เอไอเอส โชว์ศักยภาพรับยุค 3G เปิดตัว AIS Flagship Store ศูนย์รวมสุดยอดมิติใหม่งานบริการจากทีมผู้เชี่ยวชาญ เพื่อชีวิตในแบบคุณ

เอไอเอส เปิดตัว AIS Flagship Store แห่งแรกในประเทศไทย พร้อมรับความต้องการลูกค้าในยุค 3G รวมสุดยอดงานบริการที่นำเทคโนโลยีเข้ามาประยุกต์ใช้เต็มรูปแบบ จากทีมพนักงาน Expert ที่เชี่ยวชาญทั้งงานบริการและเทคโนโลยีไร้สาย  มุ่งอำนวยความสะดวกพร้อมมอบประสบการณ์จากมิติใหม่ของงานบริการ เพื่อชีวิตในแบบคุณ

นายมาร์ค ชอง ชินก๊อก  หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารด้านปฏิบัติการ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า “ตลอดปี 2012 นับถึงไตรมาส 3   อุตสาหกรรมโทรคมนาคมมีการเติบโตถึง 10% การเติบโตของอุตสาหกรรมมือถือมี Penetration ถึง 117% เช่นเดียวกับการเติบโตทางด้าน Data ที่ก้าวกระโดดถึง 83% รวมถึงการเติบโตของยอดขาย Smart Phone ซึ่งภาพรวมมีถึง 50%  ตัวเลขเหล่านี้บ่งบอกถึง ความพร้อมและความต้องการของผู้บริโภคในการใช้งาน Wireless Communication ในทุกแง่มุมของการใช้ชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันนี้ที่ประเทศไทยได้เริ่มก้าวเข้าสู่อีกขั้นของเทคโนโลยีใหม่อย่าง 3G  ซึ่งแน่นอนย่อมทำให้เกิดมิติที่หลากหลายของรูปแบบการใช้งานเทคโนโลยีสื่อสารไร้สายอย่างชัดเจน”

“เอไอเอสในฐานะผู้ให้บริการ  นอกเหนือจากการมุ่งมั่นพัฒนาบริการคุณภาพอย่างลึกซึ้ง ลงรายละเอียดในทุกมิติ ภายใต้แนวคิด Quality DNAs เพื่อให้สามารถส่งมอบบริการไปยังลูกค้าด้วยแนวคิด “ชีวิตในแบบคุณ”  ตามที่ได้เคยประกาศความตั้งใจว่า เราพร้อมที่จะตอบสนองความต้องการถึงระดับ Micro segment ให้ได้มากที่สุดแล้ว  การพัฒนางานบริการเพื่ออำนวยความสะดวกสบาย ซึ่งท้ายที่สุดจะนำมาซึ่งการครองใจลูกค้า ถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่เอไอเอสให้ความสำคัญอย่างยิ่งและทำอย่างจริงจัง โดยทุ่มเทงบมากกว่า 2,000 ล้านบาทต่อปีมาโดยตลอด  ไม่ว่าจะเป็นสร้างสรรค์โปรแกรม CRM-CEM, Reward&Privileges และหัวใจสำคัญอย่าง การพัฒนา Touch Point ไม่ว่าจะเป็น Call Center , Telewiz และ  AIS Shop ที่ถือเป็นหัวใจหลักของการส่งมอบบริการในธุรกิจเทคโนโลยีไร้สาย ส่งผลให้ในปีนี้ Trend ของความพึงพอใจโดยรวม (Overall Customers Satisfaction) สูงถึง 80%”

ด้าน นางวิลาสินี พุทธิการันต์ รองกรรมการผู้อำนวยการ  สายงานบริหารลูกค้าและงานบริการ กล่าวว่า “กว่า 20 ปีของการดำเนินงาน  แนวคิดในการส่งมอบบริการให้แก่ลูกค้ามีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง เริ่มตั้งแต่ Transaction Base , Solutions Base จนถึงปัจจุบันที่เป็น Total Experience Base ที่เราได้เริ่มส่งมอบผ่าน  AIS Shop ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ทั่วประเทศ 42 แห่ง และพาร์ทเนอร์อย่างร้าน เทเลวิซ ที่นอกเหนือจากการจัดจำหน่ายแล้ว ยังร่วมส่งมอบงานบริการภายใต้มาตรฐานเอไอเอสให้แก่ลูกค้าด้วย โดยปัจจุบัน มีร้านเทเลวิซ 450 แห่ง และร้านเทเลวิซพลัส 40 แห่ง”

“สำหรับ AIS Flagship Store แห่งนี้ เราได้ทุ่มงบประมาณเป็นเงินถึง 35 ล้านบาท โดยถือเป็นผลงานที่แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจทั้งหมดในการส่งมอบบริการไปสู่ลูกค้าอย่างเป็นรูปธรรม แนวคิดของเราคือ  ที่นี่จะเป็นศูนย์รวมต้นแบบการอำนวยความสะดวกแบบ Total Experience ที่นำเอาเทคโนโลยีเข้ามาเป็นเครื่องมือสนับสนุนให้งานบริการเป็นไปอย่างเหนือระดับ และส่งมอบโดยบุคลากรคุณภาพที่ผ่านหลักสูตรการฝึกอบรมอย่างเข้มข้น ทั้งงานบริการ , Device และ Application Knowledge รวมไปถึงความรู้ด้าน IP Competency ซึ่งทั้งหมดจะทำให้สามารถสร้าง Extraordinary Life ให้คุณได้อย่างแท้จริง เพราะฉะนั้น Customer Journey ของลูกค้าทุกท่านที่ก้าวเข้ามาใน AIS Flagship Store ไม่ว่าจะด้วยวัตถุประสงค์ใดก็ตาม จะพร้อมถูกรับรองด้วยกระบวนการที่ออกแบบมาอย่างดีในแต่ละวัตถุประสงค์ของลูกค้าเสมอ  ซึ่งรูปแบบและแนวคิดของ AIS Flagship Store นี้จะถูกถ่ายทอดไปยัง AIS Shop ทุกสาขาทั่วประเทศ รวมถึงร้านเทเลวิซ ตามความเหมาะสมของพื้นที่และพฤติกรรมลูกค้าในแต่ละแห่งด้วยเช่นกัน”

“สิ่งที่เรามุ่งมั่นพัฒนาเพื่ออำนวยความสะดวกและสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้าตามหลักของ Total Experience ผ่านช่องทางงานบริการ ประกอบด้วย

1. บุคลากรคุณภาพ ที่ผ่านหลักสูตรการฝึกอบรมอย่างเข้มข้น ทั้งหลักสูตรด้าน Customer Service , หลักสูตรด้าน IP Competency รวมถึงการร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ผู้ผลิต Device และ ผู้พัฒนา Application จัดฝึกอบรมตามมาตรฐานสากลของแต่ละผู้ผลิต  เพื่อให้สามารถแนะนำ ช่วยเหลือลูกค้าในการเลือก Smart Device และ Application ได้อย่างถูกต้อง สอดคล้องกับความต้องการอย่างแท้จริง

2. เทคโนโลยีที่นำมายกระดับงานบริการ เพื่อความสะดวก  รวดเร็ว และประสบการณ์พิเศษจากงานบริการ  อาทิ

– ระบบคิวอัจฉริยะ หรือ AIS Smart Booking Appointment ที่สามารถทำการนัดหมายได้ล่วงหน้า

– โต๊ะข้อมูลอัจฉริยะ หรือ AIS Smart Table ที่นำเทคโนโลยี Multi Touch Screen เข้ามาประยุกต์ใช้ ในรูปแบบของโต๊ะข้อมูล ที่มีหน้าจอสัมผัสขนาดกว่า 1 เมตร พร้อมด้วยแพล็ตฟอร์ม PixelSense ที่เมื่อวาง Smart Device แต่ละรุ่นลงไป จะแสดงคุณสมบัติเปรียบเทียบทันที โดยเฉพาะการแสดงภาพความละเอียดจากกล้องของ Smart Device แต่ละรุ่น, การสัมผัส AIS Application ที่จำลองมาให้เห็นภาพได้เสมือนจริงเพียงปลายนิ้ว รวมไปถึงรายละเอียดโปรโมชั่นทั้งหมด 

– ระบบโอนถ่ายข้อมูล หรือ Express Data Transfer ที่สามารถโอนย้ายข้อมูลจากมือถือเครื่องเดิมมายัง Smart Device เครื่องใหม่ได้อย่างรวดเร็วจากเดิม 30 นาที เหลือเพียงภายใน 5 นาที ด้วยความครบถ้วนสมบูรณ์ ถูกต้อง

– ตู้บริการอัจฉริยะ หรือ Service Kiosk ตู้บริการออนไลน์รูปแบบใหม่ ที่ลูกค้าสามารถทำธุรกรรมทุกเรื่องได้ด้วยตัวเอง อาทิ การเปลี่ยนโปรโมชั่น ตรวจสอบรายละเอียดการโทร เปลี่ยนที่อยู่ และอื่นๆ ตลอด 24 ชั่วโมง แม้ Shop จะไม่ได้เปิดทำการก็ตาม

– ตู้ชำระอัจฉริยะ หรือ Payment Kiosk จุดให้บริการธุรกรรมทางการเงิน ที่ลูกค้าสามารถชำระค่าบริการ GSM Advance, เติมเงิน One-2-Call! และชำระค่าสาธารณูปโภคอื่นๆได้สะดวกสบายเพียงปลายนิ้ว ทั้งรูปแบบเงินสดและบัตรเครดิต โดยพร้อมให้บริการ 24 ชั่วโมงเช่นกัน

3. เทคโนโลยีที่นำมาส่งมอบความพิเศษและเพิ่มสีสัน เมื่อมาใช้บริการ อาทิ

– AIS Video wall ที่นำเทคโนโลยี Augmented Reality หรือ AR มาสร้างความสนุก และสีสันแบบ Interactive โดยเอไอเอส เป็น Operator ไทยรายแรกที่นำเทคโนโลยีนี้มาแสดงที่  AIS Flagship Store ด้วย Theme หลากหลายเหมาะกับเทศกาลต่างๆ                   

– AIS Digital Magazine ให้คุณเพลิดเพลินกับนิตยสารจาก AIS Book Store ในระหว่างเข้ามาใช้บริการ

– AIS Free Wifi เพื่อให้ลูกค้าสามารถเชื่อมต่อได้ตลอดเวลา เมื่อมาใช้บริการใน AIS Shop ทุกครั้งรวมไปถึงการให้ข้อมูลเกี่ยวกับความเคลื่อนไหว ข่าวสาร ของงานบริการต่างๆของเอไอเอส ที่จะอยู่ในรูปแบบของ Digital media ทั้งหมด 

โดยการยกระดับงานบริการของ AIS Flagship Store , AIS Shop และ ร้านเทเลวิซทั่วประเทศ จะทำให้เราสามารถรองรับบริการลูกค้าได้เร็วกว่าเดิมถึง 30%” คุณวิลาสินี เน้น

ทั้งนี้ นายมาร์ค ได้กล่าวในตอนท้ายว่า “ผมเชื่อมั่นว่าจากนี้เป็นต้นไป เราจะได้เห็นภาพการแข่งขันด้าน Customer Service อย่างรุนแรง  และจะเกิด  New Chapter  ของการทำงานด้านนี้   ซึ่งเอไอเอสถือได้ว่าเป็นผู้กำหนดมาตรฐานด้านนี้มาโดยตลอด ดังเช่นการเปิดตัว AIS Flagship Store ที่แสดงให้เห็นว่า เราเป็น Mobile Operator เพียงรายแรกและรายเดียวที่ให้ความสำคัญกับงานบริการคุณภาพ และมุ่งมั่นตั้งใจพัฒนาจนเกิด ต้นแบบ Masterpiece ที่พร้อมมอบบริการในยุคนี้ได้อย่างชัดเจน  โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ความนิยมใช้งานดาต้าของคนไทยเพิ่มขึ้น จากการที่ประเทศไทยได้ก้าวไปอีกขั้นกับเทคโนโลยีอย่าง 3G   ซึ่งเราพร้อมเป็นกำลังหลักในการสนับสนุนให้เทคโนโลยีสื่อสารไร้สายสามารถสร้างประโยชน์ทั้งแก่บุคคลและประเทศชาติอย่างเต็มกำลังแน่นอน”

AIS Flagship Store พร้อมให้ลูกค้าได้มาสัมผัสประสบการณ์แบบ Total Experience เต็มรูปแบบแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ณ ชั้น 4 ห้างเซ็นทรัลเวิลด์ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ais.co.th