กสทช.เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ “ร่างไกล่เกลี่ย” ระบุเพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคในการระงับข้อพิพาทด้านกิจการโทรคมนาคม

ดร.สุทธิ พล ทวีชัยการ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ด้านกฎหมาย ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการบูรณาการและปรับปรุงกฎหมายและระเบียบด้านโทรคมนาคม เปิดเผยถึงความคืบหน้า ในการจัดทำร่างระเบียบ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ว่าด้วยการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทระหว่างผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมและผู้ร้องเรียน พ.ศ. … ว่า หลังจากที่บอร์ดกสทช.มีมติเห็นชอบในหลักการของร่างระเบียบฯนี้ พร้อมให้ดำเนินการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะตามมาตรา 28 แห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ.2553 แล้ว สำนักงานฯได้ดำเนินการจัดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะในสองช่องทาง คือ รับฟังทางเว็ปไซด์ของสำนักงาน กสทช. โดยดำเนินการตั้งแต่วันที่  9 กรกฎาคม ถึง วันที่ 9 สิงหาคม 2555 สำหรับช่องทางที่สอง เป็นมาตรการเสริมจากช่องทางแรก คือ การจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ ซึ่งจัดขึ้นในวันนี้ ( 25 กรกฎาคม 2555)  ตั้งแต่เวลา 8.30-13.30 น.  ณ ห้องแกรนด์ บอลรูม โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ  โดยมี พลอากาศเอก ธเรศ ปุณศรี ประธาน (กสทช.)  เป็นประธานเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นสาธารณะดังกล่าว

ทั้งนี้ไฮไลท์ของเวทีรับความคิดเห็นสาธารณะในครั้งนี้ ทางสำนักงาน กสทช.ได้รับเกียรติจาก ศ.ดร.นพ. วันชัย วัฒนศัพท์ ผู้อำนวยการหลักสูตรการจัดการ ความขัดแย้งด้วยสันติวิธี สถาบันพระปกเกล้า เป็นวิทยากร ในการปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ ความจำเป็น และประโยชน์ ของการนำระบบไกล่เกลี่ยมาใช้ในการระงับข้อพิพาทระหว่างผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมและผู้บริโภค  ทั้งนี้เพื่อเติมเต็มองค์ความรู้แก่ผู้เข้าร่วมรับฟังความคิดเห็นสาธารณะได้เข้าใจถึงแนวทางในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในกรณีของการใช้บริการสื่อสารและโทรคมนาคม ที่มีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจึงต้องมีกฎกติกาในการปฏิบัติและมีการกำกับดูแลให้เกิดความยุติธรรม ซึ่งแม้แต่สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ หรือ ITU ก็สนับสนุนให้ใช้การแก้ไขปัญหาข้อพิพาทโดยใช้กลไกทางเลือกที่รวมถึงวิธีการไกล่เกลี่ยโดยคนกลางด้วย รวมทั้งในคดีแพ่งและพาณิชย์และคดีอาญาประเภทความผิดที่ยอมความได้ แม้จะมีการนำคดีดังกล่าวไปฟ้องร้องต่อศาล กฎหมายก็ยังเปิดช่องให้สามารถนำคดีดังกล่าวเข้าสู่ระบบไกล่เกลี่ยโดยความสมัครใจของคู่ความเพื่อทำให้การระงับข้อพิพาทเป็นไปอย่างรวดเร็วขึ้น หากกสทช.ไม่นำกลไกทางเลือกมาช่วยในการระงับข้อพิพาททั้งๆที่มีโอกาสแล้ว ก็อาจจะถูกมองว่าไม่บริหารจัดการข้อพิพาทให้เสร็จสิ้นไปด้วยความรวดเร็ว และทำให้คู่กรณีขาดโอกาสที่จะใช้กลไกไกล่เกลี่ยเป็นทางเลือกอันมีประสิทธิภาพที่จะช่วยในการระงับข้อพิพาท ฉะนั้นการนำระบบไกล่เกลี่ยมาใช้จึงมิใช่การเลี่ยงการบังคับใช้กฎหมาย ในทางตรงกันข้าม กลไกไกล่เกลี่ยจะทำให้การบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยเพิ่มอำนาจต่อรองคู่กรณีที่มีอำนาจการต่อรองที่ต่ำกว่าในการเจรจาส่งผลให้เกิดความยุติธรรมมากขึ้น โดยทำให้ข้อพิพาทสามารถยุติลงด้วยความรวดเร็วและด้วยความพอใจของคู่กรณีทั้งสองฝ่าย ดังนั้นจึงหวังว่าทุกฝ่ายจะใช้เวทีรับฟังความคิดเห็นต่อร่างระเบียบฯนี้ในเชิงสร้างสรรค์เพื่อกำหนดกฎกติการ่วมกัน ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติ และประชาชน  ตลอดจนอุตสาหกรรมโทรคมนาคมโดยรวม