OPPO Finder “บาง สวย ครบ” นี่คือ Concept

OPPO สร้างปรากฏการณ์ที่ประเทศไทยมาแล้วกับการเปิดตัว OPPO Find 3 ที่ต้องบอกว่าราคาและ Spec รวมกันแล้วถือว่าถูกเกินความคาดหมายมากๆ ทำให้เกิดปรากฏการณ์ขายดีเป็นเทน้ำเทท่าไม่เบา ซึ่งแน่นอนว่าทั้งหมดที่เกิดขึ้นคงไม่ได้เกิดจากแบรนด์แน่ๆเพราะ OPPO เองต้องบอกว่าใหม่มากๆกับตลาด Smartphone ในประเทศไทย คงเป็นเรื่องราคาและ Spec ล้วนๆ

หลังจากมีรุ่นแรกที่ดูจะประสบความสำเร็จ ก็คงต้องมีรุ่นที่ 2 ตามมา ซึ่งมันก็ต้องมานั่งพิสูจน์กันอีกทีว่ามันจะประสบความสำเร็จอีกครั้งรึเปล่า เพราะอย่างที่บอกคือดูแล้ว Find 3 ไม่ได้จะสำเร็จด้วยแบรนด์แต่เป็นเรื่องของราคาและ Spec แต่ถ้า OPPO กะทำตลาดแบบเดิมในรุ่นใหม่อีกมันจะประสบความสำเร็จอีกรึเปล่าอันนี้คงต้องรอดูกับ OPPO Finder รุ่นใหม่ที่กำลังมาในเร็วๆนี้

OPPO Finder ตัวนี้มีจุดเด่นที่ต้องบอกว่าหาตัวจับได้ยากไม่เบาเพราะว่าเครื่องมาพร้อมจุดเด่นที่โดดเด่นมากๆ ก็คือเรื่องของความบางที่ตอนนี้ถือว่าบางที่สุดในโลก ด้วยความบางแค่ 6.65 มม. เท่านั้น ซึ่งทั้งหมดมาจาก Concept ที่ดูธรรมชาติตอบสนองคนทั่วไปคือ บาง สวย ไม่ได้ทำมาแนวแบตเตอรี่อึดและถึก โดยความบางและความสวยนั้นทาง OPPO บอกว่ามันสามารถจะดึงดูดผู้คนรอบข้างได้อีกด้วย

ความบางของเครื่องผมเชื่อว่าถ้าใครได้จับแล้วคงต้องบอกเหมือนผมว่า “ความบางกับความสวยมันเป็นของคู่กันจริงๆนะ”

OPPO Finder มาพร้อมกับด้านหน้าที่ดำล้วน ปุ่มใช้เป็นปุ่ม Capacitive เรืองแสง หน้าจอขนาดใหญ่ 4 นิ้วความละเอียดหน้าจอ WVGA (800×480) เท่ากับรุ่น Find 3 แต่หน้าจอถกเปลี่ยนไปเป็น Super AMOLED เนื่องด้วยเพราะต้องการความบางของเครื่อง เพราะหน้าจอแบบ Super AMOLED นั้นเป็นหน้าจอที่ในชิ้นเดียว/ชั้นเดียวเลย ถ้าเป็น LCD แบบ Find 3 จะมีหน้าจอ 3 ชั้น (ชั้นกระจก, ชั้นหน้าสัมผัส, ชั้นหน้าจอจริง) ทำให้เครื่องหนาขึ้นอีกราว 1 มม. แต่ถ้า Super AMOLED จะสามารถตัดปัญหานี้ออกไปได้ทำให้เครื่องบางลงได้อีกนั่นเอง

หน้าจอ Super AMOLED เองก็โดดเด่นไม่เบาเพราะว่าหน้าจอจะสีสดกว่าจออื่นๆ หลายๆคนอาจจะชอบ แต่ก็มีอัตราการกินไฟที่ไม่เบาเหมือนกัน ถึงแม้ว่าในทางทฤษฎีจะกินไฟน้อยกว่า LCD แต่เวลาใช้งานจริงจะกินไฟมากกว่าครับ

ความบางของเครื่องอยู่ที่ 6.65 มม. อย่างที่บอกคือมีการใช้เทคโนโลยีหลายๆอย่างทำให้มันเล็กลงได้สุดๆ ทั้งหน้าจอ, ระบบระบายความร้อน, MicroSIM หรือแม้กระทั่งตัวชิพเสาสัญญาณและลำโพง Speaker เองยังต้องเชื่อมเป็นชิ้นเดียวกันเพื่อประหยัดพื้นที่เรียกว่าระดมเทคโนโลยีเพื่อทำให้มันบางก็ว่าได้ แต่ว่าอย่างไรก็ตามด้วยความบางมันก็เลยไม่สามารถที่จะแกะฝาหลังหรือแกะอะไรได้เลย

มาถึงเรื่องของ CPU อันนี้ต้องบอกว่าเป็นตัวเดียวกับของ Find 3 ที่เป็นของทาง Qualcomm Snapdragon S3 MSM8260 Dual-Core 1.5GHz แรงไม่เบา ตัว CPU ตัวนี้เป็นตัวเดียวกับบน Sony Xperia S, HTC One S และ HTC Sensation อีกด้วย แต่ทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับ ROM ด้วยว่าทำมาดีแค่ไหน ลื่นแค่ไหน เท่าที่ลองบน OPPO Finder คร่าวๆก็พบว่าทำ ROM ออกมาได้ดีความลื่นอยู่ในระดับดีมากไม่ต่างจาก Find 3 เท่าไรถึงแม้จะยังไม่ Final ก็ตาม ส่วนตัว GPU นั้นเป็น Adreno 220 เหมือนกัน เล่นเกมกราฟฟิคหนักๆสามารถทำได้อยู่

OPPO Finder มาพร้อมกับ RAM 1GB ใช้งานได้ดีแน่นอนเพราะอยู่ในขนาดมาตรฐานเปิดโปรแกรมพร้อมกันได้หลายโปรแกรม ส่วน ROM หรือหน่อยความจำภายในอยู่ที่ 16GB ก็ถือว่าเยอะเพียงพอ แต่ตัวเครื่องไม่สามารถใส่ MicroSD Card เพิ่มได้ด้วยข้อจำกัดความบางของมัน

แบตเตอรี่ของ OPPO Finder ถึงแม้จะบางแต่ก็ใส่แบตเตอรี่มา 1,500 mAh ถือว่าอยู่ในระดับมาตรฐานมือถือทั่วไป อย่างไรก็ตามปีนี้หลายแบรนด์อัพไปเป็น 2000 mAh แล้วสำหรับรุ่นท็อป แต่ Finder ยังถือว่าอยู่ในระดับกลางๆ ให้มาระดับนี้ก็ถือว่าเข้ามาตรฐานแล้วครับ ส่วนที่ชาร์ตเองใช้เป็น MicroUSB ครับด้านบนของเครื่อง นอกจากนี้เองหูฟังก็ยังใช้เป็นแบบ MicroUSB ด้วยเช่นกันเพราะไม่มีช่องใส่หูฟัง3.5 มม.

เรื่องของความร้อนของตัวเครื่องเป็นเรื่องที่ตอนนี้แบรนด์มือถือหลายแบรนด์ต้องหันมาสนใจเพราะว่ามีผลมากต่อการเลือกซื้อของผู้บริโภค เราคงไม่ไอยากได้โทรศัพท์มือถือที่ร้อนจนไม่อยากคุยโทรศัพท์หรอกนะ….ตัวระบบระบายความร้อนของตัวเครื่อง OPPO Finder มีการออกแบบให้รวมความร้อนไว้ที่ด้านหลังเครื่องอย่างเดียวเพื่อให้ใช้งานการโทรศัพท์ได้อย่างดีและมีประสิทธิภาพ จุดสำคัญอยู่ที่ตรงฝาหลังตรงกลางของเครื่องที่ภายนอกที่เราจับๆกันคือเป็นเหล็กนั่นแหละครับ โดยที่ใต้ฝาเหล็กนั้นมีธาตุแกรไฟต์ที่คอยนำความร้อนมากระจายสู่แผ่นเหล็กทั้งแผ่นเพื่อไม่ให้ร้อนเกินไป ยิ่งแผ่นใหญ่ก็ยิ่งร้อนน้อย เวลาร้อนก็ร้อนแค่ส่วนนี้ทำให้การใช้งานคุยโทรศัพท์เวลาแนบหูมันก็จะไม่ร้อนหูนะครับ

กล้องของ OPPO Finder ด้านหลังมาพร้อมขนาดความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อม Dual-LED Flash ซึ่งจะเห็นว่าตัวกล้องเองมีการนูนออกมาหนากว่าตัวเครื่อง เพราะว่าทาง OPPO ต้องการให้ตัวกล้องสามารถที่จะใช้งานการซูมเข้า/ออกและระบบ Auto Focus ได้ ถ้าทำบางเท่าเครื่องจะเสียความสามารถทั้ง 2 ตัวนี้ไป ส่วนการถ่ายวีดีโอก็ทำได้สูงสุดแบบ FullHD 1080p ปกติทั่วไปครับ

กล้องหน้าของ OPPO Finder มาพร้อมขนาดความละเอียด 1.3 ล้านพิกเซล ถ่ายวีดีโอได้สูงสุด 720p เอาไว้พวก Video Chat อะไรพวกนี้ได้หรือถ่ายภาพและวีดีโอปกติได้

ทาง OPPO ยังได้แจ้งมาด้วยว่าตัว Finder จะมีตัวเคสมาขายด้วยแต่เคสนี้จะพิเศษตรงที่ทำให้เครื่องหนาขึ้น! ……แต่มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 1000 mAh รวมจากของเดิมเป็น 2500 mAh และที่สำคัญคือตัวเคสนี้จะรองรับระบบ Wireless charging ด้วย เรียกว่าครบเครื่องทั้งป้องกันและเพิ่มความสามารถ แต่น่าเสียดายที่ทาง OPPO ยังไม่มีออกมาโชว์ว่าตัวเคสจะเป็นอย่างไร ต้องรอหลังเครื่องขายครับน่าจะมีออกมาให้ได้ดูกัน

สรุปแล้วต้องบอกว่า OPPO Finder นั้นดูแล้วมีเทคโนโลยีบนเครื่องมากมายเหมือนกันในเรื่องของ Hardware ทั้งความบางของมันก็ใช้หลายเทคโนโลยีอยู่ รวมถึงพวกระบบระบายความร้อนต่างๆก็มีครบ ตัวเครื่องยังรองรับ 3G แบบ Quad-Band เหมือนกับ Find 3 และมีพวก Wi-Fi, Bluetooth และ GPS ครบครัน เป็นเครื่องที่บางแต่ก็ครบเครื่องรุ่นหนึ่งเลยทีเดียว แต่การใช้งานจริงต้องดูว่าบาง สวย จะตอบโจทย์ผู้คนได้มากน้อยแค่ไหน ส่วนราคาตอนนี้เปิดตัวแล้วที่ 14,900 บาท ถือว่าไม่แพงเลยกับโทรศัพท์ครบเครื่องและบางที่สุดในโลก