[Preview] ซีรีส์ Asus Zenfone 4 ใหม่ทั้ง 5 รุ่น ชูจุดแข็งกล้องคู่ ตอบโจทย์ทุกสไตล์

DSC08792เพิ่งประกาศเปิดตัวกันไปสดๆร้อนๆที่ประเทศไต้หวัน กับมือถือซีรีส์ใหม่ Zenfone 4 ของค่าย Asus ที่ล่าสุดก็ได้ส่งรุ่นใหม่ ออกมาเพิ่มเติมอีก 5 รุ่น ประกอบด้วย ZenFone 4 Pro, ZenFone 4, ZenFone 4 Selfie Pro, ZenFone 4 Selfie และ ZenFone 4 Max Pro  ซึ่งทีมงาน MXPhone ก็ได้รับเกียรติให้ไปร่วมงานเปิดตัวครั้งนี้ด้วยครับ

DSC08362

การเดินทางของ ZenFone 4 Series มาจากความต้องการของ Asus ที่อยากจะสร้างครอบครัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ ที่จะมารับเทรนด์การใช้งานด้านการถ่ายภาพเนื่องจากมองว่า รูปภาพ เป็นสิ่งที่สามารถสื่อสารและส่งต่อความรู้สึกได้ในวงกว้างมากกว่าคำพูดหรือตัวอักษร

DSC08373

ด้วยโจทย์ที่ว่าทำให้ทุก ZenFone 4 เป็นสมาร์ทโฟนซีรีส์แรกที่มีกล้องคู่ทุกโมเดล และเพื่อให้โปรดักซ์มีความแมสเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้างมากขึ้นทาง Asus ก็ได้เลือก “กง ยู” ดาราดังจากเกาหลีใต้มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับสมาร์ทโฟนซีรีส์นี้

DSC08536

สำหรับ ZenFone 4 Series เองก็ได้มีการแบ่งจุดขายแต่ละรุ่นออกเป็น 3 กลุ่ม ซึ่งประกอบไปด้วย

Pixel Master : เป็นสมาร์ทโฟนที่เน้นเรื่องการถ่ายรูปจึงมาพร้อมกับสเปคไฮไลท์ที่กล้องหลังเลนส์คู่ ที่มีรูปแบบการทำงานของกล้องรองแตกต่างกันไปซึ่งได้แก่รุ่น Asus ZenFone 4 Pro และ Asus ZenFone 4 โดยที่แต่ละตัวจะมีสเปคดังนี้

DSC08758

Asus ZenFone 4 Pro (ZS551KL)

  • หน้าจอ AMOLED ขนาด 5.5 นิ้ว คลุมด้วยกระจก Gorilla Glasses 2.5D ความละเอียด FullHD
  • ชิปเซต Qualcomm Snapdragon 835 ที่มีหน่วยประมวลผล 10nm octa-core ตัว GPU เป็น Adreno 540  ให้ RAM 6GB ความจุตัวเครื่อง 128GB รองรับ MicroSD Card สูงสุดที่ 256GB
  • กล้องหลังเป็นแบบคู่ตัวกล้องหลัก 12 ล้านพิกเซล ใช้เซ็นเซอร์ Sony IMX362 รูรับแสง f/1.7 มี Dual Pixel PDAF ระบบเลเซอร์โฟกัส และระบบโฟกัสแบบติดตามวัตถุ ใช้ระบบกันสั่น IOS แบบ 4 แกน มีเทคโนโลยี SuperPixel เพิ่มประสิทธิภาพของความไวแสงขึ้นอีก 8 เท่า
  • ขณะที่กล้องรองเป็นเลนส์เทเล Optical Zoom 2 เท่า สามารถซูมได้ถึง 10 เท่า ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ใช้เซ็นเซอร์ Sony IMX351 รูรับแสง f/2.6 มีโหมดถ่ายภาพบุคคล (Portrait Mode) ซึ่งจะทำงานเองโดยอัตโนมัติ
  • กล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ใช้เซ็นเซอร์ Sony IMX362 รูรับแสง f/1.9 มี PDAF และเทคโนโลยี SuperPixel
  • แบตเตอรี่ขนาด 3,600mAh
  • รันกับ Android 7.1 (Nougat) คลุมด้วย ZenUI 4.0 การันตีอัพเกรดเป็น Android O

DSC08800

Asus ZenFone 4 (ZE554KL)

DSC08607

  • หน้าจอ IPS+LCD ขนาด 5.5 นิ้ว คลุมด้วยกระจก Gorilla Glasses 2.5D ความละเอียด FullHD
  • มีสเปคชิปเซต Qualcomm Snapdragon 660 Octa-core 2.2GHz ตัว GPU เป็น Adreno 512 ให้ RAM 6GB ความจุตัวเครื่อง 64GB รองรับ MicroSD Card สูงสุดที่ 256GB
  • กล้องหลังเป็นแบบคู่ตัวกล้องหลัก 12 ล้านพิกเซล ใช้เซ็นเซอร์ Sony IMX362 รูรับแสง f/1.8 มีระบบโฟกัส Dual Pixel AF และระบบโฟกัสแบบติดตามวัตถุ ใช้ระบบกันสั่น IOS และ EIS
  • กล้องรองเป็นเลนส์ไวด์ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รับภาพได้กว้างสูงสุด 120 องศา ใช้เซ็นเซอร์ Omnivision 8856 รูรับแสง f/2.2 มีโหมดถ่ายภาพบุคคล (Portrait Mode)
  • กล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ใช้เซ็นเซอร์ Omnivision 8856 รูรับแสง f/2.0
  • แบตเตอรี่ขนาด 3,300mAh
  • รันกับ Android 7.1 (Nougat) คลุมด้วย ZenUI 4.0 การันตีอัพเกรดเป็น Android O

DSC08617

งานดีไซน์บอดี้

ทั้ง ZenFone 4 และ Zenfone 4 Pro มีวัสดุบอดี้ที่ีคล้ายกันคือเป็นกระจกกันรอย 2.5D ประกบ หน้า-หลัง ใช้วัสดุตัวขอบเป็นโลหะ โดยที่รุ่น ZenFone 4 มีขนาดเครื่องบาง 7.5 มม. หนัก 165 กรัม ทำคือ 3 สี ดำ (Midnight Black) , ขาว (Moonlight white) และสีมินท์ (Mint Green)

DSC08633

ขณะที่ ZenFone 4 Pro ขนาดเครื่องบาง 7.6 มม. หนัก 175 กรัม มี 2 สี คือ ดำ (Pure Black) กับ ขาว (Moon white) ซึ่งบอดี้กระจกด้านหลังของรุ่นนี้มีการเล่นแสงน้อยกว่าถ้าเทียบกับตัว ZenFone 4

DSC08785

ด้านข้างฝั่งขวาของตัวเครื่องจะเป็นปุ่ม Power และตัวปรับระดับเสียง ฝั่งขวาเป็นจุดใส่ซิมโดยที่รุ่นนี้รองรับการทำงาน 2 ซิม (4G+3G) ในรูปแบบถาดไฮบริดจ์ โดยที่มีมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ปุ่ม Home ใช้พอร์ทการเชื่อมต่อก็ใช้เป็น USB Type-C มีแจ็คหูฟังและลำโพงหลักของตัวเครื่องวางไว้ที่ด้านล่างของตัวเครื่อง

DSC08603 DSC08600

ความแตกต่างของทั้งสองรุ่นนี้นอกจากงานดีไซน์ที่จะมีจุดแตกต่างกันเล็กน้อยแล้ว ก็ให้ลองสังเกตที่ตัวกล้องหลังครับ ถ้าเป็นรุ่น ZenFone 4 Pro จะมีข้อความ 2X ZOOM สลักเอาไว้ตรงช่องว่างระหว่างกล้องซึ่งตรงนี้แหละจะเป็นจุดบอกความแตกต่างอีกอย่างของทั้งสองรุ่นนี้

DSC08763

ประสิทธิภาพ และการทำงานกล้องคู่

ถึงแม้ว่าทั้งสองรุ่นจะมาจากกลุ่มเดียวกันมีกล้องหลังคู่เหมือนกัน แต่รูปแบบการทำงานที่เป็นจุดขายกลับมีความแตกต่างกันครับ

เริ่มจากฝั่ง ZenFone 4 กันก่อน กล้องคู่ของรุ่นนี้มีความละเอียด 12 + 8 ล้านพิกเซล โดยที่กล้องหลักใช้เซ็นเซอร์ Sony IMX362 มีค่ารูรับแสง f/1.8 ใช้ระบบโฟกัส Dual Pixel AF และระบบโฟกัสแบบติดตามวัตถุ ใช้ระบบกันสั่น IOS และ EIS ขณะที่กล้องรองเป็นเลนส์ไวด์รับภาพได้กว้างสูงสุด 120 องศา ใช้เซ็นเซอร์ Omnivision 8856 รูรับแสง f/2.2 และมีโหมดถ่ายภาพบุคคล (Portrait Mode)

DSC08613

เห็นได้ว่ารุ่น Zenfone 4 จะใช้การเพิ่มเลนส์เข้ามาเพื่อสร้างมุมมองการรับภาพให้มากยิ่งขึ้นโดยที่สามารถสลับการทำงานของเลนส์เพื่อเรียกใช้งานโหมดดังกล่าวได้ง่ายๆเพียงกดที่ไอคอนรูปต้นไม้ใกล้ๆกับปุ่มชัตเตอร์

DSC08655

มาต่อที่ Zenfone 4 Pro มากับกล้อง 12+16 ล้านพิกเซล โดยที่กล้องหลักก็จัดเต็มเทคโนโลยีให้สมกับรุ่น Pro ไม่ว่าจะเป็นเซ็นเซอร์ Sony IMX362 รูรับแสง f/1.7 มี Dual Pixel PDAF ระบบเลเซอร์โฟกัส และระบบโฟกัสแบบติดตามวัตถุ ใช้ระบบกันสั่น IOS แบบ 4 แกน มีเทคโนโลยี SuperPixel เพิ่มประสิทธิภาพของความไวแสงขึ้นอีก 8 เท่า ขณะที่กล้องรองเป็นเลนส์ Optical Zoom 2 เท่า ใช้เซ็นเซอร์ Sony IMX351 รูรับแสง f/2.6

DSC08817 DSC08813

โดยยึดหลักการทำงานใช้ 2 ชิ้นเลนส์ประมวลผลภาพร่วมกันเพื่อให้ได้งามที่คมชัดและมีรายละเอียดและยังสามารถเรียกระยะซูมได้ถึง 10 เท่า ขณะที่การถ่ายในโหมด Portrait ก็ทำได้เนียนตากว่า

DSC08754

สำหรับการเข้ามาทำตลาดในไทยทั้งสองรุ่นจะเข้ามาในช่วง 28 กันยายน ภายในงาน Thailand Mobile Expo 2017 ซึ่งเราก็ต้องลุ้นกันว่าตัว ZenFone 4 Pro จะได้ชิปเซตรุ่นไหนเข้ามาระหว่าง Snapdragon 835 หรือ Snapdragon 630 สนนราคากลางรุ่น Pro อยู่ที่ $599 หรือราว 19,900 บาท ส่วนรุ่นปกติ $399 หรือราว 13,000 บาท

Selfie Master : สมาร์ทโฟนที่ดึงจุดขายมาอยู่ที่กล้องหน้าเลนส์คู่ยกระดับการเซลฟี่ที่จะอยู่แค่ 1-2 คน มาเป็น WeFie ด้วยการเพิ่มเลนส์ไวด์ขยายมุมมองการรับภาพเข้าไป แถมยังเพิ่มประสิทธิภาพการถ่ายในที่แสงน้อย จนเกิดเป็นรุ่น Asus ZenFone 4 Selfie Pro และ Asus ZenFone 4 Selfie ที่มีสเปคดังนี้

DSC08667

Asus ZenFone 4 Selfie Pro (ZD552KL)

  • หน้าจอ AMOLED ขนาด 5.5 นิ้ว คลุมด้วยกระจก Gorilla Glasses 2.5D ความละเอียด FullHD
  • ชิปเซต Qualcomm Snapdragon 625 Octa-core ใช้ GPU Adreno 506 มีทั้งรุ่น RAM 3GB ความจุตัวเครื่อง 64GB และรุ่น RAM 4GB ความจุตัวเครื่อง 64GB รองรับ MicroSD Card สูงสุดที่ 2TB
  • กล้องหลังเป็นเลนส์เดียว 16 ล้านพิกเซล ใช้เซ็นเซอร์ Sony Exmor IMX351 รูรับแสง f/2.2 มีระบบกันสั่น EIS
  • กล้องหน้าใช้เลนส์คู่ ตัวกล้องหลักความละเอียด 24 ล้านพิกเซล (DuoPixel) ใช้เซ็นเซอร์ Sony Exmor RS IMX362 รูรับแสง f/1.8  มีเทคโนโลยี DuoPixel  ที่มีตัวตรวจจับแสง PHOTODIODE ที่ตรวจจับแสงได้มากกว่ารุ่นปกติถึงสองเท่า และเทคโนโลยี SuperPixel Engine ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถถ่ายภาพเซลฟี่ ในที่แสงน้อยได้สว่างมากขึ้นกว่าเดิมถึงสองเท่า
  • กล้องหน้ารองเป็นเลนส์ไวด์ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รับภาพได้กว้างสูงสุด 120 องศา ใช้เซ็นเซอร์ Omnivision 5670 รูรับแสง f/2.2 ซึ่งกล้องหน้าของรุ่นนี้ีรองรับวีดีโอเซลฟี่ระดับ 4K และมีแฟลช Softlight LED
  • แบตเตอรี่ขนาด 3,000mAh
  • รันกับ Android 7.1 (Nougat) คลุมด้วย ZenUI 4.0 การันตีอัพเกรดเป็น Android O

DSC08694

Asus ZenFone 4 Selfie (ZD553KL)

  • หน้าจอ IPS LCD ขนาด 5.5 นิ้ว คลุมด้วยกระจก Gorilla Glasses 2.5D ความละเอียด HD
  • ชิปเซต Qualcomm Snapdragon 430 ใช้ GPU Adreno 505 ใช้ RAM 4GB ความจุตัวเครื่อง 64GB รองรับ MicroSD Card สูงสุดที่ 2TB
  • กล้องหลังเป็นเลนส์เดียว 16 ล้านพิกเซล ใช้เซ็นเซอร์ Omnivision 16880 รูรับแสง f/2.0 มี PDAF
  • กล้องหน้าใช้เลนส์คู่ ตัวกล้องหลักความละเอียด 20 ล้านพิกเซล (DuoPixel) ใช้เซ็นเซอร์ Omnivision 20880 รูรับแสง f/2.0 มีแฟลช Softlight LED และมีแอปพลิเคชั่นสุดพิเศษอย่าง ASUS SelfieMaster ให้ทุกคนสามารถแต่งภาพแบบเรียลไทม์ได้อย่างไม่ติดขัด
  • กล้องหน้ารองเป็นเลนส์ไวด์ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รับภาพได้กว้างสูงสุด 120 องศา ใช้เซ็นเซอร์ Omnivision 8856 รูรับแสง f/2.4
  • แบตเตอรี่ขนาด 3,000mAh
  • รันกับ Android 7.1 (Nougat) คลุมด้วย ZenUI 4.0 การันตีอัพเกรดเป็น Android O

งานดีไซน์บอดี้

ZenFone 4 Selfie Pro มากับงานดีไซน์ Metal Unibody เป็นโลหะทั้งชิ้น ด้านหน้าคลุมด้วยกระจก 2.5D ด้านหลังเป็นโลหะกลึงขอบให้มนแบบไดมอนด์คัตจนได้ขนาดเครื่องที่บาง 6.85 มม. หนัก 147 กรัม วางขาย 3 สี ดำ (Deepsea Black) , ทอง (Sunlight Gold) และสีแดง (Rogue Red)

DSC08687

ด้านข้างฝั่งขวาเป็นปุ่ม Power และตัวปรับระดับเสียง ฝั่งขวาเป็นช่องใส่ซิม โดยที่รองรับการทำงาน 2 ซิม (4G+3G) ในรูปแบบถาดไฮบริดจ์ ขณะที่พอร์ทเชื่อมต่อใช้ Micro-USB และมีช่องเสียบหูฟัง 3.5มม.ด้านล่างเครื่อง

DSC08691

DSC08701

ขณะที่รุ่น ZenFone 4 Selfie ก็ใช้งานออกแบบ Metal Unibody เช่นกันครับ โดยที่มีขนาดเครื่องที่บาง 7.85 มม. หนัก 144 กรัม ทำมา 4 สี ดำ (Deepsea Black) , ทอง (Sunlight Gold) , ชมพู (Rose Pink) และมินท์ (Mint Green)

DSC08717

ส่วนการวางตำแหน่งปุ่มและพอร์ตเหมือนกันรุ่นข้างบนทุกอย่างยกเว้นแค่ ช่องเสียบหูฟัง 3.5มม.ที่มาอยู่ด้านบนของเครื่อง และรองรับการทำงาน 2 ซิม (4G+3G) โดยมีช่องของ MicroSD แยกออกมาต่างหาก ซึ่งทั้งสองรุ่นนี้มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ปุ่ม Home เหมือนกัน

DSC08720 DSC08742 DSC08724

ประสิทธิภาพของกล้องหน้าแบบคู่

หลักการทำงานของกล้องหน้าคู่ทั้งสองรุ่นเรียกว่าไม่ได้แตกต่างกันมาก เพราะเป็นการใส่เลนส์เสริมเข้ามาเพื่อขยายมุมมองการรับภาพเป็น 120 องศา เซลฟี่พร้อมกันเป็นหมู่คณะสบายๆ

DSC08265

ด้านสเปคกล้องหน้าของทั้งสองรุ่นก็มีความแตกต่างอย่างแน่นอน ซึ่งรุ่น ZenFone 4 Selfie Pro นอกจากความละเอียดพิกเซลที่มากกว่าเป็น 24+5 ล้านพิกเซลแล้ว ตัวเซ็นเซอร์ก็ใช้ย่อยโดยที่กล้องหลักใช้ Sony Exmor RS IMX362 รูรับแสง f/1.8  มีเทคโนโลยี DuoPixel  ที่มีตัวตรวจจับแสง PHOTODIODE ที่ตรวจจับแสงได้มากกว่ารุ่นปกติถึงสองเท่า และเทคโนโลยี SuperPixel Engine ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถถ่ายภาพเซลฟี่ ในที่แสงน้อยได้สว่างมากขึ้นกว่าเดิมถึงสองเท่า ส่วนเลนส์รองใช้เซ็นเซอร์ Omnivision 5670 รูรับแสง f/2.2 ด้วยรูรับแสงที่กว้างขนาดนี้เรื่องเซลฟี่ในที่แสงน้อยก็ไร้ปัญหา แถมกล้องหน้าของรุ่นนี้ียังรองรับวีดีโอเซลฟี่ระดับ 4K และมีแฟลช Softlight LED ในตัวด้วย

DSC08704

สำหรับ ZenFone 4 Selfie ใช้กล้องหน้าใช้เลนส์คู่ 20+8 ล้านพิกเซล ตัวกล้องหลักใช้เซ็นเซอร์ Omnivision 20880 รูรับแสง f/2.0 กล้องรองเป็นเลนส์ไวด์ใช้เซ็นเซอร์ Omnivision 8856 รูรับแสง f/2.4  มีแฟลช Softlight LED และมีแอปพลิเคชั่นสุดพิเศษอย่าง ASUS SelfieMaster ให้ทุกคนสามารถแต่งภาพแบบเรียลไทม์ได้อย่างไม่ติดขัด

DSC08735

ด้านการเข้ามาขายในไทย  Zenfone 4 Selfie จะวางขาย 25 สิงหาคมนี้ ราคา  8,990 บาท ขณะที่ Zenfone 4 Selfie Pro วางขาย 12 กันยายน ราคากลาง $379 หรือราว 12,600 บาท ยกเว้นรุ่น ZenFone 4 Selfie Pro สีแดง ที่จะเข้ามาขายแบบจำนวนจำกัดในงาน TME 2017 พร้อมกันกับตัว ZenFone 4 และ ZenFon 4 Pro ครับ

DSC08219

PowerMaster : สมาร์ทโฟนกล้องหลังคู่ที่ตอบโจทย์คนรักการท่องเที่ยวด้วยแบตเตอรี่ที่มีความจุ 5000mAh ซึี่งนอกจากจะทำให้ใช้งานได้นานแล้วยังสามารถเป็นพาวเวอร์แบงค์จ่ายไฟให้กับเครื่องอื่นได้ด้วย โดยในกลุ่มนี้จะมีรุ่น Asus ZenFone 4 Max ที่เปิดตัวไปก่อนหน้านี้ กับ Asus ZenFone 4 Max Pro ที่เอาเครื่องมาโชว์ในงานแต่ไม่ได้พูดถึงรายละเอียดกันบนเวที

DSC08562

Asus ZenFone 4 Max Pro (ZC554KL)

  • หน้าจอ IPS HD ขนาด 5.5 นิ้ว คลุมด้วยกระจก Gorilla Glasses 2.5D
  • มีสองสเปครุ่นชิปเซต Qualcomm Snapdragon 425 ใช้ GPU Adreno 308 จะเป็นโมเดลวางจำหน่ายทั่วโลก สำหรับประเทศอินเดียได้รุ่นที่มี Qualcomm Snapdragon 430 ใช้ GPU Adreno 505  ทั้งสองโมเดลให้ RAM 3GB ความจุตัวเครื่อง 32GB รองรับ MicroSD Card สูงสุดที่ 256GB
  • กล้องหลังเป็นแบบคู่ ตัวกล้องหลัก 16 ล้านพิกเซล ใช้เซ็นเซอร์ Ominivison 16880 รูรับแสง f/2.0 มี Dual Pixel PDAF มีกันสั่น EIS
  • ขณะที่กล้องรองเป็นเลนส์ไวด์ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ใช้เซ็นเซอร์  Ominivison 5675 รูรับแสง f/2.2 ให้มุมมองรับภาพ 120 องศา
  • กล้องหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ใช้เซ็นเซอร์ Ominivison 16880 รูรับแสง f/2.0
  • รองรับการทำงาน 2 ซิม (4G+3G) โดยมีช่องของ MicroSD แยกออกมาต่างหาก
  • แบตเตอรี่ขนาด 5,000mAh
  • รันกับ Android 7.1 (Nougat) คลุมด้วย ZenUI 3.0 การันตีอัพเกรดเป็น Android O

DSC08589

งานดีไซน์บอดี้

สำหรับรุ่นนี้มากับตัวเครื่องเป็นเมทัลลิกดีไซน์ คลุมด้านหน้าด้วยกระจก 2.5D ขนาดเครื่องบาง 8.9 มม. หนัก 181 กรัม และมีขาย 3 สี ประกอบด้วย ดำ (Deepsea Black) , ทอง (Sunlight Gold) กับ ชมพู (Rose Pink)

DSC08567

สำหรับรุ่นนี้มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ปุ่ม Home ใต้หน้าจอขณะที่การวางตำแหน่งปุ่มต่างๆไม่แตกต่างจากรุ่นอื่นๆในซีรีส์นี้ โดยที่ใช้พอร์ตเชื่อมต่อแบบ Micro-USB และมีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. ด้านบนเครื่อง

DSC08569 DSC08571 DSC08575 DSC08577

ประสิทธิภาพการทำงานและกล้องหลังคู่

อันที่จริงหลักการทำงานกล้องหลังคู่ของรุ่นนี้ก็ไม่ได้แตกต่างจากตัว ZenFone 4 สักเท่าไรครับ โดยใช้กล้องความละเอียด 16+5 ล้านพิกเซล กล้องหลักใช้เซ็นเซอร์ Ominivison 16880 รูรับแสง f/2.0 มี Dual Pixel PDAF มีกันสั่น EIS ขณะที่กล้องรองเป็นเลนส์ไวด์รับภาพได้กว้าง 120 องศา ใช้เซ็นเซอร์  Ominivison 5675 รูรับแสง f/2.2

DSC08583 DSC08584

สิ่งที่น่าจะเป็นไฮไลท์จริงๆของรุ่นนี้ต้องยกให้ประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ความจุ 5,000 mAh ที่ไม่ได้มีแค่ใหญ่แต่ยังวางระบบจัดการพลังงานไว้อย่างดี จนทำให้สามารถใช้งานรับชมวีดีโอต่อเนื่องได้อย่างยาวนาน 22 ชั่วโมง คุยโทรศัพท์ 3G ต่อเนื่องได้นาน 40 ชั่วโมง และปล่อยสแตนด์บายในได้นาน 46 วัน

DSC08597

การเข้ามาในไทยของรุ่นนี้จะมาพร้อม  Zenfone 4 Selfie คือวางจำหน่าย 25 สิงหาคมนี้ สนนราคาที่ 7,990 บาทครับ

DSC08645

ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่เราพอจะบอกได้เกี่ยวกับสมาร์ทโฟน Asus ZenFone 4 Series ทั้ง 5 รุ่น ภายใต้ระยะเวลาในการสัมผัสที่จำกัด ซึ่งถ้าได้เครื่องมาทดลองใช้งานกันจริงเมื่อไร ทาง MxPhone จะนำมารีวิวกันอย่างละเอียดอีกทีครับ