[Review] Asus Zenfone 4 Max Pro แบตฯอึด 5,000 mAh พร้อมกล้องหลังคู่

IMG_8679_mxphoneการแตกไลน์สินค้าที่ค่อนข้างชัดเจนของ Asus ทำให้ Zenfone 4 แต่ละรุ่นต่างมีความชัดเจนที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นการแยกสินค้าในกลุ่ม Selfie ออกมาเป็น Zenfone 4 Selfie และ Zenfone 4 Selfie Pro ที่เน้นในเรื่องของกล้องหน้า และกลุ่ม Max เป็น Zenfone 4 Max และ Zenfone 4 Max Pro ที่เน้นเรื่องของแบตเตอรี

แต่ก็ใช้ว่าเมื่อแยกไลน์ออกมาชัดเจนแล้ว Asus จะไม่สนใจความสามารถในด้านอื่น เพราะว่าถ้ามองในแง่ของสเปคโดยรวม Zenfone 4 ที่เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยตั้งแต่ 5,990 – 8,990 บาท ถือเป็นรุ่นที่สเปคอยู่ในระดับที่รับได้เมื่อเทียบกับราคา แต่ก็ไม่ได้ดีมากเหมือนยุคแรกๆ

สเปคของ Asus Zenfone 4 Max Pro

หน้าจอ IPS HD 5.5 นิ้ว
หน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 430 (Octa-Core 1.4GHz)
หน่วยความจำ RAM 3GB / ROM 32GB
รองรับการใช้ 2 Nano Sim +  MicroSD Card สูงสุด 256GB
การเชื่อมต่อ 4G LTE /Wi-Fi 802.11 a/b/g/n และ Bluetooth 4.2)
กล้องหลังเลนส์คู่ ตัวกล้องหลัก 16 ล้านพิกเซล f/2.0 ตัวกล้องรองเลนส์มุมกว้าง 120 องศา พร้อมแฟลช LED
กล้องหน้า 16 ล้านพิกเซล f/2.0 มีแฟลช LED
พอร์ตเชื่อมต่อแบบ Micro USB
แบตฯ 5,000 mAh
ระบบปฏิบัติการ Android 7.1.1 Nougat
ขนาด 154 x 76.9 x 8.9 มิลลิเมตร น้ำหนัก 181 กรัม
สีที่วางจำหน่าย ทอง /ดำ/ ชมพู
ราคา 7,990 บาท

IMG_8664_mxphone

ในส่วนของงานออกแบบ Asus Zenfone 4 จะมีการปรับดีไซน์ใหม่เล็กน้อย ให้ดูตามสมัยนิยมมากขึ้น ด้วยการหันมาใช้กระจกหน้าแบบ 2.5D ที่ให้ขอบโค้ง ทำให้ตัวเครื่องดูน่าถือจับใช้งานมากขึ้น ประกอบกับตัวเครื่องสี Deepsea Black ที่เป็นโทนสีดำตัดกับน้ำเงินเข้ม ให้ตัวเครื่องดูแข็งแรงขึ้น

IMG_8676_mxphone

IMG_8677_mxphoneขณะที่การจัดงานองค์ประกอบต่างๆ ไล่จากส่วนบนลงมาก็จะมีลำโพงสนทนา ที่ประกบด้วยกล้องหน้า 16 ล้านพิกเซล ไฟแฟลข และเซ็นเซอร์ต่างๆ ลงมาเป็นหน้าจอขนาด 5.5 นิ้ว ที่ให้ความละเอียด 1280 x 720 พิกเซล ล่างหน้าจอมีปุ่มสัมผัสย้อนกลับ โฮม (ใช้สแกนลายนิ้วมือ) และ Recent Apps

IMG_8674_mxphone

หลังเครื่องจะแบ่งโทนสีบริเวณขอบบนและล่างเครื่องให้ไล่โทนต่างกัน โดยจะมีกล้องหลังคู่ที่เป็นเลนส์หลัก 16 ล้านพิกเซล และเลนส์เสริมมุมกว้าง 120 องศามาให้ พร้อมไฟแฟลชเช่นเดียวกัน ลงมามีสกรีนโลโก้ของ asus อยู่ และสติกเกอร์ติดรายละเอียดเครื่อง ภายในมีแบตเตอรีขนาด 5,000 mAh อยู่ด้วย

IMG_8667_mxphone IMG_8668_mxphoneรอบๆเครื่อง ทางฝั่งซ้ายจะมีถาดใส่ซิมการ์ด ที่ Asus ทำมารองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด (นาโนซิม) และสามารถใส่ไมโครเอสดีการ์ดเพิ่มเข้าไปได้ด้วย ทางฝั่งขวามีปุ่มเพิ่มลดเสียง และปุ่มเปิดเครื่อง

IMG_8666_mxphone IMG_8665_mxphoneขอบบนเป็นช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. และไมค์ตัวที่ 2 ขอบล่างจะมีพอร์ตไมโครยูเอสบี รูน็อตสำหรับถอดฝาหลัง และช่องลำโพงที่ดีไซน์มาให้ดูเป็นแบบสเตอริโอออกพร้อมกัน แต่จริงๆออกเพียงฝั่งเดียว

IMG_8683_mxphoneอุปกรณ์ที่ให้มาภายในกล่อง (ตัวกล่อง Zenfone 4 Max และ Max Pro จะต่างกันที่สติกเกอร์ที่มุมซ้ายล่าง) จะมีอะเดปเตอร์ สายชาร์จ หูฟังแบบ In-Ear พร้อมจุกยางให้เปลี่ยน ที่สำคัญคืออะเดปเตอร์แบบ OTG มาให้ด้วย

s01

เมื่อมาดูในส่วนของฟีเจอร์ใช้งาน Zenfone 4 Max Pro จะมากับอินเตอร์เฟส Zen UI ที่มีการปรับปรุงใหม่ในแอนดรอยด์ 7.0 ที่จะเปลี่ยนการดีไซน์ใหม่เล็กน้อย แต่ก็ยังอยู่บนพื้นฐานของแอนดรอยด์ตามปกติ คือเป็นหน้าหลักให้ใส่วิตเจ็ต มีไอค่อนลัดเข้าแอปต่างๆมาให้

แถบการแจ้งเตือน เมื่อลากจากขอบบนลงมาจะพบกับแถบการปรับความสว่างหน้าจอ ไอค่อนลัดทั้งการเข้าใช้แอปไม่ว่าจะเป็นการตั้งค่าเสียง การล้างเครื่อง เครื่องคิดเลข และตัวจัดการพลังงาน  รวมถึงการเปิดปิดไฟฉาย ดาต้า ไวไฟ จีพีเอส ฮ็อตสป็อต ฟิลเตอร์กรองแสง เข้าโหมดเครื่องบิน การหมุนหน้าจอ บลูทูธ

s02

เมื่อกดเข้า App Drawer ก็จะพบกับแอปพลิเคชั่นที่บันเดิลมาให้ในเครื่อง ทั่วๆไปก็จะมีพวกกูเกิลเซอร์วิส กล้อง อัลบั้ม เครื่องคิดเลข ตัวจัดการไฟล์ ตั้งค่าธีมเครื่อง รวมถึงแอปของทางเอซุส อย่างเครื่องบันทึกเสียง พยากรณ์อากาศ พื้นที่เก็บข้อมูลบนคลาวด์ ตัวช่วยในการใช้งานต่างๆ

s04เข้าไปดูในตัวจัดการโทรศัพท์ จะมีปุ่มให้สแกนเพื่อตั้งค่าต่างๆอัตโนมัติ นอกจากนี้ ยังสามารถแยกไปดู PowerMaster สำหรับการจัดการพลังงาน การเร่งความเร็วเครื่อง (ปิดแอป) ล้างข้อมูล (เคลียแคช) การแจ้งเตือนที่สามารถปิดได้

s06ส่วนของตัวจัดการเสียง ผู้ใช้สามารถเข้าไปปรับเลือกโหมดการใช้งานอย่างภาพยนตร์ เกม เพลง นอกอาคาร อัจฉริยะ และเสียงพูด หรือจะเลือกเข้าไปปรับระดับเสียงอย่างการตั้งค่าเบส ตั้งค่าเสียงใส รวมถึงการตั้งค่า Equalizer ให้เหมาะกับการใช้งานแต่ละคน

s07s09ส่วนของโหมดกล้องที่เอซุส ภูมิใจกับการให้กล้องคู่มาใช้งานนั้น ลักษณะการใช้งานจะเป็นการใช้กล้องหลักในการบันทึกภาพ และกล้องรองสำหรับการถ่ายภาพมุมกว้าง (120 องศา) โดยอินเตอร์เฟสในการถ่ายภาพทางฝั่งขวาจะมีปุ่มชัตเตอร์หลักอยู่ตรงกลาง และมีปุ่มสลับกล้องหน้าหลัง ถ่ายวิดีโอ และเข้าสู่โหมดโปร

Screenshot_20171018-235156ทางฝั่งซ้ายจะมีไว้เลือกเปิดปิดแฟลช ตัวตั้งเวลาถ่ายภาพ สัดส่วนภาพ โหมด HDR และเข้าสู่การตั้งค่ากล้อง โดยโหมดกล้องที่มีให้เลือกนอกจากอัตโนมัติ ก็จะมีโหมดโปร โหมดถ่ายภาพ GIF TImelabs UltraPixel Beauty และ พาโนราม่า

s08โดยในโหมด Pro ผู้ใช้สามารถตั้งค่า ISO ต่ำสุดที่ 50 ส่วนสปีดชัตเตอร์จะต่ำสุดที่ ¼ และยังเข้าไปเลือกจุดโฟกัส ปรับระดับการชดเชยแสง เลือก White Balance ได้ตามปกติ แต่ก็เหมือนยังให้ปรับได้ไม่สุดเท่าไหร่ เพราะสุดท้ายกลับมาถ่ายโหมดอัตโนมัติเอาสนุกกว่า

IMG_8672_mxphone

อย่างไรก็ตาม ในการใช้งานโหมดกล้องแม้ว่าจะชูในเรื่องของกล้องคู่ แต่กล้องที่ใช้งานได้จริงๆมีแค่กล้องหลักเท่านั้น ที่ให้ความละเอียดภาพพอไปวัดไปวาได้ แต่ถ้าเป็นภาพจากกล้องมุมกว้างนอกจากไม่สามารถถ่ายในที่แสงน้อยได้แล้ว การเก็บรายละเอียดภาพในที่แสงทั่วไปก็ดรอปจากกล้องหลักไปค่อนข้างมาก

s05

สุดท้ายในส่วนของการตั้งค่าตัวเครื่อง Zenfone 4 Max Pro ก็จะไล่ตามรูปแบบการตั้งค่าของแอนดรอยด์อยู่แล้ว ตั้งแต่การตั้งค่าเครือข่ายไร้สาย ทั้งไวไฟ โมบายดาต้า การปล่อยฮ็อตสป็อต อุปกรณ์ ก็จะมีพวกการตั้งค่าแจ้งเตือน พื้นที่เก็บข้อมูล แบตเตอรี การตั้งค่าลายนิ้วมือ และตั้งค่าทั่วไป

s10ที่น่าสนใจก็จะมีในส่วนของ Zen Motion อย่างการแตะหน้าจอ 2 ครั้งเพื่อเปิดปิดหน้าจอ การปัดนิ้วขึ้นด้านบนเพื่อย้อนกลับ รวมถึงการวาดนิ้วเป็นตัวอักษรอย่าง W เรียกดูพยากรณ์อากาศ S เพื่อเรียกใช้งานกล้องหน้า C เพื่อใช้งานกล้องหลักเป็นต้น

IMG_8681_mxphoneขณะที่ในส่วนของแบตเตอรี่ที่ให้มา 5,000 mAh นอกเหนือจากเรื่องของการใช้งานสมาร์ทโฟนที่ช่วยให้ใช้งานได้ต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 2 วันแล้วกรณีที่ใช้งานทั่วๆไป แต่ถ้าเล่นเกมหนักๆทั้งวันก็สบายๆ ไม่หมดระหว่างวันแน่นอน แต่แน่นอนว่าก็แลกมากับระยะเวลาในการชาร์จที่นานขึ้นเกือบ 4 ชั่วโมง

ที่พิเศษในสินค้าตระกูล Max คือเรื่องของการเป็นพาวเวอร์แบงค์ให้สมาร์ทโฟนรุ่นอื่น เนื่องจากในกล่องจะมีสาย USB OTG มาให้ทำให้สามารถต่อ Zenfone 4 Max Pro สามารถพ่วงกับสมาร์ทโฟนเครื่องอื่นเพื่อชาร์จแบตในกรณีฉุกเฉินได้

IMG_8655_mxphoneยังมีเรื่องของการใช้งาน 2 ซิมการ์ด เนื่องจาก Zenfone 4 Max Pro รองรับการใช้งาน 2 ซิมที่สามารถสแตนบายในโหมด 3G ได้สำหรับซิมรอง และเชื่อมต่อ 3G/4G สำหรับซิมหลัก ที่มีช่องใส่แยกกับไมโครเอสดีการ์ดปกติ ดังนั้นก็ไม่ต้องกังวลว่าจะใช้งาน 2 ซิมไม่สะดวก

s11ส่วนของการทดสอบประสิทธิภาพเครื่อง เมื่อทดสอบใน Antutu Benchmark จะได้คะแนนอยู่ราว 42,324 คะแนน ซึ่งก็ถือว่าอยู่ในระดับกลางๆ เมื่อเทียบกับราคาของเครื่องที่ 7,990 บาท ซึ่งถ้าถามว่าเอามาใช้งานโซเชียลเน็ตเวิร์กทั่วไป ก็เพียงพอสบายๆ แต่ถ้าเอามาเล่นเกมหนักๆอาจจะไม่ไหว

IMG_8680_mxphoneโดยรวมแล้ว Asus Zenfone 4 Max จะมีจุดเด่นหลักอยู่ในเรื่องของแบตเตอรีที่ให้มา 5,000 mAh ส่วนเรื่องอื่นๆก็อยู่ในระดับที่พอรับได้ กล้องหลักถือว่าใช้งานได้ทั่วๆไป ส่วนกล้องคู่ที่ให้มาไม่ค่อยมีประโยชน์เท่าไหร่นัก แต่ก็ช่วยให้มีลูกเล่นน่าสนใจขึ้น ดังนั้นถ้าใครที่มองหาสมาร์ทโฟนระดับต่ำกว่า 8,000 บาท แล้วต้องการแบตใช้ได้นานๆ ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ

รูปตัวอย่างจาก Asus Zenfone 4 Max Pro

P_20171009_194007 P_20171018_190021

P_20171018_190028 P_20171018_191005