เครื่องบาง ภาพสวย OPPO Finder

เราพูดถึง OPPO Finder ในแง่ของ Hardware และ Software ไปแล้ว ซึ่งมีเรื่องหลายเรื่องที่น่าจดจำไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความบางของเครื่องและการระบายความร้อนที่เป็นเรื่องของ Hardware และเรื่องของความอลังการของ UI ที่เป็นเรื่องของ Software ทั้ง 3 เรื่องนี้เป็นเรื่องที่หลายคนคิดไปได้ว่า OPPO Finder เองเป็นโทรศัพท์ที่ทาง OPPO ค่อนข้างตั้งใจทำออกมา จนมาถึงบทความนี้เราจะมาคุยกันเรื่องของกล้องของเจ้า OPPO Finder กันว่าเค้าให้มาเท่าไรและมันมีอะไรน่าสนใจบ้าง


กล้องของ OPPO Finder เป็นส่วนที่หนาที่สุดของตัวเครื่อง อย่างที่กล่าวไปเมื่อบทความที่แล้ว ที่หนาก็เพราะว่าต้องการให้ตัวกล้องสามารถใช้งาน Auto Focus และ Zoom ได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นทำเล็กกว่านี้ไม่ได้แล้ว โดยตัวกล้องนั้นเป็นกล้องความละเอียด 8 ล้านพิกเซลพร้อม LED Flash ตัวเซนเซอร์รับภาพใช้เป็น CMOS ของทาง Sony อันเดียวกับ OPPO Find 3 และตัวเลนส์มีรูรับแสง f/2.4 ภาพรวมแล้วคืออันเดียวกับบน iPhone 4S นั่นแหละครับ

ตัวอย่างภาพ (คลิกเพื่อดูภาพเต็ม)

กล้องของ OPPO Finder ทำผลงานออกมาได้ค่อนข้างดี สีไม่สดมากเกินไป แสงก็ไม่จ้ามาก ภาพออกมาดูดีเลยทีเดียว แต่ถ้าถ่ายกลางคืนนี้จะออกแนวมืดๆหน่อย ถ้าเปิด Flash ก็จะสว่างแบบเบลอๆแปลกๆในเวลาถ่ายระยะไกล แต่ถ้าถ่ายในที่ใกล้ก็ไม่เป็นเท่าไรนัก ตัว Noise เวลากลางคืนเองก็มีพอสมควรแต่ก็ธรรมดาทั่วไปของกล้องโทรศัพท์มือถือ การเก็บรายละเอียดทำได้ค่อนข้างดีครับ

HDR Mode (คลิกเพื่อดูภาพเต็ม)

มาถึงส่วนฟังก์ชันของกล้องกันบ้างหลักๆของตัวกล้องถ่ายภาพเลยคือไม่มีอะไรให้เลือกใช้งานมากนักมีแค่ฟังก์ชัน Flash ที่มีโหมด Auto, on, off และอีกอย่างคือระบบ HDR ที่เพิ่มแสงให้กับภาพทำให้ภาพดูสวยขึ้นสามารถทำให้ถ่ายภาพย้อนแสงได้ แต่ไม่สามารถใช้งานร่วมกับ Flash ได้ นอกนั้นก็สามารถเลือกใช้กล้องหน้าและปิดเสียงชัตเตอร์ได้

การโฟกัสของกล้องสามารถเลือก Tap to focus ได้ตามใจชอบ การโฟกัสก็ทำได้ค่อนข้าง OK ไม่ค่อยมี Focus ไม่ติด อ่อส่วนของ Shutter เองก็เป็นแบบกึ่งๆ Zero Shutter lag ครับคือใช้เวลาราวๆ 1.5 วินาทีต่อ 1 ภาพ

ตัวโปรแกรมกล้องหลักเองมีให้เลือกปรับและใช้งานน้อยมาก แต่ที่จริงแล้วทาง OPPO ได้ใส่ลูกเล่นกล้องทั้งหลายเข้ามาด้วยแต่ว่าแยกเป็นอีกโปรแกรมในชื่อ LOMO Camera

ใน LOMO Camera มีฟังก์ชันอีกมากมายให้เลือกใช้งานดังนี้

1. โหมด Enhanced แยกเป็น 2 อย่างคือ Burst shot และ Panorama

– Panorama อันนี้อย่างที่ทราบกันอยู่แล้ว ถ่ายช็อตเดียว 180 องศา

– Burst Shot ก็อย่างที่คุ้นเคยกันในรุ่นท็อปอย่าง Samsung Galaxy S III และ HTC One X แต่ Burst Shot บน OPPO Finder ถือเป็นของเล่นยังไม่ใช่ของที่จะนำไปใช้งานได้แบบว่าตลอดเวลา เพราะเป็นการถ่ายต่อเนื่องพร้อมกัน 5 Shot และไม่สามารถเลือกได้มันจะ Save 5 shot รวดเลย

ตัวอย่างภาพ (คลิกเพื่อดูภาพใหญ่)

2. โหมด Funny แยกเป็น 4 อย่างให้ใช้งานดังนี้

– Fish Eye ถ่ายภาพที่เหมือนมองด้วยตาปลา

– Mirror ถ่ายภาพ 2 ข้าง

– Color ถ่ายภาพที่สเก็ตแต่แบบลงสีแล้ว

ตัวอย่างภาพ

3. Rewind อันนี้ไม่มีแยกแต่เด็ดสุดทาง OPPO หวังเอามาเป็นจุดขายเลยทีเดียว โดยอันนี้มีวิธีการทำงานคือมันจะถ่ายภาพพร้อมกันต่อเนื่อง 5 ช็อต แต่ว่าอันนี้เอง มันจะไปอิงภาพคนเป็นหลัก โดยจับที่หัว, ตาและปาก เพื่อที่เราสามารถจะเลือกได้ว่าจะเอาหน้าคนตอนไหนเป็นหลัก เช่น ตอนยิ้ม, ตอนเอียงหัว อะไรแบบนี้เป็นต้น มันจะไปขยับเฉพาะใบหน้าของเรา โดยเลือกได้ 5 แบบจาก 5 ภาพ นั่นแหละครับ

4. โหมด Deformed แบ่งออกเป็น 4 อย่าง

– Funnel ถ่ายภาพบิดเบี้ยวแบบกรวย

– Wave ถ่ายภาพบิดเบี้ยวแบบคลื่น

– Sphere ถ่ายภาพบิดเบี้ยวเป็นผิวทรงกลม

– Sea ถ่ายภาพบิดเบี้ยวเป็นลายน้ำ

ตัวอย่างภาพ

5. โหมด Light Color แบ่งออกเป็น 4 อย่างเหมือนกัน

– Defocus ถ่ายเน้น Focus เฉพาะจุด

– Soft-F ถ่ายเน้นแสงและ Focus จุดกลาง

– Tunnel ถ่ายภาพแบบโลโม่

– Antique ถ่ายภาพให้เป็นแบบสมัยโบราณ

ตัวอย่างภาพ

เห็นได้ชัดว่า OPPO หวังให้ผู้ใช้สามารถที่จะแยกส่วนกันชัดเจนว่ากล้องถ่ายภาพปกติก็คือปกติไปเลยฟังก์ชันไม่มาก แต่ถ้าอยากมีลูกเล่นหน่อยก็จะแยกเป็นอีกอันไปเลยซึ่งใส่ลูกเล่นมามากมาย เหมาะกับสาวๆหรือคนที่ชอบถ่ายภาพแล้วแต่งภาพอัพขึ้นพวก Social Network ต่างๆเป็นอย่างดี ก็จะแตกต่างกับแบรนด์อื่นที่เอามารวมกันซะไม่รู้จะปรับกันเลย อันนี้ก็แยกไปเลยบางคนก็อาจจะลืมไปเลยก็ได้อันนี้ก็คงต้องไปดู Lifestyle ของแต่ละคนเพราะอย่าง Apple iPhone เองมี App มากมายที่ไว้แต่งภาพแล้วอัพขึ้น Social Network พวกนั้นก็ฮิตมากเลยทีเดียวแม้จะเป็นแค่ App ที่ต้องลงเพิ่มก็ตาม

มาถึงส่วนของกล้องวีดีโอของ OPPO Finder สามารถถ่ายวีดีโอได้ความละเอียดสูงสุดที่ 1080p ที่ 30 fps สามารถเลือกไฟล์ได้ว่าจะถ่ายเป็น MP4 หรือ 3GP เลือกความละเอียดในการถ่ายได้ แต่!! เลือกได้เฉพาะ 720p หรือ 1080p เท่านั้น ซะงั้นอะ..สามารถเลือกปิดการอัดเสียงได้และสามารถเปิดไฟแฟลชช่วยในการถ่ายได้ แต่น่าเสียดายที่ทั้งหมดนี้ไม่สามารถเลือกปรับได้ตอนถ่ายวีดีโอต้องเลือกให้เสร็จเรียบร้อยก่อนครับ

ในระหว่างถ่ายวีดีโอสามารถเลือก Tap focus ตามจุดได้ตามใจเราแต่ถ้าไม่ Tap มันก็จะมีระบบ Auto ด้วยคือมันจะปรับแสงให้เหมาะสมอยู่ตลอดเวลาและปรับได้ค่อนข้างเร็วมากและที่ดีมากคือมันมีฟังก์ชัน pause ที่สามารถหยุดในระหว่างถ่ายและกลับมาถ่ายต่อได้ ตรงนี้ดีมากๆ

ตัวอย่างวีดีโอ

สรุปได้ว่า OPPO เองถึงแม้จะไม่ได้ทำ Smartphone กล้องเทพแต่ก็ใส่ฟังก์ชันทุกอย่างมาเพียงพอต่อการใช้งานทั่วๆไป แยกส่วนที่ควรจะแยกออกไป ทำให้กล้องดูไม่เยอะเกินไปดูน่าใช้งาน ไม่ต้องปรับมากก็ใช้งานได้ดีในแง่ User ที่ถ่ายออกมาอย่างไรก็ได้ให้ไม่เบลอและออกมาสวยดูดี ทั้งหมดนี้มันอยู่ในโทรศัพท์เครื่องที่บางที่สุดอย่าง OPPO Finder นี้แล้วครับ