Editor Letter : Exynos VS Snapdargon

Exynos5Octa-VS-Snapdragon-In-Galaxy-S4[1]

หนึ่งในประเด็นร้อนแรงบนอินเทอร์เน็ทเกี่ยวกับค่ายมือถือจากเกาหลีในตอนนี้ก็คงเป็นเรื่องการที่มีการแยกหน่วยประมวลผลเป็นสองชุด ชุดแรกใช้ Snapdragon 800 ตัวแรงสุดๆ ส่วนอีกตัวใช้ Exynos 5420 ซึ่งเป็นหน่วยประมวลผลตัวใหม่ รองรับการทำงานแบบ HMP (ใช้หน่วยประมวลผลคู่ขนานกันไปพร้อมกัน) ซึ่งตอนนี้ก็ดราม่ากันไปอย่างสนุกสนาน โดยที่แต่ละคนก็อ้างเอาความชอบธรรมเข้าข่มกันอย่างสนุกสนาน

สองรุ่นนี้แตกต่างกันอย่างไร

Qualcomm-snapdragon-800-6351[1]

Snapdragon นั้นเป็นชิปเซ็ตประมวลผลจาก Qualcomm ซึ่งปีนี้มาแรงมาก (เนื่องจากทุกค่ายเข็ดกับการใช้ Tegra แล้ว ร้อนและประสิทธิภาพไม่คุ้มกับพลังงานที่ใช้) รวมไปถึงประสิทธิภาพก็สูงมากเช่นกัน นอกจากนี้ Qualcomm ยังเป็นบริษัทที่มีนวัตกรรมมากมาย ในโทรศัพท์ที่ใช้ชิปจาก Qualcomm นั้นบางทีอาจจะมีชิป หรือหน่วยประมวลผล และเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ไม่ได้บอกเราว่าอยู่ในนั้นก็ได้ อย่างเช่น QuickCharge ที่กว่าจะเปิดตัวก็ไปอยู่ในสมาร์ทโฟนรุ่นที่ขายแล้ว หรือ EnnvelopTracker ที่ใช้บีบขยายคลื่นสัญญาณ 4G เพื่อให้เกิดการประหยัดไฟสูงสุด แน่นอนว่าชิปของ Qualcomm Snapdragon นั้นมีมูลค่ามาก (เทคโนโลยีเยอะ ใช้งานได้หลายอย่าง) ทำให้ราคาชิปต่อหน่วยแพงขึ้นกว่าชิปประมวลผลอื่นๆ ตามไปด้วย

exynos-5-octa1_1020_large_verge_medium_landscape[1]

Exynos เป็นชิปที่ Samsung พัฒนาและออกแบบเอง (โดยซื้อลิขสิทธิ์มาจาก ARM แล้วพัฒนาต่อ ตามแนวทางเดียวกันกับ ARM ส่วน Snapdragon นั้น Qualcomm ซื้อมาแล้วพัฒนาใหม่หมด) โดยรุ่นที่ 5 นี้จะใช้รหัสว่า Exynos 54xx (รุ่นแรกคือ 5410 อยู่ใน Galaxy S4, รุ่น 5420 จะอยู่ใน Galaxy Note 3) สำหรับเทคโนโลยีด้านหลังอาจจะไม่หวือหวาเยอะเท่ากับ Snapdragon แต่ก็มีประสิทธิภาพสูง ข้อดีที่เหนือกว่า Snapdragon 800 แน่ๆ ก็คือประหยัดไฟกว่า เนื่องจากมีหน่วยประมวลผลหลัก 2 ชุดด้วยกัน (ชุดแรกเป็น Cortex A15 จำนวน 4 คอร์ และชุดที่สองเป็น Cortex A7 จำนวน 4 คอร์) งานที่ใช้การประมวลผลน้อยก็จะสลับไปให้ A7 ทำงานแทน ลดโหลดภาระไปโดยปริยาย

galaxy-s4-exynos-and-snapdragon-processor[1]

Snapdragon และ Exynos รองรับ 4G หรือไม่?

เรื่องนี้เป็นประเด็นร้อนพอสมควร ถ้าจะตอบก็คงต้องไล่กันยาว แต่ถ้าเอาสั้นๆ ก็คือทั้งสองชิปรองรับ 4G ทั้งคู่ (อย่าเพิ่งตกใจ) แต่การรองรับ 4G นั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เหมือนกับยุค 3G นัก เนื่องจากว่าในยุค 3G เรากำหนดให้ความถี่ 2.1GHz ที่ส่วนใหญ่บนโลกไม่มีใครใช้เป็นความถี่มาตรฐาน ทำให้การพัฒนาชิปรองรับ 3G นั้นหลักๆ ต้องรองรับ 2.1GHz ก็พอแล้ว ส่วนจะรองรับความถี่อื่นอย่าง 850/900/1700/1800/1900 Mhz หรือไม่นั้นก็ตามแต่ความต้องการของค่ายโทรศัพท์ที่ถือสิทธิ์ความถี่นั้นๆ อยู่นั่นเอง

แต่กาลเวลาผ่านไป มนุษย์เราพบว่าความถี่มีประโยชน์มากมาย (3G ถูกให้บริการมาตั้งแต่ปี 2000 หรือ 13 ปีมาแล้ว) เราก็เริ่มนำความถี่ที่ว่างมาจัดสรรให้เกิดประโยชน์ บางความถี่ก็ถูกล็อกเอาไว้ เช่นความถี่ช่วงตั้งแต่ต่ำกว่า 100 ไปจนถึง 700 Mhz ที่เราใช้เป็นสัญญาณทีวีอนาล็อก (สำหรับใครที่อยากรู้ว่าความถี่ไหนวิ่งไปสัญญาณช่องไหนบ้าง เทคโนโลยี VHF, UHF ใช้ความถี่ไหนบ้างดูได้ ที่นี่ สรุปสั้นๆ ให้ว่า VHF วิ่งที่ราวๆ 80 – 210 Mhz ส่วน UHF จะแยกแบนด์ความถี่ตั้งแต่ 400 – 900Mhz) รวมไปถึงการให้สัมปทานความถี่ที่ยังว่างอยู่แก่ผู้ให้บริการในประเทศ และด้วยความแตกต่างกัน (บางความถี่จองให้ใช้ทางการทหาร และส่วนใหญ่แต่ละประเทศจะพยายามใช้ให้ไม่ตรงกัน เพื่อที่จะป้องกันการดักฟัง)  แปลว่าจากโลกยุคเดิมที่ความถี่โล่งๆ นั้นก็เริ่มถูกจองไปแล้ว

สัญญาณ 4G LTE (ต้องระบุด้วยว่าเป็น LTE เนื่องจากเรียก 4G ตรงๆ ไม่ได้ เพราะความเร็วไม่ถึงระดับ 4G จริงๆ) นั้นก็มีหลายย่านความถี่ เป็นไปตามแต่ละประเทศจะมีช่องสัญญาณเหลือ หรือบางประเทศ (อย่างเช่นไทย) ก็นำความถี่ปัจจุบันไปแปลงเป็น LTE แทน หรือพูดง่ายๆ ก็คือว่าถ้าเราซื้อโทรศัพท์รองรับ 4G จากประเทศอื่นมา ก็ไม่แน่ว่าจะใช้ในประเทศไทยได้เสมอไป (ข้อมูลเรื่องสัญญาณความถี่ 4G LTE) จนทุกวันนี้ก็ยังไม่มีความถี่มาตรฐาน เนื่องจากวงการความถี่ในโลกนั้นยุ่งเหยิงไปหมดแล้ว ถ้าเกิดวันหนึ่ง ITU ประกาศว่าความถี่ 700MHz เป็นมาตรฐานขึ้นมา ประเทศไทยก็จะใช้ไม่ได้เพราะยังคงเก็บเป็นสัญญาณสำหรับทีวีอนาล็อก หรือถ้าประกาศความถี่ xxx GHz ซึ่งไปตรงกับสัญญาณทางการทหารของบางประเทศ (อ่านเรื่องการจัดการสัญญาณความถี่ด้านการทหารที่นี่) ก็จะกลายเป็นว่าประเทศนั้นๆ ไม่ได้ใช้เสียอีก ทำให้ทุกวันนี้มาตรฐาน 4G LTE ยังไม่มีความถี่มาตรฐานหลัก

ที่สำคัญคือ 4G LTE โฟกัสไปในเรื่องของข้อมูล (Data) มองทุกอย่างเป็นข้อมูลไปหมด ทำให้ 4G ไม่สามารถโทรศัพท์ได้ (Voice) การจะคุยโทรศัพท์นั้นยังต้องสลับโหมดการเชื่อมต่อกลับไปยัง 2G/3G อยู่ (ปัจจุบัน VoLTE ยังไม่สมบูรณ์นัก ยังคงมีการพยายามพัฒนาให้ใช้งานได้ดีขึ้นตลอดเวลา แต่ก็ยังไม่สามารถนำไปอิมพลีเมนต์ใช้จริงในวงกว้างได้)

นอกเรื่องไปไกล กลับมาเรื่องชิปทั้งคู่รองรับ 4G LTE หรือไม่ คำตอบก็คือรองรับ แต่รองรับย่านไหนบ้าง? เรื่องนี้ Snapdragon ดูจะเป็นฝ่ายได้เปรียบ เพราะ Qualcomm พัฒนามายาวนาน แถมมีความสามารถมาตั้งแต่ยุคก่อนๆ ในเรื่องของเครือข่ายไร้สาย (ส่วนหน่วยประมวลผลแรงๆ การ์ดจอเทพๆ นี่ของแถม) ทำให้ตัวชิปของ Snapdragon รองรับความถี่เยอะคลื่นกว่า ในขณะที่ Exynos จะรองรับ 4G ในบางสัญญาณ ทำให้ใช้ได้เฉพาะในบางประเทศเท่านั้น

4GLTE-truemove[1]

บ้านเรามี 4G LTE ที่ไหนบ้าง?

ตอนนี้ผู้ให้บริการ 4G LTE ในประเทศไทยมีรายเดียวคือ TrueMove H ปัจจุบันมีให้บริการเฉพาะ จุดสำคัญใจกลางกรุงเทพ เท่านั้น และจะเปิดอีก 13 จุดในปริมณฑลภายในสิ้นปี 2556 (ในกรุงเทพช่วงนี้ได้แก่ สยามสแควร์ สีลม สาทร และจะขยายเพิ่มอีก)

att_4g_lte[1]

ใครจะใช้ 4G LTE ในตอนนี้?

คำถามนี้ตอบยากมาก เพราะอินเทอร์เน็ทนั้นทุกคนก็คงทราบดีว่า “ยิ่งเร็วยิ่งดี” แต่ขณะเดียวกัน การเชื่อมต่อผ่าน 3G/4G จะมีแบนด์วิธที่เราใช้ได้จำกัด (แล้วแต่เงินที่จ่าย) ถ้าเกินจุดนั้นไปก็จะถูกบีบความเร็วลงมา บางค่ายก็เหลือ 64 kbps, บางค่ายก็ 256 kbps

ผู้ที่ใช้ 4G LTE ในพื้นที่สีลม สาทร อาจจะมีน้อยมาก เนื่องจากพื้นที่สองจุดนี้เป็นออฟฟิศ หรือไม่ก็ย่านที่อยู่อาศัย ซึ่งเหตุผลเรื่องเครือข่ายไม่ได้ให้เราใช้ Unlimited Full Speed ตลอด (มี FUP เหมือนประเทศอื่น) ทำให้ส่วนใหญ่แล้วเมื่อเราเข้าออฟฟิศ หรือกลับเข้าบ้านก็จะต่อกับ WiFi เสียมากกว่า อ้าว แล้ว 4G LTE ล่ะ? ก็ใช้ตอนกำลังเข้าบ้านไง

สำหรับพื้นที่อื่นอย่างเช่นสยามสแควร์ก็อาจจะมีความแตกต่างกันบ้าง แต่โดยรวมแล้วผู้ที่อยู่ย่านนั้นตลอดเวลา เช่นคนทำงาน หรือผู้อยู่อาศัยก็จะเชื่อมต่อกับ WiFi เสียมากกว่า โดยเฉพาะเมื่อเข้าที่ทำงานหรือบ้าน และเมื่อมองว่า 4G LTE นั้นเป็นความถี่ 2.1 GHz ก็ต้องยอมรับว่าคนที่เข้าถึงและใช้งานคงจะน้อยลงไปอีก (เมื่อถึงวันหนึ่งที่แพร่หลายกว่านี้ก็จะเพิ่มขึ้นเอง)

exynos[1]

ประสิทธิภาพที่แตกต่าง Snapdragon Galaxy Note 3 VS Exynos Galaxy Note 3

ข้อดีอย่างเห็นได้ชัดของ Snapdragon 800 บน Galaxy Note 3 นั้นมีชัดๆ สองข้อเลย อย่างแรกคือรองรับ 4G LTE หลายความถี่ และรองรับการถ่ายวิดิโอขนาด 4K

สำหรับ Exynos นั้นก็ไม่ได้แย่กว่าทุกอย่าง (แย่กว่าทุกอย่างก็แย่แล้ว!!) โดยมีจำนวนคอร์มากกว่า คือ Cortex A15 จำนวน 4 คอร์ และ Cortex A7 จำนวน 4 คอร์ ทำให้สามารถแบ่งงานกันได้ ทำให้ลดพลังงานที่บริโภคลง และมีชิปเสียงของ Wolfson ที่ดีกว่า

จะว่าไป Snapdragon นั้นขายในอเมริกาด้วย ทำให้นักพัฒนาหลายๆ คนได้ใช้รุ่นนี้มากกว่า Exynos จึงทำให้มี Custom ROM มากกว่า (ถ้าจะแก้คงต้องเอา Exynos ไปขายในอเมริกาแทน และต้องเปิดซอร์สมากขึ้น) ส่วน 4K นั้นถ้าจะถ่ายแล้วนำไปตัดต่อก็น่าจะเป็นเรื่องดี แต่ใครไปตัดต่อ 4K ด้วยกล้องโทรศัพท์มือถือ??? หรือถ้าจะแชร์ขึ้นเครือข่ายสังคมอย่าง Facebook, Twitter ก็คงไม่ได้แชร์ด้วยความละเอียด 4K แน่ๆ (คุณจะโดน encode วิดิโอใหม่ให้เล็กลงอย่างแน่นอน เพราะของเหล่านี้เน้นดูได้เร็วมากกว่าคุณภาพ) สุดท้ายถ่ายมาก็ไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไร

นอกจากนี้ Snapdragon มีรอมนอกให้เลือกมากกว่า แต่ไม่มี Proprietary Software อย่าง TouchWiz Framework ก็กลายเป็นว่า Galaxy Note 3 ก็เป็นเพียงโทรศัพท์จอใหญ่ๆ ส่วนฟีเจอร์อย่างปากกา หรือซอฟท์แวร์เทพๆ ทั้งหลายก็แทบจะไม่ได้อัพเดทอะไรเลย (ถ้าอัพเดทเวอร์ชันระบบปฏิบัติการไป ก็จะติดเรื่องไม่มีซอฟท์แวร์และไดร์เวอร์เหล่านี้ เช่นอาจจะใช้ปากกาไม่ได้) ถ้าแค่อยากจะได้จอใหญ่ๆ ซีพียูแรงๆ แต่ไม่สนปากกา ผมว่ายี่ห้ออื่นยังมีตัวเลือกอีกเยอะครับ

Your_Choice_is_Your_Way_by_Osokin[1]

ทำไม Samsung ไม่เอารุ่น Snapdragon 800 เข้ามา! หรือเอาเข้ามาเป็นตัวเลือกให้กับคนไทย

ต้องขอบอกก่อนนะครับว่าที่เขียนๆ มานี่ไม่ได้ตัง

ผมเองก็ไม่ใช่นักการตลาดจ๋า แต่ผมเคยเรียนวิชาการตลาดสมัยยังเป็นนิสิตอยู่บ้าง แต่ผมว่าผมเข้าใจเหตุผลที่ทาง Samsung ไม่นำ Snapdragon 800 เข้ามาในไทย มันไม่ได้ยากเกินกว่าจะถามเลยว่าทำไม

  1. แตกต่างกันไปทำไม อย่าลืมว่าการทำโฆษณานั้นทุ่มเงินนะครับ ใช้เงินเยอะด้วย Brand Recognition ที่คนสับสน (Snapdragon vs Exynos) นั้นเป็นการตลาดที่ไม่ฉลาดเลยครับ
  2. นำเข้ามาสองรุ่น อะไหล่สองชุด แผงเมนบอร์ดของชิปที่แตกต่างกันนั้นไม่เหมือนกันนะครับ ถ้านำเข้ามาสองรุ่น ต้องมีอะไหล่ที่แตกต่างกันด้วยนะครับ
  3. ฟีเจอร์ที่ไม่ได้ใช้ ถ้าใครบ้านอยู่ในพื้นที่ 4G LTE ในปัจจุบัน หรือจะขยายเพิ่มเติมในอนาคต และมักจะถ่ายวิดิโอ 4K เพื่อนำไปตัดต่อ ก็แปลว่าคุณเป็นกลุ่มที่ควรจะใช้รุ่น Snapdragon 800 ครับ นอกจากนี้ทีวี 4K ที่ขายในบ้านเราราคาก็ไม่ได้ถูกๆ เลย (ครั้งสุดท้ายไปดูมา 60 นิ้ว 4K บ้านเรายี่ห้อหนึ่งขายเกือบๆ 1,000,000 บาท เห็นราคาแล้วแทบสลบ) แต่ถ้าคุณถ่ายวิดิโอเพื่อแชร์ลงเครือข่ายสังคม (ซึ่งคนส่วนใหญ่จะใช้แค่นี้) หรืออยู่ห่างไกลพื้นที่ 4G LTE … ทำไม Samsung ถึงต้องเอารุ่น Snapdragon 800 เข้ามาขายด้วย?
  4. การตลาด อย่าลืมว่า Exynos นั้นเป็นชิปที่พัฒนาโดย Samsung เองนะครับ (ขนาด Apple ยังมาจ้าง Samsung ผลิต Apple Ax Series มาตลอดเลย) ทาง Samsung ยังโฆษณาได้อีกด้วยว่าเป็น In House Development ที่ออกแบบเอง พัฒนาเอง ใช้เอง ซึ่งหลายๆ คนก็รู้ว่าการที่ผู้ผลิต นำมาใช้เองด้วยจะทำให้พบกับปัญหาและแก้ไขได้ง่าย (ภาษาอังกฤษมีคำว่า Eat your own dog food – แปลว่าถ้าจะทำอะไรซักอย่างก็ใช้เองด้วย จะได้เจอปัญหาและแก้ไขได้)
  5. การตลาด (๒) นอกจากนี้ Exynos ยังมี 8 คอร์ นะครับ ในเชิงการตลาด ตัวเลขเยอะๆ นี้ก็ขายได้ อย่าบอกนะว่าไม่เคยโดนคำว่า Quad Core ล่อลวงให้หันมาจาก Dual Core

Samsung เองเป็นบริษัทมหาชนนะครับ ไม่ใช่การกุศล จะให้ทำธุรกิจขาดทุนก็คงไม่ฉลาดนัก (ถ้าทำจริง ก็คงมีคนบอกว่า “โง่ ทำแบบนี้แล้วจะพัฒนาไปทำไม” อีกนั่นแหละครับ)

สรุปสั้นๆ ว่า Snapdragon 800 นั้นแรงจริง ดีจริง ฟีเจอร์เยอะจริง แต่ไม่สามารถนำมาใช้ในประเทศไทยได้มากนัก (4G LTE, 4K Video) ถ้าใครต้องการใช้ฟีเจอร์เหล่านี้จริงๆ แบบว่าบ้านอยู่ในพื้นที่ และตัดต่อวิดิโอเป็นอาชีพ ผมว่าการซื้อ Samsung Galaxy Note รุ่นที่เป็น Snapdragon 800 น่าจะเป็นคำตอบที่ดี แต่ก็ต้องแลกกับการเป็นเครื่องหิ้ว อาจจะลำบากบ้างในเรื่องของการเคลมประกัน แต่เชื่อว่าไม่มีปัญหา เนื่องจากอาชีพเหล่านี้เงินถุงเงินถังอยู่แล้ว

สำหรับผู้ที่ถ่ายวิดิโอแชร์กับเพื่อนๆ และอยู่ในประเทศไทยพื้นที่ 3G รองรับตลอดการเดินทาง ผมว่าการใช้งาน Exynos นั้นก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร จริงๆ แล้วเมื่อ Exynos 5 มีฟีเจอร์ HMP มาด้วย ผมว่าก็น่าสนกว่าเดิม เพราะโดยส่วนใหญ่แล้ว ผมเปิดแอพอ่านข่าว กับเครือข่ายสังคม มากกว่าจะเปิดเกมส์เล่น โดยเฉพาะอยู่นอกบ้าน จริงอยู่ว่า Snapdragon 800 แรงกว่า แต่โดยส่วนใหญ่แล้วไม่ค่อยได้ใช้ความแรงแบบนั้นสักเท่าไหร่

อ่านที่เขียนมาเองนี่ก็เหมือนจะโดน Samsung ซื้อมาอวยเลยนะเนี่ย (จริงๆ ไม่ได้ตังนะครับ ไม่ได้ของด้วย แค่แสดงความเห็นเฉยๆ) แต่โดยส่วนตัวผมก็อยากได้กล้อง 4K เหมือนกันนะ จะเอาไปถ่ายแล้ว crop ตอนตัดต่อเหลือแค่ Full HD เอา ไม่ต้องซูมด้วย แย่จัง สงสัยต้องรอยุค 4K มาถึงก่อนซะแล้วสิเนี่ย เดี๋ยวถึงยุคนั้นเมื่อไหร่ เราก็จะมีตัวเลือกมากกว่านี้แน่นอน