Windows Phone ยิ่งเดินไป…ยิ่งใกล้ทางตันเข้าไปทุกที?

012 ถ้าย้อนกลับไปเมื่อเดือนตุลาคมปี 2010 ทาง Microsoft ได้นำตัวเองเข้าสู่อุตสาหกรรม Smartphone ยุคใหม่เต็มตัวด้วยการเปิดตัว Windows Phone ที่ต่อยอดมาจาก Windows Mobile ซึ่งยุคใหม่ของ Microsoft นั้นเดินทางมาด้วยนวัตกรรมที่น่าตื่นเต้นมาก เรียกว่าใครเห็นวีดีโอแนะนำระบบปฏิบัติการแล้วต้องน้ำลายไหล ไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้ทั่วๆไปหรือนักพัฒนา

(บทความเป็นความเห็นส่วนตัวนะครับ ^ ^)

ที่ก็พร้อมจะโดดลงมาทำ App บน Platform อื่นๆนอกจาก iOS และ Android โดยเฉพาะจากฝั่ง Android ที่ตอนนั้นประสบปัญหา Fragmentation ค่อนข้างมาก ส่งผลให้ Windows Phone น่าจับตามองตั้งแต่เวลานั้นเป็นต้นมา เพราะจากสถานการณ์ในตอนนั้นทำให้หลายคนเชื่อว่า Ecosystem ของ Windows Phone น่าจะไปได้สวยแต่มันกลับไม่เป็นแบบนั้น?

014 ก่อนจะไปไขข้อข้องใจกันในเรื่องของ Ecosystem เรามาว่ากันถึงเรื่องตัวระบบปฏิบัติการกันก่อนว่าจุดเริ่มต้นของ Windows Phone นั้นมาจากไหน

wp7

การเปิดตัวครั้งแรกก็ทำหลายคนมึนแล้ว เพราะชื่อที่ใช้คือ Windows Phone 7 ทำให้หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมถึงไม่เปิดตัวมาเป็นเวอร์ชั่นแรก ซึ่งเหตุผลก็คือก่อนที่จะมี Windows Phone นั้นส่วน Windows Mobile ของ Microsoft เคยมีมาแล้วถึงเวอร์ชั่น 6.5 ซึ่งสุดท้ายก็พิสูจน์แล้วว่าไม่สามารถสู้กับ iOS หรือ Android ได้เลยจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่กลายมาเป็น Windows Phone เวอร์ชั่น 7 อย่างที่เราเห็นกันตอนนี้

016

 

Windows Phone 7 จนถึง 8 นับหนึ่งถึง 2 ครั้ง?

020 จาก Windows Phone 7 ที่เปิดตัวด้วยจุดขายหลักอย่าง Metro UI นำ Icon Live Tiles ออกมาสร้างเป็นจุดขายและส่วนของโปรแกรมต่างๆก็มีลักษณะการใช้งานเป็นหน้ายาวที่สวยงามดูน่าใช้งานมาก แต่ในทางกลับกัน Windows Phone 7 นี่เองถือเป็นการก้าวพลาดครั้งใหญ่ของ Microsoft  เพราะมีความสามารถไม่ทันคู่แข่ง ถึงแม้จะมีการอัพเดทครั้งใหญ่อย่าง Mango หรือ Windows Phone 7.5 ก็ยังไม่สามารถตามทัน OS อื่นได้ 100% นักและอีกอย่างก็คือ Core-OS ที่คิดมาแบบสั้นๆ ซึ่งสุดท้ายต้องมานั่งแก้กันหมดหมดเปลือกบน Windows Phone 8 ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อปลายเดือนตุลาคมปี 2012 ที่ผ่านมา 018 Windows Phone 8 เปลี่ยน Core-OS ใหม่ให้ Based บน Windows-CE ที่สามารถใช้ Kernel Windows NT ทำให้บางส่วนสามารถใช้งานร่วมกับ Windows 8 ได้และเนื่องด้วยการเปลี่ยนใหม่หมดนี่เองทำให้มันต้องใช้เวลา 1 ปีเต็ม ส่งผลให้ Microsoft แทบจะต้องนับ 1 ใหม่อีกครั้งเพราะเครื่อง Windows Phone 7 (7.5) เดิมไม่สามารถอัพเกรดมาเป็น Windows Phone 8 ได้เนื่องจากความแตกต่างที่มากเกินไปในแง่สถาปัตยกรรม แต่หน้าตายังเหมือนเดิมเป๊ะ ชนิดที่เรียกว่า ผู้ใช้ยังอึ้งที่แทบไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรเลยนอกจากสามารถเปลี่ยน icon Live tiles ได้หลายขนาดมากขึ้น นอกนั้นเป็นความสามารถทั่วๆไปที่แฝงอยู่บนเครื่องทั้งนั้นจับต้องแทบไม่ได้หรือบางทีแทบไม่ได้ใช้ 023 กลับมาที่เรื่องของ Ecosystem ต้องบอกว่า Windows Phone กลายเป็นดาวรุ่งในช่วงแรกแต่มาตกในช่วงหลัง เนื่องจากเหตุผลหลายๆอย่างทั้งเรื่องของ Metro UI และเรื่องหลังบ้านของ Microsoft เอง แน่นอนครับนิยามของ Ecosystem ก็คือระบบนิเวศที่ระบบปฏิบัติการทำให้เกิดผลขึ้นมา จำแนกได้สารพัดทั้งเรื่อง Application, นักพัฒนา, เครือข่าย, ตัวแทนจำหน่าย, คนทำ Content เป็นต้น เรื่องพวกนี้ Windows Phone เข้าไปมีบทบาทน้อยมากแทบจะทุกๆเรื่องก็เพราะปัญหา 2 อย่างตามที่กล่าวไว้นั่นแหละครับ

ปัญหาของ Windows Phone ?

013 Metro UI ของ Windows Phone คือจุดขายที่สำคัญที่ใครๆก็เชื่อแบบนั้น เพราะว่ามันทำให้มีความแตกต่างจาก OS อื่น แต่ความแตกต่างนี่แหละครับที่ทำให้มันมีปัญหา เพราะมันทำให้นักพัฒนาโปรแกรมที่เค้าทำโปรแกรมอยู่บน Platform อื่นนั้นไม่หันมาสนใจ Windows Phone เลย 015 ที่ไม่สนใจทำเนื่องด้วยเหตุผลก็คือมันทำยาก ถึงแม้ Microsoft จะมี Tool ออกมาให้นักพัฒนามากมาย แต่การพัฒนา App เดิมใน Platform อื่นขึ้นมาใหม่ด้วยเงื่อนไขที่ว่า คุณต้องสร้าง App ให้ออกมาเป็นหน้าตา Metro UI นะ ทำให้ไม่ใครอยากจะมาทำเพราะมันทำยาก ต้องนั่งออกแบบใหม่ให้กับ Platform ที่ก็ไม่รู้ว่าทุ่มทุนทำออกมาแล้วจะเกิดรึเปล่า ทุกคนเห็นเป็นเสียงเดียวกัน โดยเฉพาะนักพัฒนาระดับ SME ที่ไม่ได้มีเงินทุนหนามากคงขอโบกมือลาก่อนเลย ถึงทำ App ใหม่ขึ้นมาก็ไม่รู้ว่าลงบนนี้แล้วจะไปรอดไหม และพวกนักพัฒนา SME นี่แหละครับทำโปรแกรมเจ๋งๆทั้งนั้น 005 อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้พัฒนารายใหญ่ๆ (Angry Birds, Whatsapp, Line) แล้วบางรายลงทุนทำเพราะจำเป็นหรือทางฝั่ง Microsoft จ่ายให้ทำก็มี เรื่องของการทำ App นี่ยังต้องพ่วงปัญหาของตัวระบบที่มีข้อจำกัดในการสร้างโปรแกรมค่อนข้างเยอะทำให้เกมหรือโปรแกรมเจ๋งๆ หรือมีกราฟฟิคที่ดีไม่ค่อยมาลงบน Windows Phone อีกด้วย 024 Metro UI นอกจากจะแตกต่างจากชาวบ้านแล้วยังเหมือนกับตัวเองมากเกินไป หมายความว่า ไม่ว่าคุณจะซื้อ Windows Phone ราคา 8,250 บาท หรือ 21,500 บาท คุณก็ได้หน้าตา Metro UI แบบเดียวกัน เปลี่ยนสีปรับ icon ได้เหมือนๆกัน เปิดโปรแกรมได้เหมือนกันในความเร็วที่แตกต่างกันไม่มากเนื่องจากทาง Microsoft ก็ได้วางแผนเรื่อง Hardware มาหมดแล้วว่าผู้ผลิตต้องใช้ Hardware คล้ายๆกัน มันก็เลยแทบจะไม่ค่อยต่างกันเท่าไร ทำให้ผู้ผลิตทำตลาดลำบากต้องคอยสร้างจุดขายใหม่อยู่ตลอดเวลา ส่งผลให้ทั้งผู้บริโภคและผู้ผลิตเบื่อ

 wp_ss_20130319_0003 wp_ss_20130319_0004

Metro UI นับวันยิ่งสร้างความน่าเบื่อให้กับผู้ใช้เพราะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้มากนักนอกจากสี, ขนาดและการเรียงลำดับ ถ้าซื้อ Windows Phone แล้วลง App มากมายก่ายกองแต่ Metro UI ถูกออกแบบมาให้ใช้กับส่วนโปรแกรมหลักๆในหน้า Start เท่านั้นทำให้ไม่เอื้ออำนวยยิ่ง

wp_ss_20130319_0005 wp_ss_20130319_0006

ถ้าจะ Add ไว้ใน Start เยอะๆคุณก็เลื่อนหากันยาวนานอยู่ดี ยิ่งถ้าเปลี่ยนไปยังหน้ารวมโปรแกรมยิ่งหายากเข้าไปใหญ่ เว้นก็แต่ใช้ระบบ Search ซึ่งมันไม่ได้ Feel การเข้าถึงโปรแกรมเสียเลย นอกจากนี้ยังมีปัญหาเล็กๆน้อยๆเรื่องของการพิมพ์ที่ไม่สามารถเลือกจุดระหว่างคำได้ง่ายๆและคีย์บอร์ดไทยเองปุ่ม Shift ก็ค้าง (หน้าที่แบบ Cap lock กดแล้วค้างไม่ยอมลง) ทำให้พิมพ์ลำบากมาก 002อย่างไรก็ตามถ้ามาว่ากันด้วยปัญหาภายในของ Microsoft นั้นก็คือ ช้า!! ถึงแม้ Windows Phone ดูเหมือนจะมีทิศทางที่วางไว้ชัดเจน แต่นับวันเหมือน Microsoft นิ่งเฉยไม่ทำอะไรเลยกับระบบปฏิบัติการตัวนี้ ไม่ว่าจะเรื่องการอัพเดทความสามารถที่ถ้านับ Windows Phone 8 ล่าสุดในตอนนี้ก็ยังมีความสามารถไม่เท่ากับ OS อื่นๆในรายละเอียดบางเรื่อง ไม่ใช่แค่เรื่องความสามารถแต่ Microsoft ไม่ออกบริการอะไรเลยที่เอื้ออำนวยต่อการขยาย Ecosystem สิ่งที่เราควรจะเห็นคือ จับมือกับ Partner ต่างๆขยาย Windows Phone App Store, จับมือกับทาง Operator ให้มากขึ้น, สนับสนุนผู้ผลิตเพื่อสร้างจุดขายของแต่ละค่ายแตกต่างกันออกไปได้มากขึ้น เป็นต้น แต่จนถึงตอนนี้เรายังไม่เห็นเลย

ผู้ผลิต Windows Phone ต้องเหนื่อยแต่ก็พออยู่ได้

003 ปัญหา OS มากมายตามที่กล่าวไว้ด้านบนส่งผลให้ผู้ผลิตต้องมาหาจุดขายกันที่เรื่องของ Hardware แทน เราเห็นได้ชัดๆเลยจาก Nokia ผู้ที่ลำบากที่สุดต้องจัดเต็มเทคโนโลยีต่างๆลงบนอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็น Pureview, Puremotion และ OIS เป็นต้น ทำให้อุปกรณ์ของ Nokia อย่าง Lumia 920 มีจุดขายที่ชัดเจนก็คือเรื่องหน้าจอและกล้องทำให้พอจะพยุงตัวเองไปได้ แต่ถ้ามาดูค่ายที่ไม่ได้ทำ Windows Phone เป็นหลักอย่าง Samsung หรือ HTC ที่ทำออกอุปกรณ์มามีจุดขายเหมือนกัน แต่อาจจะยังไม่เด่นนักทำให้เละไม่เป็นท่าทั้งคู่ไม่ว่าจะเป็น Windows Phone 8X หรือ 8S จาก HTC และ Samsung ATIV S009 สเต็ปต่อไปของผู้ผลิตก็จำเป็นต้องหาเทคโนโลยีใหม่ออกมาพ่วงกับเครื่องรุ่นใหม่ต่อไปอีก Nokia จำเป็นต้องเข็นเทคโนโลยี Pureview แบบเต็มๆลงมาบน Windows Phone? แล้วต่อไปต้องเข็นอะไรมาลงอีก? ดังนั้นกับผู้ผลิตสุดท้ายแล้วยังคงต้องเหนื่อยมากเพราะจุดขายหลักๆอย่าง Software ปรับปรุงได้น้อยมากทำให้สร้างจุดขายลำบาก เว้นก็แต่ Application ที่สามารถใส่เข้ามาได้อย่าง Nokia ที่ใส่ทั้ง Cinemagraph, Nokia Maps และ Smart shoot เป็นต้น แต่ก็ไม่ต่างอะไรจากเทคโนโลยีจากฝั่ง Hardware หรอกครับเหนื่อยพอกันกว่าจะสร้าง App ที่ดีขึ้นมาได้

Windows Phone 2013 จะไปได้แค่ไหน???

Joe Belfiore, corporate vice president of Microsoft, introduces the Windows Phone 8 mobile operating system in San Francisco Windows Phone 9 ยังไม่แน่นอนว่าในช่วงปลายปีนี้จะมีการเปิดตัวหรือไม่ แต่ว่าน่าจะมีการอัพเกรด Windows Phone ครั้งใหญ่อีกครั้งค่อนข้างแน่นอน ซึ่งกว่าจะถึงตอนนั้น Apple iOS7 และ Android 5.0 อาจจะเปิดตัวนำหน้าไปอีกขั้นแล้ว ดังนั้นถ้าทาง Microsoft ยังไม่ปรับตัว ยังไงก็ต้องเหนื่อยอยู่แบบนี้แน่นอนกับ Ecosystem ที่ขุดไม่ขึ้นซักทีและความเหนื่อยล้าของผู้ผลิต 021 Metro UI นับจนถึงตอนนี้เราเห็นกันมาเกือบจะ 3 ปีแล้ว แน่นอนคนบางส่วนเริ่มรู้สึกเอียนแล้วกับ Live tiles แบบเดิม ซึ่งตัวมันเองไม่สามารถเปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างอื่นได้เลยแม้แต่ใส่ Wallpaper ก็ยังทำไม่ได้019 ดังนั้นความน่าเบื่อตรงนี้เองน่าจะทำให้ Windows Phone ค่อนข้างลำบากมากๆแทบจะไปไม่รอดในปี 2013 เพราะตอนนี้ยอดขายเครื่อง แทบจะขึ้นอยู่กับว่าผู้ผลิตต้องเปิดตัวอุปกรณ์ใหม่อีกเพื่อเรียกกระแสเป็นรอบๆไป และยังต้องคอยระวังหลังกับอีกระบบปฏิบัติการใหม่ที่เปิดตัวไปหมาดๆเมื่อต้นปีอย่าง BlackBerry 10 ที่ปัจจุบันสร้าง Ecosystem ได้ดีกว่า Windows Phone เสียอีกและถ้า Windows Phone ยังไม่เปลี่ยนแปลงอย่างเร่งด่วนตั้งแต่ตอนนี้ BlackBerry 10 คงใช้เวลาอีกไม่นานไล่หลังมาแซงได้แน่นอน

สรุป

007 Windows Phone ถึงแม้จะเป็นระบบปฏิบัติการผู้ชิงที่ 3 ไม่ต่างจาก BlackBerry 10 แต่การก้าวของ Microsoft ที่เหมือนเต่าคลานทำให้ ณ ปัจจุบันยังไม่อาจจะเทียบกับ 2 OS ติดลมบนอย่าง Android และ iOS ได้ซักนิด ทั้งในเรื่องของความสามารถและเรื่องของ Ecosystem ดังนั้นที่ 3 ที่ต้องการนั้นอาจจะยากเกินไปด้วยซ้ำเพราะ BlackBerry 10 เองก็เปิดตัวออกมาได้น่าสนใจและกระแสตอบรับเท่าที่ดูแล้วก็ค่อนข้างดี เพราะฉะนั้น Windows Phone เหนื่อยแน่และดีไม่ดีปีนี้อาจจะไปไม่รอดด้วยก็เป็นได้ ก็หวังก็แต่ว่าบริษัทเงินหนาอย่าง Microsoft จะเยียวยาให้มันอยู่ต่อไป (ปกติ Microsoft ชอบทำอะไรทิ้งๆขว้างๆ ระวังไว้ก็ดีนะครับ) แล้วคุณล่ะใช้ Windows Phone แล้วรู้สึกเบื่อเหมือนผมไหม?