอพทั่วๆไป โดยเฉพาะกูเกิล เซอร์วิส และแอพเฉพาะของ Samsung โดยที่จะมีการเพิ่มโซเชียลเน็ตเวิร์กอย่าง Facebook LINE มาให้ด้วย ความสามารถ Dual Messenger ก็ยังอยู่ ทำให้สามารถใช้งาน Facebook / LINE ได้ 2 บัญชีพร้อมกัน

รวมถึงฟังก์ชันอย่าง Secure Folder ที่เป็นการจำลองเครื่องขึ้นมาอีกส่วนหนึ่ง พร้อมทำการเข้ารหัสข้อมูล เพื่อใช้เก็บข้อมูลสำคัญ รวมถึงการใช้งานแอพเฉพาะในองค์กรธุรกิจ ที่จะทำงานร่วมกับระบบรักษาความปลอดภัยอย่างเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ หรือการสแกนม่านตาได้

เช่นเดียวกับความสามารถอย่าง Muiti-Windows ในการเปิดใช้งาน 2 แอพพร้อมกันบนหน้าจอ ซึ่งจากขนาดหน้าจอที่ใหญ่ขึ้น การใช้งานในส่วนนี้เลยสะดวกขึ้นไปอีก นอกจากนี้ด้วยความสามารถของ App Pair ที่ให้ผู้ใช้จับคู่แอพที่ใช้งานร่วมกันบ่อยๆ ทำให้การเปิด 2 หน้าจอใช้งานพร้อมกันสะดวกขึ้นอีก

s06

อีกจุดที่น่าสนใจจากความสามารถของหน้าจอ Note 8 ที่มากับ WQHD+ รองรับการแสดงผลในโหมด HDR+ ทำให้เวลาเข้าไปใช้งานแอพคอนเทนต์ที่รองรับไม่ว่าจะเป็น Youtube หรือ Netflix เมื่อเป็นคอนเทนต์ที่รองรับตัวเครื่องก็จะทำการแสดงผลให้อัตโนมัติ

s07

ถัดมาในเรื่องการเล่นเกม เนื่องจากตัวเครื่องเป็นระดับท็อปอยู่แล้ว เกมทุกเกมที่อยู่ในเพลยสโตร์สามารถเล่นได้ลื่นไหลสบายๆ แถมตัวเครื่องยังรองรับการทำงานของ Vulkan API รวมถึงการแสดงผล Daydream หรือใช้งานเป็น VR ได้ด้วย ดังนั้นเรื่องความบันเทิงจึงไม่ใช่เรื่องใหญ่

ประเด็นในเรื่องของการเชื่อมต่อ Samsung Galaxy Note 8 ถือว่าอยู่ในระดับบนๆของเครื่องที่รองรับ 4G LTE อยู่แล้ว อย่างการเป็นเครื่องที่รองรับเครือข่าย Next G ของ AIS หรือสามารถใช้งาน 4.5G ของ Truemove H ได้เต็มประสิทธิภาพ

ส่วนการเชื่อมต่อ WI-Fi ก็มากับ 4×4 MIMO ทำให้ความเร็วในการเชื่อมต่อที่ได้มีโอกาสถึง 1 Gbps ได้สบายๆ แถมยังใช้ตัวเครื่องจับสัญญาณ Wi-Fi และปล่อยเป็น HotSpot ให้เครื่องอื่นใช้งานได้ด้วย เหมือนใน S8 รวมถึงเรื่องของ Bluetooth 5.0 ที่สามารถเชื่อมต่อลำโพง 2 อัน และเล่นเสียงออกได้พร้อมกัน

s08

เรื่องของเสียง แม้ว่าลำโพงที่ให้มาในตัวเครื่องจะถูกพัฒนาขึ้นแล้ว แต่เมื่อเทียบกับในท้องตลาดก็ยังไม่ได้ให้เสียงที่ดีมากนัก แต่ถ้าเป็นในส่วนของหูฟัง Samsung มีการทำงานร่วมกับ AKG ในการปรับแต่งหูฟังให้ได้เสียงที่ดี พร้อมกับในตัวเครื่องมีระบบเสียงแบบ UHQ มาให้ รองรับ 32bit ด้วย

s10ประกอบกับความสามารถในการประมวลผลที่หันมาใช้หน่วยประมวลผลระดับ 10 นาโนเมตร ที่ประสิทธิภาพสูง และใช้พลังงานต่ำ โดยคะแนนการทดสอบประสิทธิภาพของ Antutu อยู่ที่ 174,152 คะแนน ทำให้แบตเตอรีที่ให้มา 3,300 mAh เพียงพอกับการใช้งานสบายๆใน 1 วัน แต่ก็ขึ้นอยู่กับความละเอียดของหน้าจอที่ตั้งด้วย

s09

โดยค่าเริ่มต้นในการใช้งานความละเอียดหน้าจอของ Note 8 จะตั้งมาอยู่ที่ระดับ Full HD 1080p ถ้าต้องการใช้งานเครื่องแบบเต็มประสิทธิภาพก็สามารถปรับเพิ่มขึ้นไปเป็นระดับ 2K ได้ แต่ก็จะใช้พลังงานมากกว่าเดิม หรือถ้าไม่ได้ซีเรียสเรื่องการแสดงผล สามาถรปรับไปแสดงผลบน 720p ก็จะประหยัดแบตเตอรีมากขึ้น

รวมๆแล้ว ถ้าปรับการแสดงผลเป็นระดับ 2K แบตเตอรีที่เริ่มใช้งานตั้งแต่เช้าก็จะอยู่ได้ถึงประมาณหัวค่ำหรือประมาณ 10 ชั่วโมง แต่ถ้าใช้งานในคอนดิชั่นเดียวกัน กรณีที่ปรับเป็น 720p แบตเตอรีสามารถอยู่ได้ถึงดึกๆ หรือเกิน 14 ชั่วโมงได้สบายๆ

DSC05841_mxphoneสุดท้ายกับความสามารถของ Bixby หรือผู้ช่วยอัจฉริยะของ Samsung ที่แม้จะเปิดตัวมาพร้อมกับ Samsung Galaxy S8/S8+ แต่เพิ่งเริ่มใช้งานได้ในช่วงที่ Note 8 เปิดตัว พร้อมกับการขึ้นโชว์คำสั่งเสียงแก่ Bixby ในงานเปิดตัวด้วย

s03สิ่งที่ Bixby ทำได้คือการเป็นผู้ช่วยส่วนตัว แต่การที่จะเป็นผู้ช่วยที่ดีนั้น จะต้องเริ่มจากผู้ใช้ก่อน (เนื่องจากตอนนี้รองรับเฉพาะภาษาอังกฤษ + เกาหลี) ที่จะต้องมีการป้อนคำสั่งเข้าไป (Quick Commands) อย่างที่สะดวกที่สุด และถูกโชว์บนเวทีคือสั่งให้ Bixby ถ่ายภาพอาหาร แล้วย้ายรูปดังกล่าวไปเก็บไว้ในอัลบั้มรูปอาหาร

s04ที่ต้องทำก็คือกดเรียกใช้งาน Bixby Voice ด้วยการกดปุ่ม Bixby ค้าง แล้วพูดคำสั่งอย่าง Food Photo ตัวเครื่องก็จะเปิดกล้องขึ้นมา เข้าโหมดถ่ายภาพอาหาร ทำการถ่ายภาพให้อัตโนมัติ และเมื่อถ่ายภาพเสร็จก็จะย้ายรูปที่ถ่ายไปเก็บในอัลบั้มอาหารโดยอัตโนมัติ

นอกจากนี้ ก็ยังประยุกต์ใช้งาน Bixby ในการสั่งงานได้อย่างการตั้งนาฬิกาปลุก ตารางนัดหมาย ส่งข้อความ ใช้โทรศัพท์ สั่งเปิดปิด Wi-Fi สั่งให้อ่านข้อความ และอื่นๆได้อีกมาก ซึ่งอนาคตถ้ารองรับภาษาไทยก็จะสะดวกขึ้น

ไม่นับรวมความสามารถของ Bixby Vision ในการระบุข้อมูลจากภาพถ่าย ที่ใช้งานในโหมดกล้อง หรือตัว Bixby ปกติที่เมื่อกดเข้าไปก็จะเป็นหน้ารวมข้อมูลที่น่าสนใจต่างๆ อย่างการแจ้งเตือนเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์เทรนด์ รูปที่ถ่ายในวันนี้ พยากรณ์อากาศ ข้อมูลข่าวสารต่างๆให้เลือกดูด้วย

DSC05857_mxphoneอย่างไรก็ตาม ในส่วนของฟีเจอร์เด็ดๆจาก S-Pen และความสามารถของกล้องคู่ (Dual Camera) รอติดตามกันอย่างะเอียดได้ในบทความต่อๆไป ที่จะเจาะลึกให้ดูกันเลยว่าความสามารถของ S-Pen ที่ให้มา นำไปใช้ทำอะไรได้บ้าง เช่นเดียวกับเลนส์คู่ว่ามีการทำงานอย่างไร มาช่วยอะไรบ้าง

โดยใน S-Pen นอกจากจะเพิ่มความละเอียดแรกกดของปากกาให้ดีขึ้น ก็จะเพิ่มฟีเจอร์ในการใช้งานอย่าง Screen Off Memo การเพิ่มฟังก์ชันอย่างการแปลภาษาที และการเขียนภาพสนุกๆเป็นไฟล์ GIF เพื่อส่งต่อให้เพื่อน

DSC05832_mxphoneส่วนของกล้องคู่ก็จะมีฟีเจอร์เด็ดอย่าง Live Focus ที่พูดไปบ้างแล้วตอนที่ Preview เครื่อง และการซูมแบบ Optical 2x ช่วยให้เวลาถ่ายภาพแล้วได้ระยะที่ใกล้ขึ้น ส่วนการเก็บภาพในที่แสงน้อยก็ยังเป็นจุดเด่นอยู่เหมือนเดิม

DSC05858_mxphoneโดยรวมแล้ว Samsung Galaxy Note 8 จะให้ความรู้สึกเหมือน Galaxy S8+ ที่ถูกอัปเกรดขึ้นมา จับกลุ่มลูกค้าที่อยากได้ปากกา และกล้องคู่เพิ่มเติม ดังนั้นถ้ามี Note รุ่นเก่าอยู่ในมือและชื่อชอบการใช้งานสมาร์ทโฟนในตระกูล Note ก็ตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้งาน Note 8 กันได้ไม่อยาก

หรือถ้าใช้งานในตระกูล S หรือใช้แบรนด์อื่นอยู่อยากลองมาใช้งานสมาร์ทโฟนที่ครบเครื่องที่สุดของ Samsung คำตอบที่ได้ก็จะเป็น Samsung Galaxy Note 8 เช่นเดียวกัน แต่แน่นอนว่าด้วยราคาเปิดตัวที่ 33,900 บาทก็อาจจะตัดสินใจได้ยากสักหน่อยแต่เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าแน่นอน

DSC08608ส่วนของการติดฟิล์มกระจกกันรอย FOCUS 3D FULL FRAME
ทีมงานได้ทดลองนำฟิล์มกระจกกันรอย FOCUS 3D FULL FRAME ที่มีคุณสมบัติ ทัชลื่น ไม่มีสะดุด คงทน กันรอยขีดข่วนได้ดีมากๆ พอดีกับจอสมาร์ทโฟน ขอบโค้งมนสวยงาม สีสันเสมือนจริง

DSC09098ติดง่ายมากๆ เลย เพียงเช็ดจอสมาร์ทโฟนให้สะอาด แกะพลาสติกออก โดยกะที่ช่องกล้องหน้า และช่องลำโพงด้านบน ให้ตรงกัน จากนั้น วางฟิล์มบนหน้าจอแสดงผลได้เลย ตัวฟิล์มกันรอบแบบกระจก จะติดสนิทกับหน้าจอ ทำให้เวลาใช้งาน ไม่รู้สึกมีช่องว่างระหว่างฟิล์มและจอแสดงผล

DSC08596ใครมองหาฟิล์มกันรอยแบบกระจกนิรภัย FOCUS 3D FULL FRAME ที่ลงขอบ ลงมุม ทัชไหลลื่น ไม่มีสะดุด สามารถหาซื้อได้ตามร้านค้าชั้นนำทั่วไป