[Review] Xiaomi Redmi Note 4 สมาร์ทโฟนจอ 5.5″ แบตฯเบิ้ม ราคาน่ารัก

DSC09808ในที่สุดก็เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยอย่างเป็นทางการซักทีกับแบรนด์มาแรงของจีนอย่าง Xiaomi ที่มารอบนี้มาพร้อมพันธมิตรรายใหม่อย่าง วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) โดยส่งเข้ามา 2 รุ่นได้แก่ Xiaomi Mi6 กับรุ่นที่เรากำลังจะเอามารีวิวกันในครั้งนี้ Xiaomi Redmi Note 4 

DSC09766

สเปค Xiaomi Redmi Note 4

  • หน้าจอ 5.5 นิ้วความละเอียด FullHD (1920×1080 พิกเซล)
  • ชิป Snapdragon 625 ประมวลผล Octa-core 2.0 GHz Cortex-A53 ใช้ GPU Adreno 506
  • มีทั้งสเปค RAM (LPDDR3) ขนาด 3GB ความจุตัวเครื่อง 32GB และ รุ่น RAM (LPDDR3) ขนาด 4GB ใช้ความจุตัวเครื่อง 64GB (eMMC 5.0 Flash)
  • รองรับการทำงานสองซิมเชื่อมต่อสัญญาน 4G แบบไฮบริดจ์ ใส่หน่วยความจำเสริมด้วย MicroSD card สูงสุดที่ 128GB
  • กล้องหลัง 13 ล้านพิกเซล ใช้เซ็นเซอร์ CMOS ที่ขจัดสิ่งรบกวนด้วยเซ็นเซอร์แบบ BSI และมีโฟกัส PDAF
  • กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล มีโหมด Smart Pro Beautify
  • มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือหลังเครื่อง ใช้พอร์ต Micro USB 2.0
  • รองรับการเชื่อมต่อ LTE และเทคโนโลยี VoLTE
  • สนับสนุนเครือข่าย
  • เทคโนโลยีการรับ/ส่งข้อมูล
    • 2G: EDGE/GPRS
    • 3G: HSDPA , HSUPA
    • 4G: LTE DL , LTE UL
  • สนับสนุนสัญญาน Wi-Fi 802.11 a/b/g/n ,Infrared (IrDA) และ Bluetooth 4.2
  • แบตเตอรี่ถอดไม่ได้ 4,100mAh
  • รันกับ Android 7.0 Nougat คลุมด้วย MIUI 8
  • มีให้เลือก สีดำ /เทาเข้ม/ทอง
  • ราคา 6,790 บาท

แพ็คเกจของ Xiaomi Redmi Note 4 มาแบบขาวๆ คลีนๆ มีเลข “4” สีขาวอยู่ด้านหน้า ซึ่งเครื่องที่ได้มาเป็นโมเดล Global Version สำหรับวางขายทั่วโลก เปิดมาข้างในนอกจากตัวเครื่อง Redmi Note 4 แล้วก็มี

DSC09765

  • สาย USB 2.0
  • อะแดปเตอร์ที่รองรับ QC 2.0/3.0
  • เข็มจิ้มถาดรองซิม (SIM tool)
  • ใบคู่มือการใช้งาน

DSC09800

งานออกแบบของ Redmi Note 4 ยังคงเป็นแบบฉบับของแบรนด์ ตัวงานดีไซน์เป็นแบบ Unibody ใช้วัสดุที่เป็นอลูมิเนียมคุณภาพสูงเกลาขอบให้โค้งมนรับกับอุ้งมือ พื้นที่ด้านหน้าของเครื่องคลุมด้วยกระจกขอบโค้ง 2.5D โดยที่รุ่นนี้มีสัดส่วน 151 x 76 x 8.5 มม. หนัก 165 กรัม

DSC09792

ด้านหน้าเครื่องตั้งแต่ขอบบนลงมามีลำโพงสนทนาพร้อมกล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล ถัดลงมาเป็นจอแสดงผล IPS-LCD 24-bit ขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียด 1920×1080 พิกเซล กินสัดส่วนพื้นที่ด้านหน้าของเครื่องไป 72.7% ขณะที่ปุ่มกดใต้หน้าจอเป็นแบบ Capacitive ประกอบด้วย Menu ,Home และ Back (Recent Apps) ซึ่งจะมีไฟติดขึ้นมาเมื่อมีการใช้งาน

DSC09779

DSC09778

ด้านหลังจะมีลายเส้นเสาสัญญาณพาดบน-ล่าง ตรงกลางเครื่องเป็นกล้องหลักความละเอียด 13 ล้านพิกเซล ติดแฟลช Dual-LED (Dual tone) อยู่ด้านล่าง ถัดลงมาเป็นเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือทรงกลม บริเวณด้านล่างเป็นโลโก้ “MI”

DSC09784

ผลิกดูรอบๆเครื่องไล่จากด้านบนจะเป็นช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. จุดเซ็นเซอร์ IR Blaster สำหรับใช้มือถือแทนรีโมทในการสั่งงานอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ผ่านแอปฯ “Mi Remote” ที่ติดมาในเครื่องครับ

DSC09770

Screenshot_2017-09-16-20-08-30-319_com.duokan.phone-horz

ด้านซ้ายของเครื่องเป็นช่องเก็บถาดใส่ซิม สำหรับ Redmi Note 4 ใช้เป็นไฮบริดจ์สล็อต โดยที่ช่องหนึ่งจะใส่ได้เฉพาะ NanoSIM ขณะที่อีกช่องก็เลือกได้ว่าจะเพิ่ม SIM เข้าไปหรือจะใส่ MicroSD Card เสริมความจุได้สูงสุด 128GB

DSC09775 DSC09799

สำหรับฝั่งขวาจะเป็นปุ่มปรับระดับเสียง กับปุ่ม Power ส่วนด้านล่างจะเป็นจุดเชื่อมต่อพอร์ต Micro USB ซึ่งเป็นพอร์ตแบบมาตรฐานที่ยังคงหาสายมาเสียบได้ง่ายๆ แม้ว่าหลายๆรุ่นจะย้ายไปใช้ USB-C กันแล้ว ขณะที่ตัวช่องลำโพงแบบ Mono จะอยู่ด้านขวา มีตัวไมโครโฟนที่มาพร้อมเทคโนโลยีตัดเสียงรบกวน (Active noise cancellation) อยู่ด้านซ้าย

DSC09797

ด้านการใช้งานเครื่องที่ได้มาเป็นรุ่นท็อป RAM 4GB กับความจุตัวเครื่อง 64GB ครับ ภายใน Xiaomi Redmi Note 4 ทุกรุ่นจะใช้ชิปเซตระดับกลาง Octa-Core Qualcomm Snapdragon 625 ความเร็ว 2.0 GHz ที่ผลิตบนสถาปัตยกรรมแบบ 14 นาโนเมตร FinFET ตัวประมวลผลกราฟฟิกเป็น Adreno 506

Screenshot_2017-09-17-20-30-29-474_com.antutu-horz

หลังจากที่เอามาเปิดเล่นเกมอย่าง Asphalt 8 หรือ Final Fantasy: Awakening โดยเปิดการตั้งค่ากราฟฟิกแบบสูงสุดก็ไม่พบว่าจะมีอาการสะดุดแต่อย่างใดครับ ในส่วนการทดสอบ Benchmark ของ AnTuTu อยู่ที่ราว 63,591 คะแนน ขณะที่ตัวแบตเตอรี่ของรุ่นนี้ก็จัดเต็ม 4,100mAh มีเทคโนโลยี Quick Charge ใช้งานแบบปกติอย่างการเล่นโซเชียล ,ดูวีดีโอ ,ฟังเพลง หรือเล่นเกม ในหนึ่งวันสบายๆ ถือว่าเป็นหนึ่งในจุดขายของรุ่นนี้ก็ว่าได้

Screenshot_2017-09-16-20-53-18-479_com.glbenchmark-horz

DSC09822 DSC09840

ด้านการแสดงผลผ่านหน้าจอ IPS LCD ไซส์ 5.5 นิ้ว ก็ถือว่าคมชัดจัดเต็มตามความละเอียดสูงสุดที่ทำได้ ไม่ติดอมเหลือง โดยที่มีค่า PPI (Pixel Per Inch) อยู่ที่ 401PPI ใครที่ชอบดูวีดีโอทั้งบน YouTube หรือบนแพลตฟอร์ม Streaming ต่างๆจะไม่ผิดหวังกับ Redmi Note 4 แน่นอน

DSC09845 DSC09849

ระบบปฏิบัติการณ์ที่ติดมากับ Redmi Note 4 เป็น Android 7.0 Nougat คลุมด้วย MIUI 8 ที่เป็นของแบรนด์ Xiaomi เอง ซึ่งหน้าตาก็เรียบง่ายมีแอปฯพื้นฐานของ Xiaomi ติดตั้งมาให้เสร็จสรรพ โดยที่มีฟีเจอร์ไฮไลท์อย่าง “Dual apps” ที่ช่วยให้เราสามารถเข้าใช้งานแอปฯอย่าง Facebook หรือ LINE ได้ 2 บัญชีในเครื่องเดียว

Screenshot_2017-09-14-18-59-52-717_com.android-horz

วิธีใช้งานก็ไม่ยากเข้าไปที่หน้า Setting เลือก Dual apps แล้วกดติ๊กเลือกแอปฯที่ต้องการจากนั้นระบบก็จะโคลนนิ่งแอปฯที่เราเลือกออกมาอีกตัว ซึ่งเราสามารถเข้าใช้งานอีกบัญชีได้จากแแอปฯที่ถูกโคลนขึ้นมาครับ

Screenshot_2017-09-14-21-37-48-868_com.miui-horz

นอกจากนี้ยังมี Second Space อีกหนึ่งฟีเจอร์เทพที่ตัวนี้จะแยกกันชัดเจนกว่า Dual apps เพราะมันจะทำให้เราเหมือนมีสมาร์ทโฟนสองเครื่องอยู่ในเครื่องเดียว โดยมีการสแกนลายนิ้วมือที่เป็นประตูรักษาความปลอดภัยในการสลับไปมา

DSC09828

DSC09856

มาดูความสามารถด้านการถ่ายภาพกันบ้างกล้องหลังของ Xiaomi Redmi Note 4 มากับความละเอียด 13 ล้านพิกเซล มีค่ารูรับแสงกว้างสูงสุด f/2.0 มาพร้อมไฟแฟลชทูโทน ใช้ระบบโฟกัส PDAF ( Phase Detection Autofocus) ตัวเซ็นเซอร์เป็น CMOS รุ่นใหม่

DSC09857

โหมดการถ่ายภาพที่ติดมาให้ก็มีครบไม่ว่าจะเป็น Panorama / Timer /Audio /Manual /Straighten /Beautify /HHT ( Handheld Twilight ) /Scene / Tilt-shift โดยที่ตัวโหมด Manual ก็มีให้ปรับแต่ง White balance กับตัว ISO โดยดันได้ตั้งแต่ 100-3200 ถ้าเลือกไม่ถูกอยากได้ไวๆก็มีโหมด Scene ให้เลือกใช้ได้ตามสถานการณ์

DSC09861 DSC09862 DSC09866

ขณะที่การอัดวีดีโอความละเอียดอยู่ที่ FHD 1080p@30fps กับ 720p@120fps มีให้เล่นทั้งการอัดแบบ Time-Lapse และ Slow-motion

DSC09882

ส่วนตัวคิดว่าเรื่องการถ่ายภาพของ Xiaomi Redmi Note 4 ไม่มีอะไรให้หวือหวา การปรับแต่งยังทำได้น้อย แถมคุณภาพก็ตกอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเจอสภาพแสงในที่ร่มเข้าไป แต่ก็ยังมีสิ่งที่พอจะชมได้บ้างคือระบบตรวจจับใบหน้าที่อยู่ในเกณฑ์ฉับไวดีครับ

IMG_20170916_104127_HDR IMG_20170916_111713_HDR

มาดูที่กล้องหน้ากันบ้างความละเอียดอยู่ที่ 5 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้างสูงสุดที่ f/2.0 รองรับการบันทึกวีดีโอความละเอียดสูงสุด 1080p มีโหมด Smart Pro Beautify แต่เอาเข้าจริงๆก็ปรับระดับได้เพียงแค่ความเรียวและความเนียนของใบหน้าเท่านั้น

Screenshot_2017-09-16-14-53-30-874_lockscreen-horz

หากมองข้ามเรื่องการถ่ายภาพไป รวมๆแล้ว Xiaomi Redmi Note 4 ถือเป็นสมาร์ทโฟนในระดับราคาต่ำกว่าหมื่นบาทที่น่าคบหาอีกตัวหนึ่งเลยครับ ด้วยคุณสมบัติเด่นๆจากเรื่องหน้าจอและแบตเตอรี่ ราคาเปิดตัวก็อยู่ที่ 6,790 บาทเท่านั้น ใครที่สนใจสามารถหาซื้อได้แล้วทั้งทางช่องทางออนไลน์อย่าง Lazada และร้านค้าไอทีชั้นนำทั่วไปครับ

DSC09804

ภาพตัวอย่างจากกล้องของ Xiaomi Redmi Note 4

IMG_20170916_113449 IMG_20170916_114003 IMG_20170916_120227_HDR IMG_20170916_120501_HDR IMG_20170916_122244_HDR IMG_20170916_122259_HDR IMG_20170916_122731_HDR IMG_20170916_123231 IMG_20170916_124755_HDR IMG_20170916_130004_HDR IMG_20170916_130155_HDR IMG_20170916_133425_HDR IMG_20170916_133742_HDR IMG_20170916_134125_HDR IMG_20170916_140158_HDR IMG_20170916_145809_HDR PANO_20170916_133638