Preview : LG G2 เรียนรู้จากคุณจริงๆ

G2066

หลายปีมาแล้วที่เราเห็น LG พยายามรุกตีตลาด Smartphone อย่างหนักหน่วง แต่ด้วยอะไรหลายๆอย่าง บวกกับคู่แข่งอย่าง Samsung ก็แรงไม่มีตก เลยทำให้ Position ของแบรนด์ LG ดูจะลดน้อยถอยลงไปทุกที ส่งผลทำให้แบรนด์ยักษ์ใหญ่อย่าง LG เองจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เพื่อกลับมายืนอยู่แถวหน้าวงการ Smartphone อีกครั้ง อย่างไรก็ตามถ้าว่ากันตรงๆทั้ง LG และ Samsung ก็เหมือนเป็นพี่น้องกัน ทั้งทรัพยากร, ภาพลักษณ์, มุมมอง ถ้าว่ากันตรงๆก็แทบไม่ต่างกันเลยก็ว่าได้

G2064

ปลายปี 2013 ในที่สุดก็ถึงจุดที่ LG เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงหลายๆอย่าง ไล่มาตั้งแต่กลยุทธ์การดำเนินงานระดับโลกที่เราสัมผัสได้ อย่างการตัดชื่อ Optimus ออก รวมถึงประเทศไทยเองก็มีการเปลี่ยนผู้บริหารระดับสูงคนใหม่ ส่งผลให้น่าจะมีการเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์อะไรบางอย่างแน่นอน

G2059

การคลอด LG G2 ออกมานั้นถ้าจะว่ากันตรงๆก็ไม่ได้ตื่นเต้นเท่าไรนัก “Learning from you” ถูกใช้เป็น Concept ในการเปิดตัวของ G2 โดยที่ LG กำลังจะบอกว่ากว่ามันจะเป็น G2 ได้นั้น เค้าได้เรียนรู้จากพฤติกรรมของผู้บริโภคว่าผู้บริโภคต้องการอะไร นั่นแหละครับเลยทำให้การออกแบบตัวเครื่องของมันมีความแปลกประหลาดไปจาก Smartphone ยี่ห้ออื่นๆ เพราะพี่ท่านเล่นเอาปุ่มควบคุมเครื่องทั้งหมดไปไว้ด้านหลังหมดเลย

G2057

Rear key เองเป็นจุดขายของเครื่องอันดับหนึ่งเลยก็ว่าได้ การเอาปุ่มไปไว้ด้านหลังหมด หลายคนคงสงสัยว่าทำไปเพื่ออะไร? ซึ่งคำตอบที่ดีที่สุดก็คือตัวคุณเองเทื่อได้สัมผัสเครื่องครับ ผมเองสัมผัสครั้งแรกแล้วรู้เลยว่านี่แหละเป็น Smartphone ที่กดปุ่มง่ายสุดๆ ทั้งๆที่ตอนเปิดตัวครั้งแรกผมสงสัยในจุดขายนี้มากๆว่ามันจะดีจริงๆเหรอ? แต่วันนี้ผมพิสูจน์เองแล้วว่ามันเจ๋งจริงๆครับ คือก็ไม่ได้รับตังมาอวยอะไรนะครับ ของมันดีจริงๆ

G2089

จับเครื่องครั้งแรกนอกจากปุ่มที่กดได้ถนัดมากด้านหลังเครื่องแล้วนั้น ยังรู้สึกได้ว่าเครื่องมีน้ำหนักกำลังดีไม่หนักไม่เบาเกินไป วัสดุในภาพรวมต้องบอกว่ายังไม่แตกต่างจาก Optimus G Pro ทั้งผิวสัมผัสและความรู้สึก

G2041

G2055

ลักษณะตัวเครื่องดูไปดูมาคล้ายๆกับไข่รู้สึกเหมือนว่าด้านล่างมันมีองศาโค้งน้อยกว่าด้านบน ส่วนด้านหลังเครื่องเองมีการออกแบบให้โค้งรับกับมือทำให้จับถือได้ถนัดขึ้น ตรงส่วนล่างๆจะมีลักษณะโค้งตัดเหลี่ยมกับด้านล่างของเครื่องอารมณ์คล้ายๆกับ BlackBerry Porsche กันเลยทีเดียว

G2061

ด้านหน้าตัวเครื่องมีจุดขายที่สำคัญมากเลยก็คือ ส่วนของขอบหน้าจอที่แคบมาก แคบจนต้องคาระวะเลยทีเดียว ขอบจอตาม Spec บอกว่าอยู่ที่ 2.65 มม. เท่านั้นซึ่งวัดเลยในจอเข้ามาอีกนิดหน่อย ความจริงตรงขอบสีขาวที่เหลือนี้ประมาณแค่ 1 มม. เท่านั้นครับ ทำให้ตัวเครื่องมีขนาดไม่ใหญ่ทั้งๆที่มีหน้าจอขนาดใหญ่ ส่งผลให้เราใช้งานมือเดียวได้ง่ายขึ้นจริงๆครับ บวกกับปุ่มควบคุมอยู่ด้านหลังทำให้มือเดียวเอาอยู่

นอกนั้นมีการย้ายตรา LG ลงมาอยู่ด้านล่างและด้านบนจะมีแค่ Sensor, LED noti., กล้องหน้าและลำโพงสนทนาเท่านั้น ทำให้ขอบด้านบนจะแคบกว่าขอบด้านล่างครับ

G2047 G2046

รอบๆเครื่องมีแถบสีเงินเพิ่มความหรูหรา และก็อย่างที่บอกไปข้างต้นครับว่าปุ่มถูกย้ายไปด้านหลังหมด ด้านข้างเลยเหลือจริงๆแค่ช่องใส่ซิมที่ต้องใช้เข็มจิ้มออกมาอินเทรนด์ไม่ต่างจากแบรนด์อื่นๆครับ

G2051

ด้านบนมีไมค์ตัวที่ 2 ไว้ตัดเสียงรบกวน และอินฟราเรดเพื่อใช้งาน QuickRemote โดย LG G2 นั้นสามารถใช้ควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้างได้หมดครับถ้ามีรีโมท

G2053

ด้านล่างมีลำโพงและไมค์ที่มีลักษณะเหมือนกันเป๊ะ ทำยังกับ iPhone เลย หุหุ นอกนั้นก็มีช่องใส่หูฟัง 3.5มม. และช่องเชื่อมต่อ microUSB ตรงกลาง

G2044

มาที่ด้านหลังที่มีทุกอย่างครบเลยทั้งกล้อง 13 ล้านพิกเซลที่มาพร้อมกับระบบ OIS กันสั่นที่เขาว่าดีกว่าของ Nokia ซะอีก ข้างๆมี LED Flash ดวงใหญ่ ถัดจากกล้องลงมามีปุ่มทั้ง 3 ปุ่มคือ Volume up/down และปุ่ม Power/Wake ตรงกลาง โดยตัวปุ่ม Volume จะแบนไปกับพื้นหลังแต่รู้สึกได้ทันทีว่าเป็นปุ่มด้วยผิวสัมผัสที่แตกต่าง ส่วนปุ่ม Power/Wake จะนูนออกมาชัดเจนรู้สึกเหมือนมีติ่ง แต่ว่ากดเปิดเครื่องได้ง่าย

G2056

เนื่องจากปุ่มมันนูนออกมา หลายคนคงมีคำถามตามมาว่าแล้วมันไม่กดปุ่มโดนเองตลอดตอนวางกับพื้นแล้วมีอะไรกดทับเหรอ? คำตอบคือ “ไม่ครับ” เพราะว่าชอบข้างๆปุ่มมันนูนออกมาเหมือนกันทำให้เวลาเรากดเครื่องลงกับพื้นตัวปุ่มจะไม่กดเองครับ แต่ก็ใช่ว่าจะแก้ปัญหาได้หมดนะครับ เพราะถ้าเป็นพื้นไม่เรียบอย่างโซฟาอะไรพวกนี้ก็มีโอกาสเหมือนกันที่ปุ่มจะกดโดนเองโดยไม่ตั้งใจ ส่วนฝาหลังเองแกะออกมาไม่ได้นะครับ

G2088

เปิดเครื่องใช้งานกันดูบ้าง เริ่มแรกที่หน้าจอกันก่อนอันนี้หน้าจอเป็น True HD IPS ขนาด 5.2 นิ้วความละเอียด 1920×1080 พิกเซล หรือ 1080p Full HD (424ppi) ว่ากันตรงๆคือหน้าจอสวยมาก มองครั้งแรกบอกเลยว่ามีว้าว เพราะว่ามันทั้งสมจริงและสดใส แต่ที่จริงก็ไม่ได้ต่างจาก Optimus G Pro เท่าไร ส่วนเรื่องความละเอียดต้องบอกว่าคมมากสมกับเป็นรุ่นท็อป

G2100

G2095

Software ด้านในมีการปรับแต่งเป็น LG UI หน้าตาไม่ต่างจาก Optimus G หรือ G Pro เลยแม้แต่น้อย ทาง LG ปรับแต่งออกมาได้ค่อนข้างดี เวลาใช้งานเราจะรู้สึกได้ทันทีว่าเครื่องทำงานเร็ว เพราะว่ามีการปรับพวกการเลื่อนหน้าจอต่างๆให้เร็ว ด้านล่างมีปุ่มควบคุมเครื่องเป็นแบบ Virtual และที่สำคัญคือโปร่งแสง เวลาเปิดโปรแกรมมันก็จะเปิดเต็มหน้าจอไม่มีแสดงส่วนล่างที่เป็นปุ่มเหล่านี้เอาไว้ ทำให้ใช้เวลางานจริงๆทำได้เต็มหน้าจอ ในภาพรวมตัว Software ค่อนข้างน่าประทับใจ

G2104

นอกจากนี้ยังมีพวก Gesture ต่างๆมาให้ครบเครื่อง ไม่ต่างจากค่ายเพื่อนบ้านเท่าไรนัก เช่น หน้าจออัจฉริยะ, ยกหูเพื่อรับสายทันที, หรี่เสียงริงโทนลงเมื่อจับตัวเครื่อง และมีที่แตกต่างก็คือ KnockOn ที่แตะหน้าจอ 2 ครั้งเพื่อเปิดหน้าจอหรือแตะ 2 ครั้งเพื่อปิดหน้าจอเอง ที่มีทั้งหมดนี้ส่งผลให้ G2 เป็นเครื่องที่ก็ไม่ได้มีฟังก์ชันน้อยหน้าใครครับ

G2109 G2108

เรื่องของกล้องอย่างที่กล่าวไปว่ามีเทคโนโลยี OIS ซึ่งเท่าที่ทดสอบกับภาพนิ่งทำมือสั่นๆแล้วถ่ายรูปก็พบว่าเทคโนโลยีมันทำงานได้ดีครับ ภาพค่อนข้างนิ่งเหมือนปกติ คุณภาพโดยรวมเท่าที่ทดสอบคร่าวๆพบว่าทำได้ดีกว่า LG รุ่นเก่าๆที่ผ่านมาทุกรุ่น แต่ก็ยังมีบางอย่างที่ขัดๆ เช่น ภาพที่บางทีเหมือนภาพวาดมากกว่าภาพถ่ายเพราะจะมีจุดหยาบๆถ้าแสงไม่พอ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเฉพาะช่วงกลางคืนหรือที่ร่มที่แสงน้อยมากๆ

G2110

ระบบเสียงมี Dolby Surround มาให้ เท่าที่ฟังก์พบว่าเสียงดังฟังชัดเจนดี

G2097

สรุป LG G2 ตัวนี้เป็น Smartphone ที่น่าจับตามองตัวนึงเหมือนกัน ด้วยฟีเจอร์ที่ครบครันและจากที่ทดสอบ LG มาหลายรุ่น มีรุ่นนี้แหละครับที่ทำอะไรแล้วดูเข้าตาที่สุด ทั้งด้าน Hardware และ Software ที่ลงตัวมากขึ้นกว่าเดิมเยอะ แต่ว่าก็ต้องมารอดูกันที่การตลาดครับว่าแบรนด์จะแข็งแค่ไหน ซึ่งตรงนี้ผมเชื่อว่าแบรนด์ LG หลายคนน่าจะรู้จักในวงการ Smartphone อยู่แล้ว เหลือก็แต่ว่าความเชื่อมั่นว่าซื้อมือถือ LG ในราคาแพงระดับ 19,900 บาท แล้วรู้สึกว่าดูดีหรือมีการบริการหลังการขายที่ดี เป็นต้น รอจับตาดูกันต่อไปครับ