วัดกันหน่อย! มาดูฟีเจอร์และภาพถ่ายจาก 2 มือถือเรือธง Samsung Galaxy Note 8 และ Apple iPhone 8 Plus

compare-photo-note8-iphone8plus-05สมาร์ทโฟนถ่ายรูปได้สวย อาจเป็นหนึ่งในเหตุผลอันดับต้นๆ ที่ทำให้ใครหลายคนตัดสินใจซื้อมือถือเครื่องนั้น เช่นเดียวกันกับบรรดาแบรนด์ผู้ผลิตที่ต่างพัฒนาประสิทธิภาพ หรือเสริมฟังก์ชั่นใหม่ให้กับกล้องกันอย่างต่อเนื่อง เช่นในปัจจุบันที่เราจะเห็นสมาร์ทโฟนระดับกลางขึ้นไปเริ่มมาพร้อมกับกล้องถ่ายภาพแบบเลนส์คู่มากขึ้น

สำหรับมวยคู่เอกที่ค่อนข้างสมน้ำสมเนื้อกันที่สุดในเวลานี้อย่าง Samsung Galaxy Note 8 และ Apple iPhone 8 Plus ที่ต่างก็เป็นรุ่นเรือธงของ 2 แบรนด์ยอดนิยม ที่ในขณะที่บทความกำลังเผยแพร่ Galaxy Note 8 ได้วางจำหน่ายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และ iPhone 8 / 8 Plus มีกำหนดวางจำหน่ายในวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้ ทางทีมงานเลยนำภาพมาจับคู่กัน และเชื่อว่าใครหลายคนก็คงอยากจะรู้ด้วยว่าโหมดถ่ายภาพแบบไหนของใครดี หรือฟีเจอร์ไหนของใครเจ๋ง เลยเป็นที่มาของการนำภาพมาให้ได้ชมจากการถ่ายภาพรูปแบบต่างๆ จากมุมและสถานที่เดียวกัน

compare-photo-note8-iphone8plus-04ก่อนอื่น เรามาดูคุณสมบัติที่เกี่ยวกับกล้องของสมาร์ทโฟนทั้ง 2 รุ่นนี้กันก่อน โดย Galaxy Note 8 นั้นก็เป็นสมาร์ทโฟนตัวแรกที่ทางแบรนด์ Samsung ใส่กล้องหลักด้านหลังมาแบบเลนส์คู่ คือเลนส์ Wide-angle ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.7 กับเลนส์ Telephoto ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4 รองรับการซูมแบบ Optical ได้ 2 เท่า มีคุณสมบัติป้องกันภาพสั่นไหว (OIS) ทั้ง 2 เลนส์

พร้อมกับมี Live Focus ถ่ายหน้าชัดหลังละลาย ที่ปรับความเบลอของพื้นหลังได้ตามต้องการ อีกทั้ง Dual Capture ที่ถ่ายได้ภาพทั้งระยะใกล้และไกลพร้อมกัน จากการกดชัตเตอร์เพียงครั้งเดียว ส่วนกล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.7 และ Smart Auto Focus จับโฟกัสใบหน้าแบบอัตโนมัติ

compare-photo-note8-iphone8plus-01Samsung Galaxy Note 8
กล้องหลัง
Wide-angle Camera Dual Pixel 12MP, f/1.7, Pixel size: 1.4µm, Sensor size: 1/2.55″, Sensor ratio: 4:3, FOV: 77°
– Telephoto Camera 12MP, f/2.4, Pixel size: 1.0µm, Sensor size: 1/3.6″, Sensor ratio: 4:3, FOV: 45°
– Dual OIS, Optical zoom 2X, Digital zoom up to 10X
– Live Focus, Dual Capture
– Pro mode, Food mode, Panorama, Hyperlapse, Slow motion
กล้องหน้า
– 8MP, f/1.7, Pixel size: 1.22µm, Sensor size: 1/3.6″, Sensor ratio: 4:3, FOV: 80°
– Smart Auto Focus, Selective Focus
– Wide Selfie

ส่วน iPhone 8 Plus นับว่าเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นที่ 2 ของ Apple ถัดจาก iPhone 7 Plus ที่ใช้กล้องหลักด้านหลังแบบเลนส์คู่ ซึ่งเลนส์ทั้ง 2 ก็จะคล้ายกันกับ Samsung Galaxy Note 8 คือเป็นเลนส์ Wide-angle ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8 กับเลนส์ Telephoto ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.8 รองรับการซูมแบบ Optical และมีคุณสมบัติป้องกันภาพสั่นไหว (OIS) ทั้ง 2 เลนส์เช่นเดียวกัน

ขณะที่ Portrait Lighting หรือการจัดแสงภาพถ่ายบุคคลในรูปแบบต่างๆ เช่น Contour Light, Natural Light, Studio Light, Stage Light, และ Stage Light Mono ก็ถือว่าเป็นหนึ่งในฟีเจอร์เด็ดที่มีมาให้เฉพาะสำหรับ iPhone 8 Plus และ iPhone X ส่วนกล้องหน้าความละเอียด 7 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2

ซึ่งความสามารถของ Portrait Lighting ยังเป็น Demo อยู่ เชื่อว่า หาก Firmware สมบูรณ์แบบแล้ว มันจะทำหน้าที่ของมันได้อย่างดีเยี่ยม

compare-photo-note8-iphone8plus-02Apple iPhone 8 Plus
กล้องหลัง
– Wide-angle Camera 12MP, f/1.8
– Telephoto Camera 12MP, f/2.8
– Quad-LED True Tone flash with Slow Sync
– Dual OIS, Optical zoom, Digital zoom up to 10X
– Autofocus with Focus Pixels, Tap to focus with Focus Pixels, Auto HDR
– Portrait mode, Portrait Lighting (beta), Burst mode, Timer mode
กล้องหน้า
– 7MP, f/2.2
– Retina Flash
– Auto HDR
– Burst mode, Timer mode

จะเห็นว่าเลนส์ตัวหลักของทั้ง 2 รุ่นนี้มีความใกล้เคียงกันมาก ต่างกันในเรื่องของรูรับแสง และทาง Samsung Galaxy Note 8 จะมีเทคโนโลยี Dual Pixel พร้อมกับความละเอียดของกล้องหน้าที่มากว่าเล็กน้อย ทีนี้เรามาลองดูภาพถ่ายจริงที่ถ่ายจากสมาร์ทโฟน 2 รุ่นนี้กันเลย

(ภาพบนของ Galaxy Note 8 / ภาพล่างของ iPhone 8 Plus)

note8_01

Galaxy Note 8

iphone8plus_01

iPhone 8 Plus

note8_02

Galaxy Note 8

iphone8plus_02

iPhone 8 Plus

note8_09

Galaxy Note 8

iphone8plus_09

iPhone 8 Plus

note8_13

Galaxy Note 8

iphone8plus_13

iPhone 8 Plus

note8_19

Galaxy Note 8

iphone8plus_19

iPhone 8 Plus

note8_21

Galaxy Note 8

iphone8plus_21

iPhone 8 Plus

note8_25

Galaxy Note 8

iphone8plus_25

iPhone 8 Plus

note8_28

Galaxy Note 8

iphone8plus_28

iPhone 8 Plus

note8_32

Galaxy Note 8

iphone8plus_32

iPhone 8 Plus

note8_37

Galaxy Note 8

iphone8plus_37

iPhone 8 Plus

note8_43

Galaxy Note 8

iphone8plus_43

iPhone 8 Plus

note8_44

Galaxy Note 8

iphone8plus_44

iPhone 8 Plus

note8_49

Galaxy Note 8

iphone8plus_49

iPhone 8 Plus

note8_50

Galaxy Note 8

iphone8plus_50

iPhone 8 Plus

note8_57

Galaxy Note 8

iphone8plus_57

iPhone 8 Plus

Portrait Lighting (iPhone 8 Plus)

iphone8plus_58

Portrait Lighting (iPhone 8 Plus)

iphone8plus_59

Portrait Lighting (iPhone 8 Plus)

iphone8plus_60

Portrait Lighting (iPhone 8 Plus)

iphone8plus_61

Portrait Lighting (iPhone 8 Plus)

iphone8plus_62

Portrait Lighting (iPhone 8 Plus)

iphone8plus_64

Portrait Lighting (iPhone 8 Plus)

รูปทั้งหมดที่ทางเรานำมาให้ชมเทียบแบบภาพต่อภาพแล้ว เชื่อว่า กล้องจากสมาร์ทโฟนทั้งสองรุ่น โดยรวมแล้วทำหน้าที่ของมันได้อย่างดีที่สุดในสไตล์ของมัน โดยเฉพาะภาพจาก iPhone 8 Plus ที่เน้นให้ภาพแบบสมจริง การปรับภาพที่นำไปพร้อมใช้ อาจจะด้อยไปกว่า Galaxy Note 8 ที่ให้ภาพ ที่ดูสด สว่าง ระบบการปรับภาพที่เน้นให้สว่างพร้อมใช้งาน อาจจะไปกลบรายละเอียดของวัตถุ ให้กลืนไปกับความสว่าง

compare-photo-note8-iphone8plus-03แต่การถ่ายภาพกลางคืน หรือในที่สว่างน้อย ตัว Note 8 ทำผลงานได้ดีกว่า iPhone 8 Plus ทั้งเรื่องของการถ่ายรูปแบบ Pro ที่มีให้ Galaxy Note 8 การปรับการประมวลผลของภาพให้เก็บภาพในที่มืดดีกว่า ทั้งนี้ เว็บไซต์ DxOMark ให้คะแนน Samsung Galaxy ได้คะแนน เสมอกับ iPhone 8 Plus ที่ 94 แต้ม

ส่วนการถ่ายภาพนิ่ง DxOMark ให้คะแนน Galaxy Note 8 เต็ม 100 คะแนน ทิ้งห่างจาก iPhone 8 Plus ที่ได้คะแนนด้านไปนี้ 96 คะแนน ส่วนการถ่าย VDO นั้น Galaxy Note 8 ได้ 84 คะแนน น้อยกว่า iPhone 8 Plus ที่ได้ 89 คะแนน เมื่อจับคะแนนมาคำนวนกัน เลยทำให้ ผลคะแนนรวมทั้งสอง ได้ ที่ 94 คะแนน

ทีมงาน mxphone เลยสรุปการใช้งานกล้องทั้ง Galaxy Note 8 และ iPhone 8 Plus ว่า ชอบถ่ายแบบไหน หรือชอบภาพที่ออกมาจากกล้องตัวใด ก็เลือกใช้งานได้ตามที่ต้องการครับ

1-film-focus-iphone8-18และใครที่กำลังวางแผนซื้อ iPhone 8 / iPhone 8 Plus ตอนนี้ Focus ได้มีสินค้าใหม่ล่าสุด Focus Super Glass 3D Full Frame กระจกกันรอยเต็มจอลงโค้งแข็งแกร่งพิเศษ ด้วยนวัตกรรม Strength Plus Technology ที่จะสร้างความแข็งแรงให้กับกระจก ทำให้มีความยืดหยุ่น รองรับแรกกระแทกได้ดี และปกป้องครอบคลุมถึงขอบโค้ง อีกระดับของการปกป้องที่มากกว่า ตอบโจทย์ทุกการใช้งานของผู้บริโภค รองรับในรุ่น iPhone

หาซื้อได้ตามร้านมือถือชั้นนำทั่วไปได้เลย (ตอนนี้หลายๆ ร้านสต๊อกของไว้แล้ว) และทั้งหมดนี้ ก็เป็นทั้งหมดของการนำภาพจากกล้องทั้งสองรุ่นมาเปรียบเทียบกัน และครั้งต่อไปไม่พลาดแน่ๆ กับ Preview iPhone X ที่ทีมงานจะได้เครื่องมาในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนนี้แน่นอน