กสทช. ชี้แจงการประชุม กสทช. เป็นเพียงหารือหลักการปฏิบัติตนที่เหมาะสม ในการประชุม กสทช. และไม่ได้ห้ามการใช้สังคมออนไลน์

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) กล่าวว่า ตามที่ปรากฏข่าวในสื่อมวลชน  และมีข้อคิดเห็นที่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริงโดยวิพากษ์วิจารณ์ว่า กสทช. มีมติห้ามไม่ให้กรรมการใช้สังคมออนไลน์ หรือ โซเชียลมีเดีย และตั้งคณะอนุกรรมการตรวจสอบการใช้สังคมออนไลน์ ของกรรมการบางท่าน เป็นการก้าวล่วงในสิทธิในการแสดงออกต่อสาธารณะนั้น

สำนักงาน กสทช. ขอเรียนชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อสร้างความเข้าใจ  ที่ถูกต้องต่อกรณีดังกล่าว ในการประชุม กสทช. ครั้งที่ 12/2555 ที่ประชุมได้มีการหารือร่วมกันถึงแนวปฏิบัติที่เหมาะสมในการวิพาษ์วิจารณ์มติที่ประชุมผ่านสื่อต่างๆ เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อเป็นการรักษาภาพลักษณ์ และความน่าเชื่อถือของ กสทช. โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้การทำงานร่วมกันมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ที่ประชุมได้หยิบยกแนวปฏิบัติและประมวลจริยธรรมขององค์กรที่ใช้รูปแบบคณะกรรมการที่มีการใช้กันแพร่หลายทั่วโลก มาหารือ โดยพูดถึงหลักความรับผิดชอบร่วมกัน (Collective Responsibility) ซึ่งถือว่า มติเป็นเรื่องสำคัญผูกพันกรรมการทั้งคณะ มีความรับผิดชอบร่วมกัน  การเข้ามาดำรงตำแหน่งคณะกรรมการก่อให้เกิดอำนาจในฐานะกรรมการผู้กำกับดูแลก็จริง โดยมีหน้าที่ต่อสังคมที่จะต้องทำงานด้วยความโปร่งใส ซื่อสัตย์สุจริต แต่ขณะเดียวกันก็เกิดหน้าที่ต่อองค์กรและต่อกรรมการผู้อื่น ที่จะไม่ทำให้เกิดความเสื่อมเสียต่อชื่อเสียงหรือภาพลักษณ์ขององค์กรและกรรมการคนอื่น รวมทั้งการเข้ามารับตำแหน่งกรรมการ ก็เท่ากับเป็นการยินยอมสละความเป็นอิสระบางส่วนที่จะกระทำการวิพากษ์วิจารณ์นโยบายหรือมติของคณะกรรมการทั้งคณะ เลขาธิการ กสทช. กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ประชุม กสทช. เห็นว่าในการประชุมแต่ละครั้ง คณะกรรมการได้มีการอภิปรายถกเถียงกันด้วยเหตุผล  กรรมการทุกท่านมีโอกาสเต็มที่ๆ จะแสดงความคิดเห็นเพื่อให้ที่ประชุมทราบถึงข้อดีข้อเสียก่อนที่จะมีการลงมติ หากเหตุผลใดที่มีการนำเสนอแล้วที่ประชุมส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยก็ถือเป็นเสียงข้างน้อย แต่ก็ถือว่ากรรมการเสียงข้างน้อยมีโอกาสในการแสดงเหตุผลโดยอิสระต่อที่ประชุมอย่างเต็มที่แล้ว เมื่อที่ประชุมเสียงข้างมากไม่เห็นสอดคล้องด้วย เช่นนี้ เสียงข้างน้อยก็ต้องเคารพในกติกา และเคารพในมติเสียงข้างมาก ซึ่งตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับการประชุม กรรมการเสียงข้างน้อยก็มีสิทธิที่จะทำความเห็นแย้งเป็นลายลักษณ์อักษรให้ปรากฏในรายงานการประชุม ซึ่งมีการเปิดเผยต่อสาธารณะอยู่แล้ว ทั้งนี้ ที่ประชุมเห็นว่า การแถลงข่าวต่อสาธารณชนได้มอบหมายเลขาธิการ กสทช. เป็นโฆษก กสทช. เป็นผู้แถลงผลการประชุม กสทช. และมอบหมายให้ประธาน กสท. เป็นผู้แถลงผลการประชุม กสท. และมอบหมายให้ประธาน กทค. เป็นผู้แถลงผลการประชุม กทค. อยู่แล้ว เพื่อเป็นการเผยแพร่ผลการดำเนินงาน กสทช. ให้เป็นที่รับรู้ของสาธารณชนโดยกว้างขวาง

เลขาธิการ กสทช. กล่าวต่อว่า ที่ประชุม กสทช. เห็นว่าเพื่อมิให้เกิดปัญหาต่อองค์กรต่อการทำงานในรูปแบบคณะกรรมการ ขอให้กรรมการทุกท่านยึดถือปฏิบัติตนตามแนวทางที่ประกาศ กทช. เรื่องแนวทางปฏิบัติตนสำหรับคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติกำหนดโดยเคร่งครัด และอาจพิจารณารวมไปถึงการกำหนดแนวปฏิบัติที่เหมาะสมสำหรับคณะอนุกรรมการซึ่ง กสทช. แต่งตั้งด้วยก็ได้ แต่ทั้งนี้ ที่ประชุมเห็นว่า แนวปฏิบัติตนสำหรับ กทช. ซึ่ง กสทช. นำมาบังคับใช้โดยอนุโลมในปัจจุบันยังไม่ชัดเจน และขาดกลไกตลอดจนระบบการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ       จึงควรจะนำมาแก้ไขปรับปรุงให้เกิดประสิทธิภาพ จึงได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมการพิจารณาปรับปรุงระเบียบการบริหารงานภายในของสำนักงาน กสทช. ซึ่งมีศาสตราจารย์ (พิเศษ) ประสพสุข บุญเดช เป็นประธานฯ ดำเนินการปรับปรุงตามแนวทางที่ที่ประชุม กสทช. มีมตินายฐากร กล่าวย้ำว่า มติของที่ประชุม กสทช. ครั้งที่ 12/2555 ไม่ได้ห้ามไม่ให้กรรมการใช้สังคมออนไลน์  และไม่ได้มีการตั้งคณะอนุกรรมการมาตรวจสอบหรือสอบสวนการใช้สังคมออนไลน์ แต่อย่างใด