Preview : Samsung Galaxy S5 ความประทับใจที่ยังไม่สุดโต่ง

S5086ปกติแล้วเราจะเปลี่ยนอะไรก็ตามเพื่อสิ่งที่ดีกว่าเสมอ ถือเป็นเรื่องปกติกันอยู่แล้ว เข้าใจกันได้ไม่ยาก และหากมาพูดถึงตลาด Smartphone แล้วนั้น การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วถือเป็นเรื่องธรรมดาของวงการนี้ การมาของ Samsung Galaxy S4 เมื่อกลางปีที่แล้ว ผลลัพธ์จนถึงตอนนี้หลายคนคงได้เห็นแล้ว ว่ามันประสบความสำเร็จมากน้อยแค่ไหน แต่มาวันนี้การมาของ Samsung Galaxy S5 ถือว่าเป็นการปรับปรุงอีกครั้งที่น่าจับตาดูว่าจะสามารถลบคำครหาของ Galaxy S4 ไปได้รึเปล่า ซึ่งวันนี้ผมมีโอกาสดีในการสัมผัสตัวเครื่องมาแล้วก็เลยจะมาเล่าให้ฟังกันครับ

S5092
ก่อนจะไปเล่า ขอเกริ่นความสามารถหลักๆของ Samsung Galaxy S5 ที่โดดเด่นและดูมีความแตกต่างกับรุ่นเก่ากันซะก่อน อย่างแรกที่อยากจะพูดถึงเลยก็คือเรื่องของการกันน้ำกันฝุ่นมาตรฐาน IP67 ที่ในที่สุดก็ใส่มาให้ได้กระตุ้นต่อมความอยากได้กันเล็กน้อย ตามด้วยความสามารถ Fast Focus 0.3 วินาที ที่ทำให้ถ่ายภาพได้ไวขึ้นด้วยโฟกัสที่แม่นยำ แถมด้วยอีก 1 ความสามารถทางด้านกล้องก็คือ Selective Focus ที่สามารถเลือกโฟกัสวัสตุด้านหน้าหรือด้านหลังก็ได้แล้วแต่จะปรับ ในแง่แบตเตอรี่ยังมีโหมด Ultra Power saving เพิ่มเข้ามาทำให้ประหยัดพลังงานได้มากเป็นเท่าตัวเลยทีเดียวและสุดท้ายก็คือตัวเซ็นเซอร์ Heart rate ที่สามารถวัดอัตราการเต้นของหัวใจได้นั่นเอง
S5072
S5119 S5107 S5108
เห็นความสามารถมากมายขนาดนี้ ถึงเวลาจับเครื่องครั้งแรกก็รู้สึกได้ถึงความเป็น Samsung คือมันมีความโค้งและเป็นพลาสติก และอยากจะบอกว่ารูปแบบของเครื่องนั้นแทบไม่แตกต่างไปจาก Galaxy Grand 2 ที่ขายดิบขายดีในตอนนี้ซักเท่าไรนัก ด้านหน้าเรียกว่าก็อบกันมาเลยก็ว่าได้ ตัวฝาหลังเองถูกปรับเปลี่ยนให้ดูมีลวดลายมากขึ้น แต่ผิวยังคงใช้ texture เป็นหนังเหมือนเหมือน (ส่วนตัวว่าแบบเดิมสวยกว่านะ) มีกล้องออกแบบขอบเหลี่ยม 16 ล้านพิกเซล พร้อม LED Flash ทั้งนี้ยังมีตัว Sensor ใหม่ ครั้งแรกกับ Smartphone ที่เอาเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจมาไว้ที่ด้านหลังเครื่อง เพื่อตรวจวัดได้ทันทีหลังทำกิจกรรมต่างๆ
S5128 S5125 S5126 S5127
ส่วนขอบข้างเครื่องเองมีการทำให้ขอบกลางนูนออกมาเล็กน้อย มองแล้วดูหรูหราขึ้นเล็กๆ ส่วนการวางปุ่มต่างๆยังคงคล้ายคลึงกับรุ่นก่อนๆ คือเอาปุ่ม Power ไว้ด้านขวา ส่วนเพิ่ม/ลดเสียงไว้ด้านซ้าย ส่วนบนเองมีช่องใส่หูฟัง 3.5 มม. พร้อมกับไมค์ตัดเสียงรบกวนโดยรอบ และที่สำคัญมีอินฟราเรดติดมาให้เอาไว้ใช้งานควบคุมพวกเครื่องมัลติมีเดียต่างๆได้เหมือนกันกับ Galaxy Note 3 นั่นเอง
S5104 S5101
ช่องเชื่อมต่อด้านล่าง เนื่องจากตัวเครื่องกันน้ำกันฝุ่นได้ มาตรฐาน IP67 ก็เลยมีฝาปิดมาให้ โดยเปิดออกมาได้ไม่ยาก แต่แอบใส่กลับยากพอสมควรคือมันเหมือนจะไม่แน่นยังไงพิกล ซึ่งถ้าเปิดออกมาแล้วจะพบกับช่อง microUSB 3.0 ที่เป็นหัวใหญ่เหมือนกับ Galaxy Note 3 แต่แน่นอนว่าเอา microUSB 2.0 หัวชาร์จทั่วๆไปมาเสียบชาร์ตได้เช่นกัน
S5138 S5132 S5133
ทดลองแกะฝาหลังออกมา การออกแบบเก็บฝาหลังยังคงสไตล์ของ Samsung คือใช้โทนสีเทาเก็บรายละเอียดได้ครบถ้วน สำหรับการวางตำแหน่งต่างๆหรือพวกช่องใส่ซิมและ microSD card นั้นยังคล้ายๆกับของ Galaxy Note 3 คือมีการวางช่อง microSIM และ microSD ไว้ที่ตำแหน่งเดียวกัน (ซ้อนกัน) หากจะถอดซิมต้องถอดแบตเตอรี่ก่อนครับ และแน่นอนแบตเตอรี่มาพร้อมกับ NFC ติดที่ด้านหลังทำให้ไม่เปลืองพื้นที่ในการออกแบบตัวเครื่องครับ
S5134
ที่ฝาหลังเองมีซีลยางที่เอาไว้กันน้ำตามมาตรฐาน นั่นหมายความว่าถ้าเอาเครื่องไปแช่น้ำมัน ตัวน้ำมันจะซึมเข้ามาได้ลึกพอสมควร แต่จะถูกซีลซึ่งกันตัวเครื่องส่วนสำคัญๆไม่ให้น้ำเข้ามาได้ แต่ทว่ามันมีซีลแค่นี้ก็น่าเสียวอยู่เหมือนกันนะครับเวลาเอาไปแช่น้ำเนี่ย จะให้ดีน่าจะเอาไว้แค่กันน้ำสาดหรือหกใส่ก็พอนะครับ
S5088
ภาพรวมการออกแบบอย่างที่บอกไปในช่วงแรกครับว่า มันยังให้ความเป็น Samsung เหมือนเดิม แต่ด้วยความที่ไม่แตกต่างนี้เองทำให้ความประทับใจเพิ่มเติมของผมไม่ค่อยมีเท่าไรนัก คือจับแล้วไม่ได้รู้สึกว้าว อย่างที่คิด ส่วนของขอบจอเองก็ยังไม่ได้บางเหมือนกับทาง LG G2 ทำให้ในภาพรวมในด้านการออกแบบไม่ค่อยมีอะไรใหม่ไปจากเดิมมากนัก แค่เปลี่ยนลายฝาหลังเท่านั้นเอง…
S5142 S5141
S5130 S5117 S5118 S5119
ด้าน Software ภายในจากที่ทดสอบลองเล่นคร่าวๆ ตัวเครื่องค่อนข้างไหลลื่น ไม่มีให้เห็นว่ากระตุกหรือค้าง แม้เปิดโปรแกรมพร้อมๆกันเยอะๆก็ตาม หน้าตาของ UI เป็น TouchWiz เวอร์ชั่นใหม่ สวยงามมากขึ้นตัวไอคอนมีการเล่นมิติและเพิ่มสีสันมากกว่าเดิม ทำให้มันดูเหมือนการ์ตูนขึ้นมาอีกนิด ทั้งนี้การใส่ Effect การเคลื่อนไหวก็ดูมีความอัลงการของตัว Galaxy S4 เล็กน้อย แต่ในภาพรวมหากตัดเรื่องสีสันออกไปนั้น ก็แทบไม่ได้ต่างกับของเดิมเลย
S5112 S5180

S5182

กล้องหลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ลองเล่นดูพบว่าตัวฟังก์ชันกล้องปกติไม่ได้มีอะไรใหม่มากจนน่าสนใจนัก ที่ใหม่เห็นจะเป็น Selective Focus ที่ทำให้เราเลือกโฟกัสภาพด้านหน้าหรือหลัง หลังจากการถ่ายภาพได้ ซึ่งตรงนี้ลองคร่าวๆต้องบอกว่า Galaxy S5 นั้นทำได้ค่อนข้างจำกัด ต้องถ่ายในระยะใกล้เท่านั้นถึงจะทำ Selective Focus ได้ ถ้าไกลเกินประมาณ 1 เมตรก็ใช้ไม่ได้แล้ว

S5181

อีกเรื่องก็คือเรื่องของการโฟกัสที่เร็วขึ้น ซึ่งจากที่ลองคร่าวๆก็พบว่าเร็วขึ้นจริงครับ ถ่ายเร็วขึ้น แต่ภาพก็ยังเบลอๆง่ายเหมือนเดิม เวลาถ่ายมือจะต้องนิ่งจริงๆ ไม่ก็ต้องจับ 2 มือ ในแง่คุณภาพจากที่เช็คคร่าวๆดูในจอเครื่องพบว่า ทำได้ค่อนข้างดี ทั้งการเก็บรายละเอียดและแสงสี แต่พอซูมไปแล้วยังพบความแตกหยาบบ้างเล็กน้อย อย่างไรก็ตามถ้ามาว่ากันที่กล้องหน้าแล้วต้องบอกว่า 2 ล้านพิกเซลที่ให้มานี้แลจะน้อยไป หรือบางทีอาจจะเป็นที่ตัว Software เพราะเวลาถ่ายภาพแล้ว ภาพจะหยาบมาก เรียกว่าไม่ดีเอาซะเลยก็ว่าได้ หวังว่าจะมีการแก้ไขกันต่อไป
S5123
Samsung Galaxy S5 กับการจับคร่าวๆครั้งนี้ บอกตรงๆครับประทับใจแต่ยังไม่สุดโต่งเท่าไรนัก มองดีดีมันยังไม่สามารถฉีกจาก Galaxy S4 ได้อย่างชัดเจนนัก ด้วยความสามารถหลายๆอย่างที่เพิ่มเข้ามานั้นส่วนใหญ่จะเป็นแบบที่เรียกว่า ต้องใช้ถึงจะรู้ ต้องลองเองถึงจะใช่ แค่บรรยายมันอาจจะยังไม่พอที่จะทำให้เห็นภาพได้แบบชัดเจน อย่างไรก็ดีหากใครที่เป็นสาวก Samsung ผมเชื่อว่านี่คือ 1 ในรุ่นที่คุณต้องคว้ามันมาใช้งานได้อย่างไม่ต้องตัดสินใจมากนัก แต่หากกำลังหา Smartphone ตัวใหม่ หรือเปลี่ยนจากรุ่นเก่ามา ขอแนะนำว่าให้ลองก่อนซื้อครับ ยิ่งด้วยตอนนี้เองหลายค่ายก็ทยอยเปิดรุ่นท็อปกันออกมาเยอะแล้ว ดังนั้นรอและลองก่อนไม่เสียหายครับ ยังไงถ้าทางเว็บได้เครื่องมาแล้วจะรีวิวเต็มๆกันอีกทีครับกะผม