Targus Slim Case For iPad Gen 3 “สารพัดประโยชน์ ในหน้าตาที่เด็กลง”

นานๆ ที จะมีอุปกรณ์เสริมส่งมาให้ทดสอบกัน ครั้งนี้ก็เป็นอีกครั้งที่เป็นหนังเก่า เล่าใหม่กันอีกรอบ เพราะเมื่อ 1 ปีที่แล้ว Targus ส่ง Case ของ iPad 2 ในโอกาสที่เริ่มทำตลาดอุปกรณ์เสริม iPad ในประเทศไทย โดยส่ง Case รุ่น Versavu 360 มาให้ MXPhone ได้ลองกัน : Review Targus Versavu 360 For iPad 2

ตลอดช่วงเวลา 1 ปีที่ผ่านมาเจ้า Versavu 360 จาก Targus อาจไม่ใช่ชื่อที่คุ้นหูผู้ใช้ iPad 2 สักเท่าไหร่ แต่สำหรับ Targus เอง บอกว่าพอใจกับยอดขายของ Versavu 360 ในไทย จนพร้อมที่จะลุยตลาดกับ iPad รุ่นใหม่นี้ โดยจัด Case รุ่นใหม่มาให้ 6 รุ่นได้แก่ Targus VuComplete / Targus Simple Basic Cover / Targus Vuscape / Targus Vesavu 360 / Targus Business Folio

สำหรับ Case ที่ได้มาทดลองกันครั้งนี้ เป็น Targus Slim Case ที่ถือเป็น 1 ใน 6 สินค้าใหม่ของ Targus ที่อยู่ในตำแหน่งทางการตลาดเดียวกับ Targus VuComplete / Targus Simple Basic Cover / Targus Vuscape นั้นคือไม่ได้เน้นกลุ่มนักธุรกิจหรือผู้ใหญ่ แต่เน้นบรรดาผู้รักความสวยงาม ใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย

จุดขายของ Targus Slim Case รวมถึงรุ่นที่วัสดุด้านหน้าเป็นปกทั้งหลาย ในเรื่องของสี หากเป็นสีดำ จะใช้วัสดุเป็นหนังแท้ ส่วนสีอื่นๆ จะเป็น PV-Polyuritian ที่ทำมาได้ผิวสัมผัสเหมือนหนังจนแยกเกือบไม่ออก (แต่เมื่อดมกลิ่นจะรู้ว่าไม่ใช่หนัง) ตัววัสดุมีความทนทานต่อความสกปรก ไม่ว่าคราบจากอาหาร / กาแฟ / ซอส หากเกิดเหตุไม่คาดฝันหกใส่ สามารถเช็ดออกด้วยกระดาษชำระสองสามที ก็สะอาดพร้อมใช้เหมือนเดิม โดยไม่มีการซึมเข้าเนื้อหน้าปกแน่นอน

มาดูหน้าตาของ Targud Slim Case ที่ได้มาลองกันดีกว่าครับ^^

ด้านหน้าเป็นปกแข็ง ผิวสัมผัสแบบหนัง ด้านซ้ายปกจะมีรอยพับ ตามขอบปก จุดพับปก มีการเดินด้ายเย็บตัวปกกับวัสดุด้านในเอาไว้ มุมซ้ายล่าง เป็นปั้มลึกตัวยี่ห้อ Targus

ด้านหลังเป็นเนื้อวัสดุแบบแข็ง ผิวสัมผัสเหมือนกันกับปกด้านหน้า ซึ่งผิวนี้ ก็สามารถป้องกัน+ทำความสะอาดได้แบบด้านหน้า พร้อมกับมีการเว้าช่องต่างๆ ไม่ว่าจะกล้อง / ปุ่มด้านข้าง / ลำโพง / ตรา Apple ด้านหลัง ด้านซ้ายของช่อง Apple ที่เว้า จะมีลิ้นสำหรับให้หน้าปกที่เปิด สอดเข้าช่องสำหรับใช้ตั้งได้พอดี ข้างซ้ายของช่องสอด จะเป็นที่สอดปากกา สำหรับผู้ใช้งานบางท่านที่พกปากกาด้วย

เมื่อเปิดปกเข้าไปด้านใน ด้านในปกเป็นกำมะหยี่ที่ผิวค่อนข้างละเอียดกว่ากำมะหยี่ทั่วไป ด้านซ้ายของปก มีการฝังแม่เหล็กเอาไว้สำหรับปิด / เปิดจอ แบบเดียวกับ Smartcover ในส่วนด้านในของตัว Case ผิวด้านในของ Case จะเป็นผิวนุ่มนิดๆผิวเหมือนหนัง ส่วนตามขอบมุมต่างๆ จะเป็นผิวสัมผัสที่แข็งกว่าด้านหลัง

มุมการเปิดปกใช้งาน จะมาในแนวเดียวกับ Apple iPad Case ของรุ่นแรก นั้นคือตัวปกเป็นแบบพับสอดกับด้านหลัง ตั้งฐานแบบสามเหลี่ยมมุมฉาก ฉะนั้น จึงสามารถตั้งในแนวนอนเพื่อพิมพ์ และแนวตั้งในมุมมองแบบกว้างๆ

หากมองถึง Case ใหม่ทั้งหมดของ Targus ถ้าไม่นับ Versavu 360 กับ Bussiness Polio ที่เป็นรุ่นที่ไว้จับตลาดผู้ใหญ่ ภาพรวมของ 4 รุ่นที่เหลือ รวมถึง Slim Case ตัวนี้ จึงให้ความอ่อนเยาว์ จับกลุ่มวัยรุ่น คนทำงาน ได้ค่อนข้างชัดเจนมากขึ้น ยิ่งถ้ารักในความเรียบง่าย แต่ต้องไม่ทิ้งสีสันให้สวยงาม

เมื่อลองใช้งานดู ตัว Case ให้น้ำหนักที่ไม่หนักมากเมื่อสวมเข้ากับเครื่องแล้ว น้ำหนักเมื่อ iPad สวมเข้า Case ให้ความรู้สึกที่หนักที่ไม่ต่างกับ Case ประเภทเดียวกัน แต่มีขนาดที่บางกว่า งานประกอบในภาพรวมที่ดูแน่นหนา เน้นความเรียบร้อย ตามแบบของสินค้า Targus แต่ถ้าสังเกตดีๆ การเก็บงานบางจุด ยังมีจุดที่ไม่เรียบร้อยนัก ไม่ว่าจะเรื่องรอยเย็บของด้าย ผิวส่วนแข็งของ Case ที่ดูไม่เรียบเนียนนัก แต่ก็มีแค่เล็กน้อยเท่านั้น

การเปิดปกใช้งาน ไม่สามารถพับปกกลับด้านหลังให้แบนราบได้ เพราะแกนด้านข้างของ Case เป็นแบบแข็ง ทำให้บังคับเปิดแบบต้องเอาปกสอดกับลิ้นด้านหลังเท่านั้น ถ้าจะใช้งานแบบถือขยะยืน หรือเดิน การพับปกราบไม่ได้ อาจไม่สะดวกเท่าที่ควร แต่ถ้าในแง่ของการนั่งทำงาน ไม่ว่าจะนั่งกับโต๊ะ หรือนั่งเอกเขนกสบายๆ ก็สามารถใช้มุมปกในการตั้ง iPad เพื่อใช้งาน ใช้พิมพ์ ได้มุมเงยที่ค่อนข้างเข้ามือกับการใช้งานในภาพรวมมากที่สุด

จุดที่ Targus Slim Case ยังต้องแก้ไข มีอยู่สองจุดหลักๆ โดยจุดแรกจะเป็นเรื่องของลิ้นด้านหลังที่ไว้สอดปก ตัวลิ้นยังตื้นไปพอสมควร เพราะในเมื่อไม่สามารถพับปกให้แบนราบไปด้านหลังได้ หากจะสอดเข้าลิ้นด้านหลัง เพื่อใช้งานแบบยืนถือเครื่อง หรือถือสองมือลอยๆ เพื่อใช้งาน การขยับของมือ จะทำให้ปกหลุดจากลิ้นที่สอดไว้ค่อนข้างง่ายไปนิด การถือเครื่องแบบลอย ไม่ว่าจะมือเดียวหรือสองมือ จึงอาจใช้งานได้ไม่ถนัดเท่าที่ควร จุดที่สอง คือส่วนของงานเย็บช่วงลิ้น กับที่สอดปากกา ที่ถึงจะดูแน่นหนา แต่หากมีอุบัติเหตุไปเกี่ยว หรือเผลอดึง ก็อาจฉีกขาดได้ง่ายเช่นกัน

สรุป

การทำ Case ให้ใช้งานได้อย่างถูกใจทั้งความสวยงาม และอรรถประโยชน์นั้น ถือเป็นเรื่องยากที่สุด ทุกอย่างมักจะมีจุดไม่สมดุลของกันและกันเสมอ สำหรับ Targus Slim Case ถือว่าทำได้ใกล้เคียงกับคำว่า ความสวยงามคู่ประโยชน์ใช้สอย ด้วยตัวเคสที่แน่นหนา ผิวสัมผัสที่เน้นความหนักแน่น ในขณะที่รูปทรง สีสันของ Case ทำมาเป็นกลาง ใช้ได้ทุกเพศทุกวัย

การพับปกใช้งาน สามารถตอบสนองการใช้งานหลักของ iPad ได้ครบ ไม่ว่าจะเรื่องการวางพิมพ์ในการใช้งานต่างๆ ไม่ว่าจะวางกับโต๊ะ วางที่ตักขณะนั่ง การตั้งเพื่อชมหน้าจอนานๆ เหล่านี้เป็นจุดที่ Targus Slim Case ทำได้ดีมาก แต่จุดที่ยังไม่ลงตัว เป็นเรื่องการพับปกเพื่อถือมือเดียว ไม่ว่าจะตอนนั่ง ยืน ปกที่พับไปด้านหลังแบบราบไม่ได้ ทำให้การใช้งานหลักอย่างการถือเพื่อดู เป็นจุดที่ไม่สะดวกเท่าที่ควร

นอกจากนี้ ในแง่ของน้ำหนัก งานประกอบ ถึงจะทำออกมาได้ดีแล้ว แต่หากในอนาคต สามารถใช้วัสดุที่แข็งแรง แต่ลดน้ำหนักลงกว่านี้ได้ งานประกอบในภาพรวมถึงจะเรียบร้อย แต่หากมองดีๆ จะพบความการเย็บด้าย หรือผิวส่วนแข็งของ Case ที่ไม่เรียบร้อยนัก หากเก็บงานกันจริงๆ ไม่น่ามีหลุดมาให้เห็นได้ อย่างการที่เก็บให้เรียบร้อยกว่านี้ได้ Case จาก Targus ก็ถือว่าสมบูรณ์แบบพอตัวทีเดียว

สำหรับ Targus iPad Case ทั้ง 6 รุ่นที่ออกมาใหม่นี้ ถือเป็นตัวเลือกอันดับแรกๆ ที่เชื่อว่าได้ลองแล้ว น่าจะถูกใจ และด้วยราคาเฉลี่ยรวมที่อยู่ช่วงไม่เกิน 1,500-2,500 บาท (แล้วแต่รุ่น) กับภาพรวมที่ได้ ไม่ควรตัดจากตัวเลือกจริงๆ

ที่มา: Targus Thailand