เสริมความรู้ ดูสเป็กให้เป็น ก่อนซื้อสมาร์ทโฟนในงาน Mobile Show ปลาย มิ.ย. นี้

สวัสดีครับ ผมปีเตอร์กวงควงมือถือ จากรายการ “แบไต๋ไฮเทค เดลี่ไฟว์ไลฟ์” ที่ถ่ายทอดสดออกอากาศ ตรงจาก Beartai Digital Gateway Studio ชั้น 4 Digital Gateway สยามสแควร์ สำหรับฉบับนี้จะพูดถึงเรื่อง Android Smartphone ที่กำลังมาแรงมากๆ วันนี้ หลายๆ คนมักจะมีคำถามร้อยแปดพันเก้า เมื่อจะตัดสินใจซื้อ Android Smartphone เพื่อเป็นการต้อนรับงานใหญ่อย่างThailand International Mobile Show 2012 ซึ่งจะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 28 มิถุนายน – 1 กรกฏาคม 2555 นี้ไบเทค บางนา วันนี้ผมจะมาแนะนำการเลือกซื้อ Android Smartphone ปี 2012 กันนะครับ

Android Smartphone ล่าสุดวันนี้กับเทคโนโลยีที่ดีที่สุด
หลังจากที่ Android Smartphone รุ่นแรกของโลกอย่าง T-Mobile G1 (HTC Dream) ลงสู่ตลาดในปี 2009 เป็นต้นมา Android OS ก็มีการพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เวอร์ชั่น Cupcake (1.5), Donut (1.6), Eclair (2.1), Froyo (2.2), Gingerbread (2.3), Honeycomb (3.X) จนล่าสุด Ice Cream Sandwich (4.0) ซึ่งถือว่าเป็นเวอร์ชั่นที่ดีที่สุดที่ Android OS เคยมีมาเลยก็ว่าได้ ในเวอร์ชั่นนี้เป็นเวอร์ชั่นเดียวกันทั้ง Smartphone และ Tablet ซึ่ง Google ได้ถือว่าทำมาได้ลงตัวที่สุด ความเสถียรในการใช้งาน การบริหารหน่วยความจำในการใช้งาน การจัดการพลังงาน ระบบรักษาความปลอดภัยป้องกันข้อมูลของเครื่อง รวมถึงการนำไปใช้ในระดับองค์กร ทุกอย่างถือว่าลงตัวอย่างที่สุด ไม่ต้องกังวลที่จะไปต่อกรกับค่ายผลไม้อย่าง Apple สู้ได้สบาย นอกจากนี้การออกแบบของระบบเมนู (User Interface) ก็ลงตัว และปรับให้ดีขึ้นกว่าเวอร์ชั่นก่อนๆ มาก Android 4.0 Ice Cream Sandwich จึงเป็นระบบปฏิบัติการ Smartphone ที่มาแรงมากๆในขณะนี้ ขณะที่ผู้ผลิตต่างๆได้ทำการจับเอา Android 4.0 ไปใส่ในผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ถือว่าเป็นรุ่นเรือธงกันหมด ไม่ว่าจะเป็นอย่าง Samsung Galaxy S IIIGalaxy Note (เร็วๆ นี้ที่จะมี Android 4.0 มาจากโรงงาน), HTC One X, HTC One SHTC One VLG Optimus 4X,LG Optimus L7 เป็นต้น ยังไม่พอ ผู้ผลิตรายใหญ่เองก็ได้ทยอยทำการอัพเกรดรุ่นปัจจุบันที่ยังทำตลาดอยู่ไปสู่ Android 4.0 กันมากที่สุดที่จะทำได้ อาทิเช่น Samsung Galaxy S II, Galaxy NoteHTC SensationSensation XERhymeSony Xperia SXperia RayXperia ARC S เป็นต้น ลักษณะของระบบเมนูการใช้งานนั้นในภาพใหญ่ แต่ละยี่ห้อก็มีการพัฒนาระบบเมนูอันเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละยี่ห้อเอง เช่น Samsung ใช้ระบบ Touch Wiz UI ซึ่งพัฒนาขึ้นมาได้อย่างเรียบง่าย และลงตัว HTC ใช้ระบบ Sense UI ออกมาเน้นการนำไปใช้ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว Sony ใช้ระบบ Timescape UI ที่เน้นการใช้งานร่วมกับ SNS (Social Network Services) LG ใช้ระบบ S-Class UI ที่เน้นความเรียบง่ายแต่หรูหรา ใครชอบสไตล์ไหนลองเล่นดู แล้วจะได้รู้ว่าอะไรที่ลงตัวกับเรานะครับ

ขณะที่เรื่องของฮาร์ดแวร์ก็ได้รับการพัฒนาขึ้นมาอย่างเป็นลำดับ ทำให้วันนี้ Android Smartphone ในรุ่นสูงนั้นมีสเปคที่มาแรงกว่า Smartphone ใดๆในโลกเลยก็ว่าได้ ยกตัวอย่าง CPU หรือหน่วยประมวลผลกลางสำหรับเครื่อง จากเริ่มต้นครั้งแรกในปี 2009 ใช้ CPU ระดับ 528 MHz หลังจากนั้นก็พัฒนามาเป็น CPU ระดับ Dual Core สองแกนสมองในปี 2011 และปีนี้กับ CPU ระดับ Quad Core สี่แกนสมองกันเลยทีเดียว เพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างราบรื่นและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ในส่วนของหน่วยความจำเพื่อประมวลผลก็มีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากยุคแรกๆ ใช้เพียง 256 MB ก็เพียงพอ แต่ด้วยความซับซ้อนของ Android OS รุ่นใหม่ๆ ทำให้ต้องเพิ่มหน่วยความจำมาเป็น 512 MB, 768 MB, 1GB หรือมากที่สุดก็มีมาที่ระดับ 2 GB (LG Optimus LTE2 มีจำหน่ายแต่ในเกาหลี) ทำให้สามารถใช้งานได้อย่างไม่สะดุดหรือช้าลงแต่อย่างได้ หน่วยความจำสำหรับเก็บข้อมูลหรือแอพพลิเคชั่นก็เพิ่มขึ้นมากเช่นกัน ในอดีตเราพูดกันระดับร้อยเมกกะไบต์ (Mega byte) แต่วันนี้มากันเป็นระดับ กิกะไบต์(Giga byte) กันแล้ว แถมยังเพิ่มได้สูงสุดถึง 64 GB ด้วยหน่วยความจำแบบ microSD อีกด้วย

อีกสิ่งหนึ่งที่มีการพัฒนาการสำคัญสำหรับ Android Smartphone นั่นก็คือ กล้อง (Camera) ด้วยเทคโนโลยีล่าสุดที่ดีที่สุดสำหรับการถ่ายรูปบน Smartphone ก็มีให้เห็นกันอย่างต่อเนื่อง จำนวนพิกเซลที่มีมากถึง 12 ล้านพิกเซล, 8 ล้านพิกเซล ในรุ่นระดับบน 5 ล้านพิกเซลในระดับกลาง หรือจะเป็น 3 ล้านพิกเซลในรุ่นระดับล่าง นอกจากนั้นการพัฒนาขีดความสามารถของกล้องก็สำคัญไม่แพ้พิกเซลของภาพที่ได้ อาทิเช่น ความกว้างของรูรับแสงของกล้องที่ได้ ก็กว้างขึ้นมาก HTC One X มีรูรับแสงระดับ F/2.0 ซึ่งถือว่าดีที่สุดที่ทำกันได้สำหรับกล้องบน Smartphone ทำให้ภาพมีความคมชัดสูง และเก็บรายละเอียดได้ดีกว่ากล้องใน Smartphone รุ่นก่อนๆ มาก นอกจากนั้นก็มี การถ่ายภาพต่อเนื่องด้วยความเร็วสูง (Burst Shot, Multi Shot) การไม่มีความหน่วงระหว่างการลั่นชัตเตอร์ของกล้อง (Zero lag shutter) การถ่ายภาพต่อเนื่องแล้วเลือกภาพที่ดีที่สุดให้ (Best Shot มีใน Samsung Galaxy SIII) ทำให้การถ่ายภาพจาก Android Smartphone วันนี้มีคุณภาพสูงไม่แพ้กล้องดิจิตอลเลย ความสามารถในการถ่ายภาพวิดีโอก็สำคัญเช่นกัน ซึ่งวันนี้ก็ทำได้ที่ระดับความละเอียดสูงสุดที่ 1920 x 1080 คือระดับ Full HD หรือความละเอียดระดับเดียวกับภาพยนตร์จากแผ่น BlueRay เลยทีเดียว เท่ากับว่าวันนี้การพก Android Smartphone ระดับไฮเอนด์สักหนึ่งเครื่อง แทบจะตอบโจทย์ในการใช้งานได้แทบทุกอย่างในหนึ่งเดียวเลยก็ว่าได้

หน้าจอก็เป็นสิ่งที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง เพราะเป็นหน้าต่างที่จะทำให้เรากับ Smartphone นั้นทำงานซึ่งกันและกัน จาก Android รุ่นแรกของโลกที่มีหน้าจอ 3.2” มาจนถึงวันนี้ก็มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องในด้านความใหญ่ เช่น 3.5”, 3.7”, 4.0”, 4.3”, 4.7”, 4.8” จนถึงขนาด 5.3” ก็มีกันแล้ว การมีหน้าจอขนาดที่ใหญ่แต่คุณภาพนั้นก็สำคัญด้วยเทคโนโลยีของหน้าจอวันนี้ก็มีสองเทคโนโลยีใหญ่ๆ ได้แก่ LCD IPS Display และ AMOLED โดย LCD จะเน้นให้สีสันที่เป็นจริงออกธรรมชาติมากที่สุด ส่วน AMOLED ก็จะเน้นสีสันที่สดจัดจ้าน และมีโทนสีดำที่ดำสนิทจริงๆ ใครชอบโทนไหนก็ลองเลือกกันดูครับ

แล้วจะเลือก Android Smartphone แบบไหนดีล่ะ

การจะเลือก Android Smartphone นั้นก็มีองค์ประกอบในหลายๆ ด้าน แต่หลักง่ายๆ ที่จะเลือกก็อยู่ที่งบประมาณที่วางไว้สำหรับซื้อ Smartphone ให้ตัวคุณเอง ซึ่งงบประมาณเหล่านั้นก็จะสะท้อนออกมาถึงสเปคของฮาร์ดแวร์ที่คุณจะได้ ผมวางไว้ง่ายๆ อยู่ 4 ระดับ จะได้ไม่ต้องสับสนในการตัดสินใจ

ระดับเริ่มต้น (Mass Tier)
ระดับที่ถูกที่สุดของ Android Smartphone ถือว่าเหมาะสำหรับคนที่ยังไม่เคยใช้ Smartphone มาก่อนหรือกำลังคิดที่จะเปลี่ยนจาก โทรศัพท์มือถือแบบฟีเจอร์โฟน มาเป็น Smartphone ตัวแรก ระดับราคาในกลุ่มนี้เริ่มตั้งแต่ 3,990 บาท อย่าง Samsung Galaxy Pocket ที่มีหน้าจอเริ่มต้น 2.8” หรือจะขยับไปในระดับ 4 พันปลายๆ อย่าง Samsung Galaxy Y (4,790 บาท) จอ 3.0” LG Optimus L3 (4,900 บาท) หน้าจอ 3.2” หรือจะเลือกแบบ Dual SIM ก็มีทางเลือกอย่าง Samsung Galaxy Y Duos ที่ราคาประมาณ 5 พันปลายๆ (แต่รองรับแค่ 3G 900/2100 เท่านั้นในช่องซิม 1 ส่วนช่องซิม 2 จะรองรับแค่ GSM Quad band) ในกลุ่มนี้จะมี CPU อยู่ในระดับ 800 MHz ความสามารถแทบจะไม่ค่อยแตกต่างกันมากนัก อยู่ที่ความชอบครับว่าแบรนด์ใดที่เหมาะกับคุณราคาต่างกันไปในเรื่องของขนาดหน้าจอ รูปทรงการออกแบบ ความจุแบตเตอรี่ และความเร็ว 3G ที่ได้ ในกลุ่มนี้เวลาเลือกซื้อให้ดูให้ดีนะครับว่าจะเอาไปใช้กับ 3G ค่ายไหน เพราะเครื่องไม่ได้รองรับทุกความถี่ที่ต้องการ ถ้าเลือกใช้ dtac, True Move H ก็ต้องเลือกเครื่องที่รองรับ 3G 850/2100 ส่วน AIS ก็ต้องเลือกเครื่องที่รองรับ 3G 900/2100 ครับ

ระดับกลาง (Mid Tier)
กลุ่มนี้จะมีราคาอยู่ในช่วงประมาณ 6,900-10,900 บาท ซึ่งเป็นระดับราคาที่นิยมกันมากที่สุด แปรผันกันไปสำหรับสเปค ช่วง 7,900 ก็มี Samsung Cooper ที่ลดราคาลงมาด้วยสเปคที่ยังไปได้หน้าจอขนาด 3.5” และมีหน้าตาที่คล้ายกับ iPhone 3G มากๆ ลงมาที่ระดับ 8,900 มี Samsung Galaxy ACE Plus ที่ต่อยอดมาจาก Samsung Cooper เดิมโดยขยับสเปคขึ้นมาอีกนิดนึงทั้งในเรื่องหน้าจอที่ใหญ่ขึ้นอีกนิด CPU 1 GHz และหน่วยความจำที่เพิ่มขึ้นมา และระดับ 9,900 – 10,900 ก็มีสเปคที่ใกล้เคียงกันอยู่ถึง 4 รุ่น Samsung Galaxy ACE 2 ที่มาแรงด้วย Dual-Core CPU 800 MHz พร้อมจอที่ใหญ่ 3.8” Sony Xperia Uหน้าจอไม่ใหญ่มาก 3.5” เท่ากับ iPhone แต่มาแรงด้วย Dual-Core CPU 1 GHz ขณะที่ HTC One V ก็มาด้วยรูปทรงที่เป็นเอกลักษณ์คล้ายๆ กับ HTC Legend โค้งในหน้าจอ 3.7” มาพร้อม Android 4.0 แต่ CPU อาจจะขัดใจไปนิดเพราะเป็น Single-Core CPU 1 GHz เท่านั้น ขณะที่ LG Optimus L7 มาเน้นๆ ด้วยหน้าจอใหญ่ระดับหมื่นปลาย ขนาด 4.3” มาพร้อม Android 4.0 แล้วแต่ราคาแค่หมื่นนิดๆ (10,900 บาท) ติดนิดนึงตรงที่ CPU เป็น Single-Core 1 GHz เท่านั้น ไม่งั้นชนะเลิศคู่แข่งแบบไม่เห็นฝุ่นแน่ๆ หรือจะน้องใหม่มาแรงอย่าง Oppo Find my Guitar จอ 3.5” CPU 1 GHz แถมเป็น Dual SIM ด้วย ที่ราคามาแรงมากๆ เพียง 6,990 บาท ทุกรุ่นที่กล่าวถึงเป็นกล้อง 5 ล้านพิกเซลทั้งหมด และรองรับ 3G ได้ทุกค่าย โดย Oppo กับ HTC One V นั้นรองรับ 3G แบบ Tri Band ครบทุกค่าย แต่ในส่วนของ Samsung Galaxy ACE 2, LG Optimus L3Sony Xperia U นั้นรองรับ 3G 850/900/2100 แบบแยกรุ่น ตอนซื้อต้องถามให้ดีก่อนนะครับ

ระดับกลางถึงสูง (Mid to High Tier)
ในกลุ่มระดับราคาที่เริ่มตั้งแต่ 12,000 – 18,000 เป็นกลุ่มราคาที่ขายได้น้อยสุดในตลาด เพราะถ้ามองดูแล้วจะลดงบประมาณอีกนิดก็มีรุ่นให้เลือกมากมายในระดับต่ำหมื่น ซึ่งเป็นเส้นราคาจิตวิทยา ถ้าเพิ่มอีกสักหน่อยก็จะได้ระดับสูงที่สเปคดีที่สุด กลุ่มนี้มีสินค้ามีมากหลากหลาย เริ่มจาก Samsung Galaxy S Advance ราคา 12,900 สเปคดีในระดับกลางที่ดูผิวเผินเหมือนกับได้ Galaxy Nexus หน้าจอ 4.0” CPU Dual Core 1 GHz วัสดุดีน่าใช้ ขณะที่ในงบประมาณเท่ากันคุณสามารถได้Oppo Find 3 หน้าจอที่ 4.0” AMOLED พร้อม CPU Dual-Core 1.5 GHz แรงสุดๆตอนนี้แต่ต้องมั่นใจในแบรนด์สักหน่อย สำหรับค่าย Sony ก็มี Xperia U จอ 4.0” และ Xperia Sola จอ 3.7” พร้อม Dual-Core CPU 1 GHz ทั้งคู่ในราคาที่ต่างกันไม่เกิน 3 พันบาท ขณะที่กระโดดไปตรงปลายๆ ประมาณ 17,000 คุณจะมีทางเลือกให้เลือกอีกหลายตัวอย่าง HTC One Sจอ 4.3” ที่ขยับ CPU Dual-Core 1.7 GHz แรงสุดในระดับนี้พร้อมวัสดุที่ดูดีที่สุดกว่าใคร หรือจะเป็น Samsung Galaxy S IIเจ้าเก่าที่สเปคยังใช้ได้อยู่ และขายดีไม่มีตก ในระดับราคา 17,500 บาท สำหรับคนที่ต้องการแตกต่าง Sony Xperia S17,900 บาทกับหน้าจอ 4.3” ก็ยังถือว่่าเป็นรุ่นที่หอมหวนมาก และของหายากอยู่พอสมควร

ระดับ Super Phone (High Tier)
กลุ่มนี้จะมีราคาตั้งแต่ระดับ 18,000 ขึ้นไป ซึ่งในตอนนี้อยู่ในมาตรฐานที่ไต่กันไปในระดับ Quad-Core CPU แล้ว ในกลุ่มนี้มีตัวเอกอยู่ 3 รุ่น Samsung Galaxy S III มาพร้อมจอขนาดใหญ่สุด 4.8” Super AMOLED HD, CPU Xynos Quad-Core 1.4 GHz ที่วัดแล้วพลังการประมวลผลแรงเร็วกว่าทุกตัวที่เทียบกันได้ หน่วยความจำ 16 GB ที่เพิ่มได้ พร้อมกล้อง 8 Mega pixel ขณะที่ HTC One X หน้าจอ 4.7” Super LCD2 CPU Tegra 3 Quad Core CPU 1.5 GHz หน่วยความจำ 32 GB ถือว่าได้ในรูปลักษณ์การออกแบบและกล้อง 8 Mega Pixel ที่ได้คุณภาพมากกว่าใคร ทั้งสองรุ่นมีราคาอยู่ 21,900 บาทเท่ากัน ส่วน LG Optimus 4X แม้ว่าจะมาช้ากว่าใครแต่คุณภาพสเปคที่ได้ไม่ว่าจะเป็นจอ 4.7” CPU Tegra 3 Quad-Core CPU 1.5 GHz เช่นกันพร้อมกล้อง 8 Mega Pixel ก็ไม่ด้อยกว่าใคร แถมด้วยราคาที่แรงระดับต่ำกว่า 20,000 บาทก็ดูน่าเลือก สำหรับคนที่ระมัดระวังเรื่องงบประมาณที่จำกัด ในกลุ่ม Super Phone นี้ทุกตัวมาพร้อม Android 4.0 Ice Cream Sandwich ทุกรุ่น ทั้งนี้ก็สุดแล้วแต่ความชอบ และมองว่าอะไรเป็นตัวตอบโจทย์ตัวคุณเองทั้งหมด

สุดท้ายนี้การเลือก Android Smartphone สักตัวหนึ่งก็อยู่ที่ความจำเป็น ความต้องการ และงบประมาณ เป็นสำคัญ อย่าโหนกระแสจนทำให้ต้องจ่ายเงินมากเกินความจำเป็นนะครับ เอาให้พอเหมาะพอควร เพราะรุ่นใหม่ๆ ก็ออกมาทุกๆปี และดีขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่ราคาก็จะถูกลง แต่ถ้างบประมาณไม่ใช่ปัญหา ก็เอาที่ชอบก็แล้วนะครับ ใจใครก็ใจใคร โชคดีในการเลือกซื้อ Android Smartphone นะครับ

พบกันได้ในงาน Thailand International Mobile Show 2012 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 มิถุนายน – 1 กรกฏาคม 2555 นี้ ไบเทค บางนา เดินทางสะดวกโดย BTS สถานีบางนา และต่อ Sky walk เข้าถึงงานได้เลยครับ

ที่มา : คอลัมน์ ปีเตอร์กวงควงมือถือ นิตยสาร Whatphone เล่ม 124