กสทช. เผยความคืบหน้าการประมูล 3G พร้อมเผยรายชื่อ 16 บริษัทขอรับแบบคำขอรับใบอนุญาต ส่วนดีแทคจ่ายค่าปรับ 10 ล้านบาทแล้ว

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) กล่าวว่า ตามที่บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) และบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ได้ทำการฟ้องร้อง กทช. ต่อศาลปกครองขอให้เพิกถอนประกาศ กทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อการประกอบกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ IMT ย่าน 2.1GHz ในคดีหมายเลขดำที่ 1411/2553 และหมายเลขดำที่ 1436/2553 ตามลำดับ และศาลปกครองชั้นต้น และศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งกำหนดมาตรการหรือวิธีการคุ้มครองชั่วคราวเพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนการพิพากษา โดยให้ กทช. และสำนักงาน กทช. ระงับการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อการประกอบกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ IMT ย่าน 2.1 GHz ไว้เป็นการชั่วคราวจนกว่าคดีจะถึงที่สุดหรือศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ศาลสั่งเป็นต้นไป นั้น

บัดนี้ เมื่อประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมเคลื่อนที่สากล (International Mobile Telecommunications – IMT) ย่าน ๒.๑ GHz พ.ศ. 2555 มีผลใช้บังคับเป็นที่เรียบร้อยแล้วตั้งแต่วันที่ 28 สิงหาคม 2555  และมีผลเป็นการยกเลิกประกาศ กทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อการประกอบกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ IMT ย่าน 2.1 GHz ฉบับเดิม   สำนักงาน กสทช. จึงได้ยื่นคำแถลงต่อศาลปกครอง เพื่อให้ศาลได้ทราบว่า กสทช. จะดำเนินการพิจารณาและอนุญาตและจัดสรรคลื่นความถี่ย่าน 2.1 GHz ตามประกาศฉบับใหม่ดังกล่าว ซึ่งได้ดำเนินกระบวนการตามพ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 และขอให้ศาลมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบต่อไป

นายฐากร กล่าวว่า การยื่นคำร้องขอจำหน่ายคดีข้างต้น เนื่องจากเห็นว่ามูลเหตุแห่งการฟ้องคดีตามคำฟ้องคดีดังกล่าวหมดสิ้นไปแล้ว (ได้แก่การที่ ประกาศ กทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อการประกอบกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ IMT ย่าน2.1 GHz ซึ่งออกตามกฎหมายเดิมได้ถูกยกเลิกไป) จึงไม่มีกรณีที่ศาลจะต้องออกคำบังคับตาม   คำขอของผู้ฟ้องอีกต่อไป ประกอบกับ กสทช. จะจัดให้มีการประมูลคลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมเคลื่อนที่สากล (International Mobile Telecommunications – IMT) ย่าน ๒.๑GHz ให้เป็นไปตามอำนาจหน้าที่ที่กฎหมายใหม่กำหนด  ซึ่งขณะนี้ศาลได้รับคำร้องดังกล่าวไว้แล้ว

นายฐากร กล่าวว่า ตามที่ประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมเคลื่อนที่สากล (International Mobile Telecommunications – IMT) ย่าน ๒.๑ GHz พ.ศ. 2555 ที่กำหนดให้ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องวางหลักประกันการประมูลมูลค่า 1,350 ล้านบาท พร้อมทั้งยื่นหนังสือสนับสนุนทางด้านการเงินในการประกอบกิจการจากสถาบันการเงินประเภทธุรกิจธนาคารพาณิชย์ตามพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 และได้มีผู้ประกอบการที่ประสงค์จะเข้าประมูลหลายรายได้แจ้งให้ทราบว่า สถาบันการเงินหลายแห่งปฏิเสธการออกหนังสือรับรอง โดยให้เหตุผลว่า การออกหนังสือรับรองได้ออกให้ผู้ประกอบการที่มีศักยภาพในการดำเนินธุรกิจไปแล้ว  ไม่อาจออกหนังสือรับรองให้ผู้ประกอบการรายอื่นเพิ่มได้  ซึ่งสำนักงาน กสทช. เห็นว่าการประมูลนี้มีจะต้องมีการแข่งขันอย่างเสรีและเป็นธรรม ควรที่จะมีผู้ประมูลหลายรายเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ประเทศสูงสุด จึงได้จะมีหนังสือขอความร่วมมือไปยังสถาบันการเงิน เพื่อให้พิจารณาออกหนังสือรับรองการสนับสนุนทางด้านการเงินฯ ให้แก่ผู้ประกอบการที่มีศักยภาพในการดำเนินธุรกิจทุกราย ภายใต้หลักเกณฑ์ของสถาบันการเงินนั้นๆ  เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันอย่างเสรีและเป็นธรรม รวมทั้งเปิดโอกาสให้มีผู้ประกอบการรายใหม่ๆ อันจะส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมโทรคมนาคม ซึ่งจะเป็นประโยชน์การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม โดยรวมมากยิ่งขึ้นรวมทั้งเกิดประโยชน์กับประชาชนต่อไป

สำหรับรายชื่อผู้ติดต่อขอรับแบบคำขอรับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมเคลื่อนที่สากล จนถึงวันนี้ (วันที่ 21 กันยายน 2555) มีจำนวน 16 บริษัท ได้แก่ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด  บริษัท แอดวานซ์ โมบาย บรอดแบนด์ จำกัด  บริษัท ดีแทค เนทเวอร์ค จำกัด  บริษัท ดีแทค บรอดแบนด์ จำกัด  บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)  บริษัท เรียล ฟิวเจอร์ จำกัด  บริษัท ทรูมูฟ จำกัด  บริษัท เคเบิลไทย       โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)  บริษัท เอซีที โมบาย จำกัด  บริษัท เรียล มูฟ จำกัด  บริษัท บีบี คอนเน็ค จำกัด  บริษัท จาย่า ซ็อฟ วิชั่น จำกัด  บริษัท วิคตอรี่ มอเตอร์ จำกัด  บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) บริษัท จัสมิน เทเลคอม ซิสเต็ม จำกัด (มหาชน) และบริษัท ซิมโฟนี่ คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) ทั้งนี้สำนักงาน กสทช. ยังเปิดให้รับคำขอไปจนถึงวันที่ 27 กันยายน 2555

เลขาธิการ กสทช. กล่าวถึง กรณีที่เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2555  สำนักงาน กสทช. ได้มีคำสั่งปรับทางปกครอง บมจ. โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือ ดีแทค เป็นเงิน 10,000,000 บาท (สิบล้านบาท)  เนื่องจากกรณี สัญญาณโทรศัพท์ล่ม  เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 55  อันส่งผลให้ประชาชนผู้ใช้บริการได้รับความเดือดร้อน ไม่สามารถติดต่อสื่อสารกันได้ และก่อเกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจ ประกอบกับปัญหาในทำนองเดียวกันนี้ได้เกิดขึ้นหลายครั้งแล้วนั้น   บมจ. โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น ได้ชำระเงินค่าปรับจำนวนดังกล่าวให้สำนักงาน กสทช. แล้ว เมื่อวันที่ 18 กันยายน ที่ผ่านมา