หวดเต็มเป้า… ยอมรับแล้วอิทธิพลของ iPhone ทำให้ Android ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่

steve-jobs-iphone

งานนี้คดีดราม่าแห่งอุตสาหกรรมโมเดิร์นสมาร์ทโฟนดูเหมือนว่าจะได้ข้อยุติอย่างเป็นทางการ หลังจากที่มักจะมีข้อถกเถียงอยูุ่บ่อยครั้งว่าการเปิดตัวของ iPhone ในปี 2007 นั้น ถือเป็นจุดกำเนิดใหม่ของ Android ในยุคแรกเริ่มจริงหรือไม่ บางคนก็บอกว่าจริงแต่บางคนก็ไม่ยมอรับเห็นด้วยเกี่ยวกับความเห็นดังกล่าวนัก แต่เราก็คงจำกันได้ดีว่า Steve Jobs ตำนานและผู้ก่อตั้งบริษัท Apple นั้นโมโหขนาดไหนที่เห็นเครื่องมือถือ Android ทยอยเปิดตัวสู่ตลาดในเวลาต่อมา และเรื่องที่เฉลยปมปริศนาทั้งหมดถูกเรียบเรียงและเปิดเผยโดย Fred Vogelstein ผ่าน The Atlantic

โดยทางวิศวกรของ Google ที่รับผิดชอบดูแลโครงการพัฒนาเครื่อง Android ในเวลานั้น คุณ Chris DeSalvo ได้ออกมายอมรับว่า ในฐานะของผู้บริโภคเองแล้ว แวบแรกที่เห็นเครื่อง iPhone เปิดตัว ตัวเขาเองถึงกับเนื้อเต้นระริกอยากเป็นเจ้าของสักเครื่องมันซะเดี๊ยวนั้นเลย แต่เมื่อทำงานกับ Google แล้วนั้น หมายถึง เราต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่เช่นกัน แม้ว่าตอนนั้นในเดือนมกราคม ปี 2007 ที่ทีมงานทั้งหมดได้ทุ่มเททำงานอย่างหนักมาก่อนหน้านี้ถึง 60-80 ชั่วโมงทุกสัปดาห์ ตลอด 15-24 เดือนตามแต่ความรับผิดชอบก็ตาม

สำหรับทุกคนใน Silicon Valley แล้วการเปิดตัวของ iPhone อาจจะเป็นเรื่องที่ต้องเฉลิมฉลอง ซึ่ง Steve Jobs อีกครั้งหนึ่งที่เขาคิดค้นและทำในสิ่งที่หลายๆ คนเชื่อว่าเป็นไปไม่ได้ ก่อนหน้านั้น 4 ปี เขาก็ปฏิวัติวงการเพลงด้วยการนำแคตาล๊อกเพลงต่างๆ ไปขายบน iTunes ด้วยราคาเพียง 99 เซนต์ต่อเพลง และในปี 2007 ที่เปิดตัว iPhone เขาก็จูงใจเครือข่ายผู้ให้บริการโทรศัพท์สนับสนุน การสร้างโทรศัพท์ที่ปฏิวัติพลิกโฉมหน้าอุตสาหกรรมไปตลอดกาล แต่สำหรับทีมงานผู้พัฒนา Google Android เหมือนโดนหวดเข้าเต็มเป้าและทำให้สิ่งที่พวกเขาทำงานอยู่ตอนนั้นดูเหมือนมาจากยุค 90’s ไปเลยในทันที

Andy Rubin ซึ่งกำลังเดินทางไปประชุมผู้ผลิตมือถือและผู้ให้บริการเครือข่ายที่เมือง Las Vegas ถึงกับตกตะลึงในสิ่งที่ Steve Jobs กำลังเปิดตัวอยู่เวทีตอนนั้น ถึงกับต้องบอกให้คนขับรถหยุดเป็นการชั่วคราวเพื่อดูการถ่ายทอดสดผ่าน Webcast ในเสร็จเสียก่อน ซึ่งเขาก็อุทานว่า “ชิ*หายล่ะ ขอเดานะว่าจะไม่ส่งมือถือเครื่องนั้นเครื่องนั้นออกสู่ตลาดใช่ไหม?” (Holy crap, I guess we’re not going to ship that phone) โดยมือถือที่พูดถึงนั้น คือโปรเจคพัฒนาที่ชื่อว่า Sooner ซึ่งมีหน้าตาไม่สวยงามเอาซะเลย เหมือนกับ BlackBerry หน้าจอเล็กมีคีย์บอร์ดตามสมัยนิยมและไม่รองรับการใช้งานแบบสัมผัสหน้าจออีกด้วย

android sooner prototype blackberry liked

ต่อมาในเวลาอีกไม่กี่สัปดาห์ทีมงานที่รับผิดชอบพัฒนา มือถือ Android ได้เริ่มพิจารณาเป้าวัตถุประสงค์ใหม่ทั้งหมด จึงเกิดเป็นโปรเจครหัส Dream ที่นำสิ่งที่เป็นจุดอ่อนของ iPhone เครื่องแรกมาพัฒนาต่อยอดจนกลายเป็น HTC Dream ในอีก 2 ปีต่อมา มีคีย์บอร์ดฮาร์ดแวร์แบบสไลด์ข้างออกเป็นทางเลือก แต่ก็เป็นอีกครั้งที่ทีมงานผู้พัฒนา Android ประเมินศักยภาพของ Steve Jobs ผิดไปอีกเล็กน้อย โดนทีเด็ดลูกเล่นการใช้งาน Multi-touch ซึ่งเปลี่ยนแปลงรูปแบบวิธีการใช้งานของผู้บริโภคและอุตสาหกรรมอย่างถาวร

ที่มา: theatlandtic