กทค. ร่วมมือกับ ITU ศึกษาผลการประมูลคลื่นความถี่ 2.1 GHz เพื่ออนาคตการประมูลคลื่นความถี่ของประเทศไทย พร้อมเชิญเอกชนหารือลดค่าบริการลงจากเดิม 15-20%

พ.อ.ดร. เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (รองประธาน กสทช.) ในฐานะประธานกรรมการกิจการโทรคมนาคม(ประธาน กทค.) กล่าวว่า กทค. ได้มีการจัดทำความร่วมมือกับสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (International Telecommunication Union: ITU) ในการศึกษาการประเมินผลการจัดประมูลคลื่นความถี่ย่าน 2.1 GHz เพื่อวิเคราะห์ถึงประเด็นข้อโต้แย้งต่าง ๆ เกี่ยวกับการประมูล และนำความเห็นพร้อมทั้งข้อเสนอแนะมาใช้ในการจัดทำหลักเกณฑ์การประมูลใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ของประเทศไทยในครั้งต่อไป ซึ่งความร่วมมือระหว่างสำนักงาน กสทช. และ ITU ดังกล่าวนั้นนับเป็นส่วนหนึ่งของแผนการดำเนินงานการจัดประมูลคลื่นความถี่2.1 GHz เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2555 ที่ผ่านมา ซึ่งทาง ITU ได้มอบหมายให้ Dr. Eun Ju Kim, Regional Director: ITU Regional Office for Asia and the Pacific เข้าร่วมสังเกตการณ์การประมูลคลื่นความถี่2.1 GHz ครั้งแรกของประเทศไทยด้วย

สำหรับขั้นตอนการดำเนินโครงการนั้น Dr. Hamadoun Toure เลขาธิการ ITU ได้มอบหมายให้ Dr. Joaquin Restrepo, Head of Outrech and Publication Division of the Radiocommunication Bureau เป็นหัวหน้าคณะผู้เชี่ยวชาญในการดำเนินการศึกษาและประเมินผล โดยทาง ITU ได้มีการคัดเลือกผู้เชี่ยวชาญทั้งทางด้าน Radio Communication และด้านTelecommunication Development ที่มีความรู้และมีประสบการณ์เป็นที่ยอมรับในการจัดสรรคลื่นความถี่ มาทำการศึกษาวิเคราะห์รูปแบบการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ย่าน 2.1 GHz ของประเทศไทย พร้อมทั้งจัดทำข้อเสนอการประมูลคลื่นความถี่  (Recommendations on Auction of Spectrum) ซึ่งข้อเสนอแนะและผลการประเมินดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ต่อการอนุญาตและกำกับดูแลการใช้คลื่นความถี่ที่สอดคล้องตามหลักปฏิบัติสากล และเหมาะสมกับสภาพตลาดโทรคมนาคมของประเทศไทย โดยในส่วนของกระบวนการดำเนินงานนั้น ทางสำนักงาน กสทช. จะสนับสนุนข้อมูลและข้อเท็จจริงต่าง ๆ เกี่ยวกับการประมูลคลื่นความถี่ที่ผ่านมา เพื่อให้ทางผู้เชี่ยวชาญจาก ITU สามารถนำเอาผลการศึกษาที่ได้ไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาหลักเกณฑ์การอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ที่สามารถตอบสนองเงื่อนไขของตลาดโทรคมนาคมไทยได้อย่างเหมาะสม ตลอดจนมีการถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญให้กับสำนักงาน กสทช. และผู้ที่เกี่ยวข้องในภาคส่วนต่าง ๆ ต่อไป

และในวันเดียวกัน กทค. ได้เชิญผู้ชนะการประมูลใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ IMT ย่าน 2.1 GHz ประกอบด้วย บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด  บริษัท เรียล ฟิวเจอร์ จำกัด  บริษัท ดีแทค เนทเวอร์ค จำกัด  เข้าหารือเกี่ยวกับการกำหนดอัตราค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่สำหรับการให้บริการในย่านความถี2.1 GHz

เพื่อให้การคุ้มครองผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนทั้งในระดับชาติและระดับท้องถิ่น  ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญเกิดเป็นรูปธรรมกับประชาชน      กทค. ได้ประกาศเจตนารมณ์ต่อสาธารณชนในการคุ้มครองผู้ใช้บริการในส่วนของการกำกับดูแลอัตราค่าบริการว่า  “กทค.จะกำกับดูแลอัตราค่าบริการประเภทเสียงและข้อมูลของบริการ 3 G  บนย่านความถี่ 2.1 GHz ให้ลดลงไม่น้อยกว่าร้อยละ 15-20 ของอัตราค่าบริการในปัจจุบัน”

อย่างไรก็ตาม การกำหนดอัตราค่าบริการต้องมาจากต้นทุนการให้บริการ  ที่ผ่านมามีเพียงอัตราค่าบริการขั้นสูงด้านเสียงเท่านั้น  การกำหนดอัตราค่าบริการด้านข้อมูลคงต้องร่วมมือร่วมกันที่จะทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์  กทค. ขอให้บริษัทกลับไปจัดทำข้อมูลและจัดส่งรายงานข้อเสนอเกี่ยวกับประมาณอัตราค่าบริการ 3G ตามนโยบาย กทค. ภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2555 

ผู้ประกอบการทุกรายพร้อมให้ความร่วมมือในการให้ข้อมูลเพื่อกำหนดอัตราค่าบริการดังกล่าว เพื่อให้อุตสาหกรรมโทรคมนาคมก้าวผ่านช่วงเวลาเปลี่ยนแปลงไปได้

ทั้งนี้ ในการกำหนดอัตราค่าบริการ3G ในระยะแรกก่อนที่จะมีการออกประกาศ กสทช. ว่าด้วยการกำหนดอัตราค่าบริการขั้นสูง ทางผู้ประกอบการจะกลับไปทำข้อเสนอเพื่อให้ กสทช. โดย กทค.  พิจารณาเพื่อสร้างความมั่นใจว่าอัตราค่าบริการทั้งข้อมูลและเสียงจะถูกลงจริง และเป็นไปเพื่อประโยชน์ของผู้บริโภค เมื่อสำนักงาน กสทช. ได้สรุปและรายงานผลการสอบของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องที่ดำเนินการตรวจสอบการประมูลในครั้งนี้ จะเสนอ กสทช. โดย กทค. พิจารณาเพื่อเดินหน้าในการดำเนินการจัดสรรคลื่นความถี่ในครั้งนี้ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ต่อประเทศชาติและประชาชน