Editor Letter : Samsung Galaxy S5 ก้าวไปข้างหน้า หรือยืนอยู่กับที่??

dsc-1275-1[1]

Samsung Galaxy S5 ถือได้ว่าเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นท็อปประจำต้นปีของ Samsung เลย ซึ่งพูดไปทุกท่านก็คงจะทราบดีอยู่แล้ว ว่า Samsung นั้นจะเปิดตัว Samsung Galaxy S-Series ปีละรุ่น ตั้งแต่ปี 2009 มาแล้ว โดยเปิดไล่มาจนถึงปีนี้ ปี 2014 ก็เป็นรุ่นที่ 5 แล้ว (ใช้ชื่อว่า Galaxy S5) ว่าแต่ปีนี้เนี่ย เป็นการก้าวกระโดดของ Samsung อีกครั้งหนึ่ง หรือเป็นการย่ำอยู่กับที่ ในขณะที่คู่แข่งกำลังพยายามกระโดดกันแน่??

BhQyDlnCYAE-TND[1]

ก่อนจะพูดถึงว่า Samsung Galaxy S5 (หลังจากนี้จะเรียกเพียง Galaxy S5 หรือ S5) ว่าดีขึ้นหรือแย่ลง เรามาดูสเปคกันโดยคร่าวๆ ก่อน

  • หน้าจอ 5.1 นิ้ว Super AMOLED (Full HD) – ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม 0.1 นิ้วเมื่อเทียบกับ Galaxy S4
  • Snapdragon 801
  • RAM 2GB
  • กล้อง 16 Megapixel รองรับการถ่ายวิดิโอ Ultra HD และ Real-time HDR (ทั้งภาพและวิดิโอ)
  • มีที่อ่านลายนิ้วมือที่หน้าจอแสดงผล บนเหนือปุ่ม Home
  • S-Health ฟากซอฟท์แวร์ มาพร้อมฮาร์ดแวร์ใหม่สำหรับการตรวจจับการเต้นของหัวใจ
  • ฝาหลังยังคงแกะได้เหมือนเดิม จับแล้วเหมือนกับหนัง แต่มีความแตกต่างจาก Galaxy Note 3 และมีช่อง MicroSD
  • แบตเตอรี 2,800 mAh
  • มาพร้อมมาตรฐาน IP-67 ไม่ต้องรอรุ่น Galaxy S5 Active แล้ว
  • พอร์ตเชื่อมต่อ MicroUSB 3.0
  • มีรุ่นความจุ 16GB/32GB
  • รอบรับ LTE 4G

คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่า Samsung Galaxy S5 นั้นเป็นรุ่นท็อปของวงการ ใส่สเปคจัดเต็มดั่งเช่นทุกปี แต่ความคาดหวังจากทุกๆ คนที่รอคอยรุ่นใหม่ย่อมคาดหวังว่าจะมีอะไรว้าวๆ มากกว่าเดิมอย่างแน่นอน

กฏของมัวร์ (Moore’s Law) กล่าวไว้ว่าจำนวนทรานซิสเตอร์นั้นจะเพิ่มเป็นสองเท่าทุกๆ 18 เดือน แปลว่าในระยะเวลาหนึ่งปีครึ่ง ไม่ว่าจะเป็นซีพียูโทรศัพท์ หรือคอมพิวเตอร์ จะก้าวกระโดดเป็นสองเท่านั่นเอง ดังนั้นการมีหน่วยประมวลผลที่ดีขึ้นทุกๆ ปีไม่ใช่เรื่องใหม่ที่น่าแปลกใจแต่อย่างใดเลย

และเมื่อหน่วยประมวลผลดีขึ้น สิ่งอื่นๆ ก็ย่อมต้องดีตามไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นกล้องที่มีความละเอียดสูงขึ้น หรือลูกเล่นเพิ่มขึ้นที่จะทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกว่า “เอ้อ รุ่นใหม่มันก็ดีกว่ารุ่นเก่านะเนี่ย” ไม่เช่นนั้นแล้วรุ่นใหม่ก็คงจะขายออกไม่ได้ เพราะผู้ใช้คงจะเลือกจ่ายเงินน้อยกว่าเพื่อเอารุ่นเก่ามาใช้งาน

สิ่งเหล่านี้นับว่าเป็นการพัฒนาในแนวตั้ง (Vertical Development) โดยจะเป็นการพัฒนาสิ่งเก่าๆ ที่ดีอยู่แล้วให้ดีขึ้นไปอีก คำว่า Vertial Development นี้จะเป็นการนับถึงสิ่งต่างๆ ที่มีอยู่แต่เดิมแล้ว (เช่นกล้อง, หน่วยประมวลผล ที่ดีขึ้น) ส่วนการพัฒนาอีกอย่างก็คือการพัฒนาในแนวนอน (Horizontal Development) นั่นเอง ก็จะเป็นเรื่องของการพัฒนาสิ่งใหม่ๆ เข้ามา อย่างเช่นการกันน้ำ หรือเทคโนโลยีใหม่ๆ นั่นเอง

dsc-1289-1[1]

สำหรับภาพรวมภายนอกของ Samsung Galaxy S5 นั้นเมื่อมองไปแล้วเป็นการเปลี่ยนแปลงด้านหน้าตาตามดีไซน์ยุคสมัยใหม่ของ Samsung ที่เน้นลบข้อครหาอย่างการใช้วัสดุที่ไม่สมกับราคาสองหมื่นกว่าบาท ไม่ว่าจะเป็นการใช้วัสดุพลาสติกที่มีลักษณะเหมือนหนัง (ครับ แม้จะเหมือนหนัง แต่แท้จริงเป็นพลาสติกนะครับ ข้อดีก็คือไม่ขึ้นรานะ อย่ามองว่ามันไม่ใช่หนังแท้แล้วเกรดจะร่วงกราวนะครับ ถ้าเป็นหนังแท้จะดูแลยากกว่าเดิมอีกนะ) และขอบที่ยังคงเป็นการชุบโครเมียมเช่นเคย สิ่งที่เปลี่ยนไปแต่ไม่เห็นในแวบแรก จนกว่าจะลองจับก็คงจะเป็นเรื่องของการกันน้ำ และฝุ่น ซึ่งเมื่อได้ถือแล้วก็จะเริ่มรู้สึกได้ ว่ามีการปิดรูต่างๆ เอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นพอร์ต MicroUSB3.0 หรือรูต่างๆ บนตัวเครื่องนั่นเอง

gs5-8[1]

มาพูดถึงซอฟท์แวร์กันสักหน่อย ตัว Galaxy S5 นั้นจะมาพร้อมกับ Adroid 4.4 Kit Kat และ TouchWiz UI อยู่เช่นเดิม ถือว่าไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจ เพราะสินค้าของ Samsung นั้นต่างก็เป็น Android ที่ครอบด้วย TouchWiz UI อยู่แล้ว และทุกๆ ปี จะมีการออก TouchWiz เวอร์ชันใหม่พร้อมๆ กับการเปิดตัว Samsung Galaxy S-Series นั่นเอง คราวนี้หน้าตาจะคล้ายไปทาง Nexus มากขึ้นบ้าง เนื่องจากล่าสุดเพิ่งจะเซ็นสัญญากับ Google ไป ทำให้ได้รับอานิสงค์มาบ้างนั่นเอง

gs5-21[1]

พูดถึงฮาร์ดแวร์ใหม่ๆ กันบ้าง อย่างแรกที่พลาดไปไม่ได้ก็คือตัวอ่านลายนิ้วมือ โดยคงจะหลีกเลี่ยงการเปรียบเทียบกับ iPhone ไม่ได้ ความแตกต่างของตัวอ่านลายนิ้วมือระหว่างสองค่ายนี้ก็คือทาง Samsung นั้นใส่ตัวอ่านแบบเดียวกับที่ใช้กันอยู่บนโน้ตบุค คือจะต้องลากนิ้วผ่านเซนเซอร์ ไม่เหมือนกับค่าย Apple ที่จ่อนิ้วเพื่ออ่านได้เลย อันนี้ก็แล้วแต่คนชอบล่ะครับ โดยส่วนตัวไม่ชอบการใช้เลยทั้งสองวิธี แต่ถ้าต้องเลือกก็คงจะเลือกแบบเอานิ้วจ่อ เพราะขี้เกียจจะถือสมาร์ทโฟนจอใหญ่ๆ ด้วยมือข้างหนึ่ง แล้วเอาอีกข้างรูดลง แต่ก็ไม่ได้แปลว่าทุกๆ คนจะคิดเหมือนกับผมนะ

สำหรับการอ่านลายนิ้วมือนั้นถ้าทำได้เฉพาะการปลดล็อกโทรศัพท์ก็อาจจะดูมีมูลค่าน้อยไปหน่อย ทาง Samsung ก็เลยไปคุยกับ PayPal ผู้ให้บริการทางการเงินรายใหญ่ของโลกอินเทอร์เน็ทพัฒนาระบบร่วมกัน ทำให้สามารถโอนเงินได้ โดยไม่ต้องใช้พาสเวิร์ด แต่ใช้ลายนิ้วมือแทน แม้จะฟังดูดี แต่ถ้างานนี้ทาง Samsung นำไปประยุกต์ใช้แค่ PayPal เท่านั้น ไม่มีความสัมพันธ์กับรายอื่นๆ ก็อาจจะแป้กแทนได้ครับ (ไม่ใช่ทุกคนบนโลกใช้ PayPal) ถ้าจะให้ดีภายใน 3 เดือนหลังจากนี้ Samsung ควรจะหาพันธมิตรรายใหญ่ ให้ได้อย่างน้อย 3 – 4 ราย ที่จะใช้ตัวอ่านลายนิ้วมือเพื่อใช้บริการได้ หรือไม่เช่นนั้นควรจะจับมือเป็นพันธมิตรกับผู้ให้บริการในแต่ละประเทศ เพื่อตีตลาดเป็นรายประเทศไปครับ

dsc-1288-1[1]

ส่วนอีกอย่างหนึ่งที่น่าสนใจ แต่คงไม่ใช่สำหรับทุกคนก็คือเซนเซอร์วัดอัตราเต้นของหัวใจ แน่นอนว่างานนี้ใส่มาเพื่อ S-Health แน่นอน เป็นอีกสัญญาณหนึ่งว่า Samsung เองก็พยายามจะผลักให้ Samsung Galaxy S5 มีที่ยืนในกลุ่มฟิตเนสด้วย ลองคิดดูว่าถ้าวงการฟิตเนสทุกคนถามว่าใช้โทรศัพท์อะไรดี? แล้วมีคนตอบว่า ใช้ Samsung Galaxy S5 สิ ไม่ต้องซื้ออุปกรณ์เสริมเลยนะ แค่นี้ก็หล่อแล้ว แถมถ้าคนฟังสัก 1% ไปซื้อมาใช้งาน แค่นี้ก็ขายได้อีกเยอะแล้ว

แต่ก็น่าแปลกใจเหมือนกัน เพราะว่า S-Health นั้นไม่ได้รับการผลักดันมากอย่างที่ควร ถือได้ว่าเป็นบริการ และซอฟท์แวร์ที่ค่อนข้างเงียบตัวหนึ่งของ Samsung ด้วยซ้ำไป บางทีอาจจะเป็นเพราะว่า S-Health นั้นมีบน Samsung เท่านั้น และมีไม่ครบทุกเครื่องเสียด้วยซ้ำไป (มีแค่รุ่นท็อปอย่าง Galaxy S และ Galaxy Note) อาจจะเห็นเหตุผลให้ Samsung พิจารณาแล้วเห็นว่าไม่ควรอัดฉีดเงินโฆษณามากสักเท่าไหร่ จริงๆ แล้ว Samsung ควรจะจัดเต็มเซนเซอร์เหล่านี้เข้าไปยังสมาร์ทโฟนรุ่นท็อป รองท็อป รองรองท็อป ให้หมด และผลักให้ผู้ใช้งานสามารถใช้ S-Health ได้ในหลายๆ เครื่อง แต่มีความสามารถแตกต่างกันไป เช่นรุ่นท็อปมีฟีเจอร์บางอย่างที่รุ่นรองใช้งานไม่ได้ เนื่องจากไม่มีเซนเซอร์เฉพาะทาง (เป็นการบีบให้ผู้ที่ต้องการใช้งานครบทุกฟีเจอร์ต้องซื้อ Galaxy S5, Galaxy Note 3) เป็นต้น น่าจะดีกว่าใส่เฉพาะรุ่นเท่านั้น มันไม่สุดแบบนี้จะโฆษณาก็ไม่คุ้ม แต่ก็กลายเป็นแป้กไป เพราะไม่ได้รับการใส่ใจ

dsc-1281-1[1]

สำหรับแง่ของฮาร์ดแวร์ดีไซน์นั้น Samsung Galaxy S5 และ Samsung Galaxy Note 3 นั้นต่างกันไม่มาก (ที่จริงอายุห่างกันแค่ 6 เดือนเองนะ) แน่นอนว่าเรือธงทั้งสองซีรีส์นี้จะมีสเปคจัดเต็มที่เท่าๆ กันด้วยซ้ำไป ไม่ว่าจะเป็น RAM, CPU, Feature ทางด้านซอฟท์แวร์ หรือส่วนเสริมอย่างเช่น MicroUSB 3.0 เรียกได้ว่ารุ่นไหนใส่ฟีเจอร์ไหนเข้ามา ก็แทบจะยกขโยงตามมากันติดๆ

น่าแปลกใจที่ Samsung Galaxy S5 นั้นมี RAM เพียง 2GB เท่านั้น (ไม่ใช่ 3GB อย่างที่เป็นใน Samsung Galaxy Note 3)

gs5-4[1]

เรื่องของกล้องที่ถือได้ว่าเป็นสิ่งที่ขาดไปไม่ได้แล้วสำหรับสมาร์ทโฟน ในข่าวก็ระบุไว้ว่าจะเป็นกล้องแบบ 16Megapixel ที่มีฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่รีดเค้นประสิทธิภาพซอฟท์แวร์ ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายวิดิโอและภาพนิ่งแบบ HDR สดๆ (สุดยอด!! ไม่ต้องถ่ายก่อน ดูทีหลังแล้ว) นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ใหม่ๆ อีกหลายตัวด้วยกัน อย่างเช่น Selective Focus ที่ทำให้ภาพเบลอได้ในตำแหน่งที่เราต้องการ นอกจากนี้ยังถ่ายวิดิโอแบบ 4K ได้อีกด้วย (เช่นเดียวกับ Galaxy Note 3 4G) และฟีเจอร์ที่ฟังดูดี (แต่คงจะฟันธงไม่ได้จนกว่าจะได้ลองจริงๆ) อย่างกล้องที่มีความเร็วในการโฟกัส 0.3 วินาทีเลยล่ะ

gs5-24[1]

สำหรับฟีเจอร์ที่ขาดๆ ไปตัวเลือกที่ Samsung เลือกมาก็คือผลักมันไปอยู่บนนาฬิกาข้อมือให้หมด แม้ว่าตัวโทรศัพท์จะมีฟีเจอร์อย่างการตรวจจับชีพจร แต่เราก็ไม่ได้ถือโทรศัพท์ตลอดเวลา ทำให้มันติดตามข้อมูลได้เฉพาะตอนที่เราถือ งานนี้ทาง Samsung ตัดสินใจใส่ฟีเจอร์เหล่านี้เข้าไปยัง Gear Fit (ไม่มีคำว่า Galaxy แล้วนะ!) โดยจะติดตามเก็บข้อมูลตลอดเวลา แล้วซิงค์เข้าสมาร์ทโฟนเป็นระยะๆ แน่นอนแอพที่ใช้งานเพื่อซิงค์ก็คือ S-Health นั่นเอง

dsc-1290-1[1]

เมื่อพิจารณาแล้วของใหม่ๆ ในปีนี้จริงๆ ก็คงจะเป็นการกันน้ำ, มีที่อ่านลายนิ้วมือ, ใช้ MicroUSB 3.0 และวัสดุที่ไม่เหมือนพลาสติกโพลีคาร์บอเนตอย่างที่เคยเป็น ส่วนเซนเซอร์วัดอัตราเต้นของหัวใจถือว่าเป็นการต่อยอด S-Health, หน้าจอ หน่วยประมวลผล กล้อง แบตเตอรี นั้นดีขึ้นกว่าของเก่าเป็นไฟต์บังคับอยู่แล้ว ถือได้ว่าของเล่นใหม่ไม่เยอะอย่างที่หลายๆ คนคาดหวังนั่นเองครับ ส่วนฟีเจอร์ที่ชนะรายอื่นขาดลอยเช่นเดิมก็คงจะเป็นการที่แกะฝาหลังได้ เปลี่ยนแบตเตอรีได้ (มันกลายเป็นฟีเจอร์ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ) รวมไปถึงใส่ MicroSD ได้อีกด้วย ถ้าใครต้องการสมาร์ทโฟนฟีเจอร์เยอะ และแกะฝาหลังได้ สุดท้ายแล้วตัวเลือกก็เหลือเพียง Samsung Galaxy เท่านั้นครับ

ว่าแต่คุณรู้สึกว่า Samsung Galaxy S5 นั้น Wow หรือเปล่า? ผิดหวังหรือเกินคาดอย่างไรสามารถแสดงความเห็น (อย่างสุภาพ) ได้ที่ด้านล่างเลยครับ