LG ปล่อยระเบิดลูกแรก Optimus G Spec สุดหรู แต่มันจะใช่จริงเหรอ ?

เป็นช่วงเดือนแห่ง Smartphone จริงๆ เริ่มจาก Samsung Galaxy Note II, ATIV S, Nokia Lumia 820 และ 920, iPhone 5 และ HTC 8X และ 8S และสุดท้ายมาตบด้วยอีกแบรนด์อย่าง LG ที่ส่ง Optimus G ลงสู่ตลาดด้วยการวางตัวเป็นรุ่นท็อปแห่งปีของ LG และอาจจะท็อปสุดในบรรดา Smartphone ในปีนี้ก็ว่าได้

“LG Optimus G เปิดตัวด้วยสโลแกน ใหม่สุด, สดสุด, แรงสุด” ซึ่งฟังดูแล้วก็ไม่ผิดเลยซักนิดเดียวเพราะมันเพิ่งมาแบบสดๆร้อนๆ เรื่อง Spec นั้นก็ต้องบอกว่าสุดยอด หน้าจอขนาดใหญ่ 4.7 นิ้วความละเอียด WXGA (1280×768), หน่วยความจำภายใน 32GB, RAM 2GB, กล้องหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซล, กล้องหน้าความละเอียด 1.3 ล้านพิกเซลและมาพร้อมแบตเตอรี่ 2,100 mAh

จาก Spec จะเห็นว่าสุดยอดมากทั้งเรื่องหน้าจอ, กล้อง, RAM ถือว่าเยอะมาก นี่ยังไม่รวมถึง CPU หน่วยประมวลผลใหม่ล่าสุดอย่าง Qualcomm Snapdragon S4 Pro APQ8064 quad-core CPU คือจะบอกว่ามันใหม่และมีประสิทธิภาพที่สูงมาก และแน่นอนว่าชิพตัวนี้รองรับ LTE ด้วย

นั่นเป็นองค์ประกอบทางด้าน Spec แต่ถามว่าถ้ามองในแง่ผู้บริโภคเค้ายังสนใจกับแค่เรื่อง Spec รึเปล่า ? หรือว่าเค้าสนใจเรื่องของความสามารถ, การใส่ใจลูกค้าและแบรนด์ด้วย อันนี้เดี๋ยวเรามาดูกันทีละเรื่องครับ

“องค์ประกอบเครื่องโดยรวมน่าสนใจ แต่ก็ยังขาดความเป็นตัวเอง”

การออกแบบตัวเครื่องทำออกมาได้ค่อนข้างน่าสนใจ โดยยังคงใช้ Concept เดิมคือ minimalism เรียบง่ายแต่สวยงามรูปทรงยังคงเป็นเหลี่ยม ซึ่งดูเผินๆก็ไม่ต่างจาก L-Series หรือ Optimus 4X HD เท่าไรนัก แต่มันก็สื่อถึงความน่าเบื่อของ LG ได้เหมือนกัน ทั้งรุ่นเล็กยันใหญ่ก็มาทรงแบบนี้หมด มันดูเหมือนว่า “เล่นง่ายไปหน่อย” ประมาณนั้น เรื่องการออกแบบเองดูสวยงามก็จริง แต่อย่างที่บอกครับมันดูน่าเบื่อไปหน่อย

สำหรับด้านหลังของตัวเครื่องมี Story เล็กน้อยเพราะมันมาพร้อมกับเทคโนโลยี “Crystal Reflection Finish” ซึ่งส่งผลให้ฝาหลังของมันสะท้อนแสงและจะเปลี่ยนแปลงไปตามองศาที่เอียงทำมุมกับแสง ทั้งนี้ทั้งนั้นมันสามารถส่งไปมาแล้วดูเหมือนมองภาพ 3 มิติอยู่ได้ด้วย

จุดขายใหญ่ของตัวเครื่องคงจะเป็นเรื่องของกล้อง ซึ่งมีมากกว่าเพื่อนเลยคือ 13 ล้านพิกเซล และตอนนี้ LG เป็นแบรนด์เดียวนอกจากผู้ผลิต (Sony) ที่สามารถนำ Sensor กล้องตัวนี้มาใช้ได้ สำหรับตัวกล้องมีความละเอียดสูงแล้วยังมีความสามารถอื่นๆด้วยเช่น กันสั่นสะเทือนระหว่างถ่าย, wait-to-smile(Smile Shutter), สั่งงานถ่ายด้วยเสียง (เหมือน Galaxy S III), ระบบลด Noise ในที่แสงน้อย และอื่นๆอีกมากมาย ถือว่าเป็นอาวุธหนักของ LG ถ้ามองกันในเรื่องของ Spec แต่ลองใช้จริงจะประทับใจรึเปล่าอันนี้คงต้องเอามาทดสอบกันครับ

เรื่องของตัว Software ตัว Optimus G ยังคงมาพร้อมกับ Android 4.0 ICS ซึ่งน่าเสียดายเหมือนกันน่าจะมาพร้อมกับ Jelly Bean เลยแต่แรก แต่นอกจากเรื่องของเวอร์ชั่นทาง LG ก็ใส่พวกความสามารถอื่นๆเข้ามาด้วยอย่าง “QSlide” ที่เป็นการเปิดวีดีโอพร้อมกับเปิดโปรแกรมอื่นๆไปได้ด้วย เหมือนกับ Galaxy S III/Note II แต่ว่าอันนี้เองสามารถปรับความเข้ม/อ่อนของการดูได้เพื่อไม่ให้บดบังพื้นหลังของโปรแกรมที่เรากำลังสั่งการอยู่นั่นเอง

ความสามารถออื่นๆก็ยังมีเรื่องของ live zooming ที่สามารถเลือกซูมวีดีโอได้ในขณะที่เรากำลังดูอยู่ และมีฟังก์ชัน icon personalizer คือสามารถเปลี่ยนภาพหน้าตา icon ได้ตามที่เราต้องการ ที่จริงแล้วก็ยังมีความสามารถอื่นๆอีกมากมายครับ

ภาพรวมของความสามารถบน LG Optimus G ถือว่าทำออกมาได้ดี แต่ถามว่ามันน่าตื่นเต้นไหมก็ไม่เท่าไร เพราะว่า Samsung ก็เคยมีความสามารถแบบทำนองนี้ออกมาแล้ว ถึงบางอย่างจะใหม่แต่ก็ไม่ได้ดูน่าดึงดูดมากนัก แต่ก็ยังดีที่มีมาให้เลือกใช้กันอย่างมากมาย ซึ่งจุดนี้เองผมมองว่า LG ก็พยายามเต็มที่กับเรื่องนี้ ซึ่งผลลัพธ์ก็เป็นที่น่าพอใจพอสมควร

“ด้านการอัพเกรด Software”

อย่างว่า LG Optimus G มาพร้อมกับ Android 4.0 ICS ทำให้ตอนวางขายมันจะถูกตั้งคำถามแน่นอนว่าจะได้อัพเดท Android 4.1 Jelly Bean เมื่อไร เรื่องนี้เองตอบยากเหมือนกันเพราะไม่มีใครคาดเดาวันที่แน่นอนได้ แต่สำหรับอุปสรรคใหญ่ของผู้ผลิต Android ทั้งหลายคือเรื่องของการทำ UI นั่นแหละครับ อย่าง HTC เองก็มี Sense ทางฝั่ง Samsung ก็มี TouchWiz และ LG เองก็เช่นกันมี Optimus UI ไอของพวกนี้แหละครับมันทำให้เสียเวลาการอัพเดทไปพอสมควรเลยทีเดียวเพราะต้องมานั่งทำ UI กันใหม่, นั่งทดสอบ สุดท้ายกว่าจะปล่อยออกมาจริงๆได้ใช้เวลาร่วมหลายเดือน

เรื่องของ UI ที่ว่าไปนั้นการอัพเดทมันจะออกมาช้าหรือเร็วมันก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของแบรนด์นั้นด้วย ซึ่งที่ผ่านมา LG เองทำเรื่องนี้ได้ไม่ตอบสนองกับผู้ใช้งานส่วนใหญ่ได้ (หากได้เปรียบเทียบคู่แข่งเจ้าอื่นๆ) ถ้ายังจำได้กับ LG Optimus 2X ที่ปัจจุบันก็ยังไม่มี Android 4.0 ICS แบบเป็นทางการออกมาซะที ที่จริงรุ่นนี้เองออกมาได้เกือบจะ 2 ปีแล้วนะครับ แบบว่าไม่ต้องพูดถึง Jelly Bean กันแล้วผมว่า นี่ยังไม่นับรวม LG Optimus 3D และอื่นๆอีกมากมายที่ยังไม่มีอัพเดทออกมาให้

อย่าง LG Optimus G อันนี้คือมาพร้อมกับ Android 4.0 ICS แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่า Android 4.1 Jelly Bean จะมาเมื่อไรใครจะไปรู้ ? บางทีถ้าเราหันมามองแบรนด์ Samsung คืออย่าง Galaxy S III มาพร้อมกับ ICS ก็จริงแต่ทางบริษัทเองก็ยืนยันชัดแน่นอนว่าจะปล่อยแน่ในช่วงปลายเดือนนี้หรือช่วงต้นไตรมาสที่ 4 และตอนนี้เองก็มี ROM Official หลุดมาให้ได้เล่นแสดงถึงความคืบหน้า ซึ่งมันแตกต่างกับ LG โดยสิ้นเชิง แต่ถามว่า Optimus G จะได้ Jelly Bean ไหมอันนี้ตอบไม่ยากเลยคือยังไงก็ได้แน่นอนแต่จะเมื่อไรนั่นสิ ?

“ผู้ที่มาคนแรกไม่ได้หมายความว่าดีกว่าเสมอไป…”

LG ชอบบอกเราว่าเค้าเป็นคนแรกเสมอ ไม่ว่าจะเป็น Smartphone CPU Dual-Core คนแรกของโลก LG Optimus 2X และก็…ตามมาด้วยผู้ผลิต Smartphone หน้าจอ 3D ไม่ต้องใช้แว่นตารายแรกของโลกและก็…ยังต่ออีกด้วย Smartphone รุ่นแรกของโลกที่มาพร้อม CPU Quad-Core Optimus 4X HD แล้วตอนนี้มันเป็นไงละครับ…หายเงียบไปเลย นี่ยังไม่วายตัว LG Optimus G เองก็มีการบอกว่าเป็น Smartphone Quad-core ที่รองรับ LTE เครื่องแรกของโลกอีกด้วย แล้วมันจะเป็นยังไงต่อไป….ตอบไม่ได้เลยจริงๆ

จากสมมติฐานดังด้านบนสรุปได้ชัดเจนเลยว่าผู้ที่มาคนแรกไม่ได้หมายความว่าจะประสบความสำเร็จ เพราะมันจะประสบความสำเร็จได้ ก็ต้องเมื่อมีสิ่งที่เรียกว่า “ดี” ด้วย อย่าง LG เองออกมารายแรกก็จริง แต่เค้ายังไม่สามารถสื่อให้ผู้ใช้สามารถเอาไปใช้งานได้จริงๆได้ดีเท่าไรนัก

สิ่งที่สำคัญก็คือประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ บอกกันตรงๆว่า LG ยังทำในส่วนนี้ไม่ดีพอจริงๆ อย่างกล้องมา 8 ล้านพิกเซลก็จริงแต่การใช้งานกด Shutter ช้า, Focus ไม่ติด หรือมีจุดติดขัดอื่นๆทำให้มันสู้แบรนด์อื่นไม่ได้นั่นเอง ถึงฟังดูมันเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆแต่ผมเชื่อว่าหลายคนให้ความสำคัญกับมันมากเป็นอันดับต้นๆเลยก็ว่าได้ สิ่งนี้เองจำเป็นต้องปรับปรุงถ้าออกมาดีเสริมกับ Spec ที่มีมันจะออกมาดูดีมากเลยทีเดียว

ผมไม่ได้จะมาเขียนบทความว่า LG หรือ Optimus G หรืออะไร เรื่องแบบนี้มันก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของแต่ละคน บางคนอาจจะเห็นต่างมองว่าตัวเครื่องมันมีความสามารถที่ดูน่าสนใจ ผมไม่เถียงเพราะว่ามันดูดีมาก ตอนนี้เองผมก็มองอีกมุมว่ามันอาจจะดีก็ได้ ดังนั้นผมมองว่าถ้าเรายังไม่ได้ลองเล่นจริงๆมันก็คงตอบยากว่ามันดีหรือไม่ดี ไม่แน่ว่า User Experience ของเครื่องอาจจะทำออกมาดีผิดกับรุ่นก่อนๆก็เป็นไปได้ ตอนนี้เราก็พูดกันได้แค่รูปร่างตัวเครื่องและ Spec เท่านั้น ของจริงต้องมาว่ากันอีกที ว่าแต่ตอนนี้ผมเริ่มอยากจะลองมันจริงๆจังๆแล้วน่ะสิครับ ส่วนใครที่อยากดูตัวอย่างภาพจากกล้องของ LG Optimus G และ Benchmark ต่างๆไปอ่านกันได้จากข่าว “Optimus G ผลการทดสอบ (ซอฟท์แวร์ขายจริง) + รูปถ่ายกลางแจ้ง” เลยครับผม

ที่มา: PocketNow