ZmyHome เว็บไซต์ขาย/เช่าบ้านและคอนโดเจ้าของขายเอง ประกาศรับเงินลงทุน 4 แสนเหรียญสหรัฐฯ จากกองทุนญี่ปุ่น KKFund

DSC_2850ZmyHome (ซีมายโฮม) สตาร์ตอัพในโครงการ ดีแทค แอคเซอเลอเรท Batch 3 เว็บไซต์ขาย/เช่าบ้านและคอนโดเจ้าของขายเอง ที่ช่วยให้ผู้ซื้อได้ซื้อบ้านตรงจากเจ้าของตัวจริงหรือเจ้าของโครงการ ประกาศรับเงินลงทุน 400,000 เหรียญสหรัฐ จากกองทุน KKFund เพื่อพัฒนาระบบและขยายตลาดให้ครบทุกทำเลทั่วประเทศไทย

324สำหรับเว็บไซต์ ZmyHome มีผู้เข้ามาลงประกาศในลักษณะเจ้าของบ้านและคอนโดในรายบุคคล รวมทั้งเจ้าของโครงการอสังหาริมทรัพย์ โดยได้รับความไว้วางใจจากเจ้าของโครงการคอนโดและบ้านจำนวนมาก ที่ใช้บริการระบบนี้ เช่น แอลพีเอ็น ริชชี่เพลส ซีพีแลนด์ เรียลแอสเซท ชีวาทัย ดีเวล เป็นต้น โดยทุกรายสามารถขายทรัพย์สินได้จริง และมีมูลค่ารวมกันกว่า 100 ล้านบาท และจนถึงสิ้นปีนี้เจ้าของโครงการต่างๆ สามารถส่ง Pricelist และภาพถ่าย เพื่อให้ ZmyHome ช่วยลงประกาศให้ได้ฟรี ไม่จำกัดจำนวนและโครงการ

325จุดแข็งของแพลตฟอร์ม ZmyHome คือช่วยให้ลูกค้าที่เป็นเจ้าของโครงการหรือเจ้าของบ้านรายย่อย ขายได้เร็วขึ้น เพราะ ZmyHome ช่วยแสดงให้เห็นความต้องการที่แท้จริงของตลาด และยังช่วยโปรโมททรัพย์สินที่ตรงกลุ่มเป้าหมาย โดยผู้ขายสามารถศึกษาราคาของทรัพย์สินที่ขาย/เช่าสำเร็จบนเว็บไซต์ก่อนเริ่มลงประกาศ และหลังจากที่ลงประกาศแล้วเจ้าของบ้านจะได้รับแจ้งความเคลื่อนไหวสำคัญในโครงการเดียวกัน หรือในชุมชนรอบๆ ผ่านทาง Facebook Messenger เช่น จำนวนคนสนใจโครงการที่ลงประกาศขายอยู่ ประกาศที่มีผู้สนใจซื้อในโครงการเดียวกัน ประกาศที่ขาย/เช่าสำเร็จในโครงการเดียวกัน เป็นต้น ซึ่งการช่วยเหลือแบบนี้คล้ายกับเจ้าของทรัพย์สินมีมืออาชีพช่วยแนะนำตลอดเวลาเพื่อช่วยให้ขาย/เช่าสำเร็จ

นอกจากนี้ ZmyHome ยังเป็นเว็บอสังหาฯ แห่งแรกในประเทศไทย ที่เจ้าของบ้านและคอนโดที่รีบขายหรือรีบเช่า สามารถโปรโมทตรงถึงผู้ซื้อที่มีแผนจะซื้อหรือเช่าภายใน 3 เดือนรอบๆ โครงการ โดยคิดค่าบริการตามจริงที่จากลูกค้าเห็นโฆษณาเท่านั้น ซึ่งในปีที่ผ่านมาเว็บไซท์ก็มี Developer มาใช้บริการจำนวนมากด้วยเช่นกัน โดย 1 ในนั้นคือ LPN ซึ่งสามารถปิดยอดขายได้จริงผ่าน ZmyHome กว่า 100 ล้านบาท และในปี 2561 นี้ก็ตั้งเป้าที่จะปิดยอดขาย 300 ล้านบาท จาก ZmyHome อีกด้วย

330โคอิชิ ไซโตะ (Koichi Saito) ผู้ก่อตั้ง KKFund กล่าวว่า KKFund เลือกลงทุนใน ZmyHome เพราะเห็นโอกาสของตลาดอสังหาฯ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีสภาพคล่องต่ำ ซึ่งต้องการแพลตฟอร์มที่ข้อมูลถูกต้องเพื่อช่วยให้การซื้อขายเกิดขึ้นได้รวดเร็วยิ่งขึ้นเหมือนประเทศพัฒนาแล้วที่สามารถขายหรือซื้อสำเร็จในเวลาเพียง 1-3 เดือน โดย ZmyHome มีเข้าใจโครงสร้างของปัญหานี้เป็นอย่างดี และถึงแม้ว่ากลไกต่างๆ ของตลาดไทยจะยังไม่พร้อมเหมือนประเทศที่พัฒนาแล้ว ซึ่งปกติจะเกิดขึ้นได้จากการผลักดันของภาครัฐ และองค์กรวิชาชีพต่างๆ แต่ ZmyHome ได้พยายามสร้างสรรค์วิธีการใหม่ๆ ที่ไม่เคยมีมาก่อนในแพลตฟอร์มอื่นๆ เพื่อช่วยให้ซื้อขายสำเร็จ และเว็บไซต์ก็ได้รับการตอบรับอย่างดีจากทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย โดยเว็บมีการถูกเปิดดูกว่า 1 ล้านครั้งต่อเดือน

“การลงทุนใน ZmyHome ครั้งนี้ จะเป็นการสร้างพันธมิตรด้านแพลตฟอร์มอสังหาฯ ที่แข็งแกร่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เนื่องจาก KKFund ได้มีการลงทุนแพลตฟอร์มอสังหาฯ ในหลายประเทศในภูมิภาคนี้ และ ZmyHome ก็เป็นแพลตฟอร์มเดียวในไทยที่แก้ปัญหาได้ตรงจุด”

326ณัฐพล อัศว์วิเศษศิวะกุล ผู้ก่อตั้ง ZmyHome กล่าวเสริมว่า เงินที่ได้จากการระดมเงินลงทุนรอบนี้ จะนำมาพัฒนาระบบและทำการตลาดให้ครอบคลุมตลาดทุกทำเลและทุกเซ็กเม้นท์ ซึ่งจะเกิดประโยชน์สูงสุดกับผู้ซื้อบ้าน นอกจากนี้ยังมีแผนที่จะพัฒนาระบบวิเคราะห์ราคาและระบบโฆษณา เพื่อช่วยให้เจ้าของโครงการและเจ้าของรายย่อยซื้อขายสำเร็จได้ในเวลาที่ต้องการ อย่างไรก็ดีการจะช่วยให้เวลาขายเฉลี่ยของตลาดลดลงเหลือ 1-3 เดือนทุกรายเหมือนประเทศที่พัฒนาแล้ว จำเป็นที่จะต้องมีการพัฒนาด้านอื่นๆ เพิ่มเติม

327ทั้งนี้ จากระยะเวลาเพียง 2 ปี  ZmyHome มีประกาศที่ขายหรือเช่าแล้วกว่า 10,000 รายการ จากทั้งหมด 30,000 รายการ ให้ผู้ที่จะขาย/เช่าที่อยู่อาศัยได้ศึกษา และจำนวนคนซื้อ/คนเช่าที่เข้ามาใช้ก็เติบโตเฉลี่ย 18% ต่อเดือน ทำให้เว็บไซต์ถูกเปิดดูเดือนละกว่า 1 ล้านครั้ง จนทำให้ได้รับความไว้วางใจจาก KKFund มาลงทุน ซึ่งกองทุนนี้มีศักยภาพที่จะช่วยให้สตาร์ตอัพไทยเติบโตขึ้นไปอีกในระดับภูมิภาคและระดับโลกได้

DSC_2496