จ่ายเป็นหมื่นต้องทราบ! เช็ค Huawei P10 / P10 Plus อย่างไรว่าได้ใช้ของดีจริง

Group_P10 (1024x682)กลายเป็นประเด็นร้อน พอๆกับแดดเมืองไทยเลยก็ว่าได้ สำหรับเรื่องของเรือธง Huawei P10 และ P10 Plus หนึ่งในสมาร์ทโฟนยอดฮิตที่เพิ่งเปิดตัวและวางขายไปได้ไม่นาน แต่ก็มีผู้ใช้พบว่าสมาร์ทโฟนรุ่นนี้อาจจะมีบางเครื่องที่ถูกสอดไส้ไม่ใช้สเปคอย่างที่ควรจะเป็น

  • อ้าวเฮ้ย! ผู้ใช้เปิดประเด็น Huawei P10 / P10 Plus อาจมีสอดไส้

จุดเริ่มต้นของประเด็นนี้มาจากการที่ผู้ใช้ Huawei P10 ในต่างประเทศไปโพสต์กระทู้ถามบน Reddit เว็บชุมชนออนไลน์ขนาดใหญ่ โดยชี้ให้เห็นว่าคุณสมบัติฮาร์ดแวร์ภายในเครื่องของ P10 ทั้งหน่วยความจำภายใน และหน่วยความจำ RAM ในแต่ละเครื่องมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน ทั้งๆที่เป็นรุ่นเดียว

Screenshot_1-840x356 (1)

จากผลทดสอบประสิทธิภาพก็นำมาสู่การตั้งข้อสันนิษฐานของผู้ใช้ว่าเรือรุ่นนี้อาจจะมีการคละชนิด ROM/RAM เอามาวางจำหน่าย ซึ่งอาจจะมีถึง 6 แบบดังนี้

  • RAM LPDDR4 + ROM UFS 2.1
  • RAM LPDDR4 + ROM UFS 2.0
  • RAM LPDDR4 + ROM eMMC 5.1
  • RAM LPDDR3 + ROM UFS 2.1
  • RAM LPDDR3 + ROM UFS 2.0
  • RAM LPDDR3 + ROM eMMC 5.1

เท่ากับว่าตัวผู้ใช้ Huawei P10 / P10 Plus จะไม่มีทางทราบได้เลยว่าจะถูก Huawei จะจับคู่สเปคแบบไหนเอามาให้ซึ่งถ้าดีที่สุดก็จะได้ RAM LPDDR4 + ROM UFS 2.1 ซึ่งเป็นสเปคสูงสุดตามที่ควรจะเป็น หรือในกรณีที่แย่ที่สุดก็จะโดน RAM LPDDR3 + ROM eMMC 5.1 ซึ่งถือว่าเป็นการเข้าคู่ที่แย่ที่สุดเท่าที่จะเกิดขึ้นได้

  • แบรนด์เคลื่อนไหว ดีหรือดิ่ง?

เมื่อประเด็นดังกล่าวเริ่มใหญ่โตขึ้นก็ถึงคราวที่ทางผู้ผลิตจะต้องออกมาตอบข้อสงสัยให้กับทางผู้บริโภคซึ่งดูเหมือนว่าจะเป็นการชี้แจงที่ไม่ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นซักเท่าไร

p10-header

เริ่มจาก Richard Yu หรือ Yu Chengdong ซีอีโอของ Huawei ที่ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับเรื่องนี้ลงบน Weibo สังคมออนไลน์ของจีน ซึ่งก็ได้ยอมรับแบบไม่เต็มปากว่าการตั้งข้อสันนิษฐานดังกล่าวเป็นเรื่องจริง พร้อมเผยว่าสาเหตุที่ต้องคละ ROM แบบ eMMC ออกมาวางขาย เนื่องจาก ROM UFS ที่จะใช้ดันหมดสต๊อก ถ้ารอก็จะผลิตเครื่องออกมาไม่ทันต่อความต้องการของผู้บริโภคนั่นเอง

huawei-p10-issue-2

จากนั้นก็ทางซีอีโอก็จัดการปิดท้ายด้วยว่า Huawei P10 เป็นเรือธงที่ถูกออกแบบฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์มาเป็นอย่างดี ต่อให้ใช้หน่วยความจำแบบไหนความลื่นไหลในการใช้งานก็ไม่ต่างกัน ดังที่ตัวเค้าได้ทดสอบใช้งานทั้งเครื่อง P10 ที่เป็น ROM eMMC กับตัว Mate 9 ที่เป็น ROM UFS มาแล้ว

huawei-p10-issue

ต่อเนื่องจากประเด็นนี้ทาง Android Authority สื่อต่างประเทศก็ได้ไปเค้นเอาคำตอบจากทางแบรนด์โดยตรงซึ่งได้ผลลัพท์ไม่ผิดจากที่คิดกันไว้

โดยทาง Huawei ได้ระบุว่าทั้ง P10 และ P10 Plus ไม่ได้มีการระบุสเปคแบบเจาะจงเอาไว้อยู่แล้ว เท่ากับว่าสมาร์ทโฟนทั้งสองรุ่นสามารถประกอบเครื่องด้วยการใช้ ROM ชนิด UFS 2.0 และ UFS 2.1 หรือ eMMC 5.1 ไปทำงานกับ RAM แบบ LPDDR3 หรือ LPDDR4 ก็ได้

Huawei P10 Range Shot

พร้อมกันนี้ยังได้ยืนยันว่าทางบริษัทมีนโยบายในการจัดการความสมดุลระหว่างประสบการณ์ของผู้ใช้ ,คุณภาพ และระบบซัพพลายที่ยั่งยืน ซึ่งประสิทธิภาพโดยรวมไม่ว่าจะสเปคแบบไหนผลลัพท์ที่ได้ก็ไม่ต่างกัน

ขณะที่ขั้นตอนการเลือกใช้ทาง Huawei ได้เผยว่าชิปเหล่านี้จะถูกนำมาประกอบใส่อุปกรณ์แบบสุ่ม ไม่มีขั้นตอนการคัดเลือก พร้อมทั้งยืนยันว่า ประสิทธิภาพการทำงานจากส่วนประกอบเพียงอย่างเดียวไม่สามารถนำมาสะท้อนถึงประสิทธิภาพโดยรวมของสมาร์ทโฟนได้ และคะแนนทดสอบที่เห็นก็ไม่สามารถนำมาเทียบได้กับสถานการณ์การใช้งานจริง

  • แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าเครื่องที่อยู่ในมือมาตรงตามสเปค

แน่นอนว่าเมื่อมีการเคลื่อนไหวทั้งจากซีอีโอและตัวแบรนด์ออกมาในรูปแบบนี้ คนที่ใช้ Huawei P10 รวมถึง P10 Plus ที่เปิดตัวมาพร้อมๆกัน ทั้งในต่างประเทศและในไทยเองก็ต่างก็เริ่มหวั่นใจว่าไอ้เครื่องที่เพิ่งซื้อไปในราคาหลักหมื่นเนี่ย (P10 รุ่น 32GB ราคา 17,900 บาท / 64GB ราคา 19,900 บาท ,P10 Plus 23,900 บาท) จะได้สเปคตามที่มันควรจะเป็นกันหรือเปล่า

ราคา P10-tile

ตัวผู้ใช้ในต่างประเทศก็ได้มีการทดสอบกันผ่านแอพพลิเคชั่นแนว benchmark อย่าง AndroBench โดยนำมาติดตั้งกันในเครื่องครับ ซึ่งดาวน์โหลดได้ฟรีตามลิงค์ด้านล่างนี้

Google Play Store : https://goo.gl/uuxKwi

จากนั้นก็เปิดแอพฯขึ้นมาแล้วกดที่ “Run All Benchmarks” ตามด้วย “Yes” แล้วปล่อยให้แอพฯก็จะจัดการทดสอบประสิทธิภาพเครื่องตามกระบวนการของมันไป เมื่อขั้นตอนทุกอย่างเสร็จสิ้นให้มาดูตรง Sequential Read

cats

ถ้าเครื่องใช้การจับคู่ด้วยสเปคต่ำสุดหรือ eMMC 5.1 ผลลัพท์จะออกมาที่ราว 300MBps ครับ ถ้าออกมาที่ราว 500-400MBps ถือว่าเป็นระดับกลางๆก็น่าจะเป็น UFS 2.0 และถ้ามากกว่า 700MBps ก็ขอแสดงความยินดีด้วยครับเพราะคุณได้เครื่องที่มีสเปคดีที่สุดซึ่งก็คือ UFS 2.1 มาใช้แล้ว

1492538078_screen_shot_2017-04-18_at_10.54.14_am

สำหรับผู้ใช้ชาวไทยที่ได้ทราบข่าวนี้ก็ตื่นตัวได้ครับ แต่อย่าตื่นตูม เพราะประเด็นดังกล่าวมาจากทางต่างประเทศ แนะนำให้รอดูความเคลื่อนไหวจากฝั่ง Huawei ประเทศไทยก่อนดีกว่าว่าจะพูดถึงเรื่องนี้กันอย่างไร