สำนักงาน กสทช. ชี้แจงการประมูลคลื่นความถี่ IMT ย่าน 2.1 GHz

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) กล่าวว่า คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (บอร์ด กทค.) ครั้งที่ 38/2555 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 18 ตุลาคม 2555 มีมติเห็นชอบผลการประมูลใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมเคลื่อนที่สากล (International Mobile Telecommunications – IMT) ย่าน 2.1 GHz ตามผลดังนี้ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด เสนอราคาเป็นเงิน 14,625 ล้านบาท ได้เลือกย่านความถี่ชุดที่ 7-9 (1950 MHz -1965 MHz และ 2140 MHz – 2155 MHz) บริษัท เรียล  ฟิวเจอร์ จำกัด เสนอราคาเป็นเงิน 13,500 ล้านบาท เลือกย่านความถี่ชุดที่ 4-6 (1935 MHz – 1950 MHz และ 2125 MHz – 2140 MHz) บริษัท ดีแทค เนทเวอร์ค จำกัด เสนอราคาเป็นเงิน 13,500 ล้านบาท เลือกย่านความถี่ชุดที่ 1-3 (1920 MHz – 1935 MHz และ 2110 MHz – 2125 MHz) และให้สำนักงานดำเนินการตามที่กำหนดในประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมเคลื่อนที่สากล (International Mobile Telecommunications – IMT) ย่าน 2.1 GHz พ.ศ. 2555 นั้น

วันนี้ (19 ตุลาคม 2555) ผู้ประมูลทั้งสามรายได้แจ้งว่า จะมาขอรับหนังสือแจ้งผลการประมูลจากสำนักงาน กสทช. ในวันนี้ เมื่อรับหนังสือดังกล่าวแล้วบริษัทจะต้องดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปโดยการนำเงินจำนวนร้อยละห้าสิบของการประมูลรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 22,269.375 ล้านบาทชำระให้สำนักงาน กสทช. ดำเนินการต่อไปภายใน 90 วัน เมื่อได้รับเงินแล้วสำนักงาน กสทช. จะนำส่งกระทรวงการคลังเป็นรายได้แผ่นดินทันที  ส่วนบริษัทใดจะชำระเมื่อใดเป็นเรื่องความพร้อมของแต่ละรายซึ่งเมื่อสำนักงาน กสทช. ได้รับเงินดังกล่าวแล้ว ก็จะดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดต่อไป

นายฐากร กล่าวต่อว่า การที่มีการเสนอข่าวทางสื่อมวลชนว่า การประมูลดังกล่าวมีราคาต่ำกว่าความจริง ไม่ดำเนินการตามระเบียบว่าด้วยการเสนอราคาทางอีเล็คทรอนิคส์ (E-Auction) ของรัฐ อาจมีการฮั้วการประมูล นั้น  ขอเรียนว่า

กสทช. เป็นองค์กรของรัฐที่เป็นอิสระตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550  โดยความในมาตรา 47 ซึ่งบัญญัติให้ คลื่นความถี่ที่ใช้ในการส่งวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และโทรคมนาคม เป็นทรัพยากรสื่อสารของชาติเพื่อประโยชน์สาธารณะให้มีองค์กรของรัฐที่เป็นอิสระองค์กรหนึ่งทำหน้าที่จัดสรรคลื่นความถี่ตามวรรคหนึ่ง และกำกับการประกอบกิจการ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ  และดำเนินการดังกล่าวต้องคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของประชาชนในระดับชาติและระดับท้องถิ่น ทั้งในด้านการศึกษา วัฒนธรรม ความมั่นคงของรัฐ ประโยชน์สาธารณะอื่น และการแข่งขันโดยเสรีอย่างเป็นธรรม และพระราบบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ ฯ พ.ศ. 2553 มาตรา ได้บัญญัติให้ ผู้ใดประสงค์จะใช้คลื่นความถี่เพื่อกิจการโทรคมนาคมต้องได้รับใบอนุญาต ซึ่งต้องดำเนินการโดยวิธีการประมูลคลื่นความถี่ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ ระยะเวลาและเงื่อนไขที่ กสทช. ประกาศกำหนด และเงินที่ได้จากการประมูลเมื่อหักค่าใช้จ่ายแล้วให้ส่งเข้าเป็นรายได้แผ่นดิน   กสทช. จึงเป็นองค์กรของรัฐที่เป็นอิสระ ไม่ได้อยู่ภายใต้การบังคับของรัฐ และต้องดำเนินการการจัดสรรคลื่นความถี่ตามที่กฎหมายบัญญัติให้อำนาจไว้โดยเฉพาะเพื่อประโยชน์สาธารณะ ทั้งนี้ต้องคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของประชาชนในระดับชาติและระดับท้องถิ่น ทั้งในด้านการศึกษา วัฒนธรรม ความมั่นคงของรัฐ ประโยชน์สาธารณะอื่น และการแข่งขันโดยเสรีอย่างเป็นธรรม ดังนั้น การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการประมูลคลื่นความถี่ กสทช.จึงได้กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการภายใต้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา 47 และพระราชบัญญัติองค์จัดสรรคลื่นความถี่ ฯ มาตรา 45 ดังกล่าว ซึ่งมิได้มีวัตถุประสงค์จะหารายได้เข้ารัฐเพียงประการเดียว แต่ได้กำหนดหลักเกณฑ์โดยคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนที่จะได้รับจากการใช้คลื่นความถี่เป็นหลักควบคู่กับประโยชน์ที่รัฐจะได้รับในจุดที่มีความสมดุล สำหรับวิธีการประมูลจึงได้กำหนดขั้นตอนและกระบวนการดำเนินการเป็นพิเศษโดยเฉพาะไม่ได้ดำเนินการตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการพัสดุ ซึ่งมีเจตนารมณ์ที่แตกต่างกัน โดยการดำเนินการนี้สอดคล้องกับระบบสากลที่เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป

เมื่อการประมูลนี้ได้ดำเนินการไปถูกต้องตามบทบัญญัติของกฎหมาย และหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดแล้ว จึงเป็นข้อยุติ และจะต้องดำเนินการต่อไป  วันนี้ สำนักงาน กสทช. ได้คุ้มครองผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนแล้ว โดยได้วงเงินจากการประมูลครั้งนี้จำนวน 41,625 ล้านบาท  และในขั้นต่อไปจะเป็นการคุ้มครองประโยชน์ของประชาชน โดยสำนักงาน กสทช. ได้ปรึกษา ประธาน กทค. และ กทค. แล้ว  ว่าจะดำเนินการลดอัตราค่าบริการค่าโทรศัพท์เคลื่อนที่ประเภทเสียงและข้อมูลลงตามที่สำนักงาน กสทช. ได้ศึกษาข้อมูลและแนวทางดำเนินการไว้แล้ว ซึ่งจะได้นำเสนอ กทค. เพื่อประกาศกำหนดโดยเร็วต่อไป