[Review] Samsung Galaxy Note FE คุ้มไหมถ้าจะสอย FE ถ้างบไม่ถึง Note 8

feature-Galaxy-Note-FE-SM-N935-intro-pc001ในกลุ่มแฟนของผู้ใช้งาน Samsung Galaxy Note เชื่อว่าหลายๆคนในตอนนี้ ยังชั่งใจอยู่ว่าจะเปลี่ยนไปใช้งาน Note 8 เลยดีหรือไม่ เพราะตอนนี้จากโปรโมชันนำเครื่องเก่าไปแลกรับส่วนลด หรือการทำโปรโมชันส่วนลดเพิ่มเติมจากช้อปช่วยชาติช่างยวนใจเหลือเกิน

เพราะจากราคาจำหน่ายของ Samsung Galaxy Note FE ที่เปิดมา 20,900 บาท แม้ว่าจะเป็นรุ่นเรือธงของปี 2016 ที่นำมาเปลี่ยนแบตเตอรีใหม่ลดลงเหลือ 3,200 mAh แต่ความสามารถอื่นๆ ที่ให้มาก็ยังถือเป็นระดับท็อปของ Samsung เช่นเดิม

สเปคของ Samsung Galaxy Note FE
หน้าจอ Super AMOLED 5.7″ Curved QHD
– Exynos 8890 Octa-core 2.3GHz
– RAM 4GB LPDDR4, ROM 64GB รองรับ Micro SD สูงสุด 256GB
– Android 7.0
กล้องหลัก Dual Pixel 12MP OIS F1.7 + LED Flash
กล้องหน้า 5MP F1.7
แบตเตอรี่ 3,200mAh
รองรับ Fast Charging, Fast Wireless Charging
รองรับ 4G LTE Cat.9, 3CA, Dual SIM (Hybrid Slot), NFC
– Iris Scanner + Fingerprint
– Samsung Secure Folder
ขนาดเครื่อง 135.5 x 73.9 x 7.9 มิลลิเมตร, หนัก 169 กรัม
ตัวเครื่องกันน้ำกันฝุ่นมาตรฐาน IP68 กันน้ำลึกสูงสุงไม่เกิน 1.5 เมตร นานไม่เกิน 30 นาที

DSC07555_mxphone

ในแง่ของดีไซน์ตัวเครื่องและประสิทธิภาพต่างๆของตัวเครื่อง Note FE ทีมงาน MXphone เคยเขียนถึงไว้แล้วเมื่อตอน Note 7 วางจำหน่าย ดังนั้น ถ้าต้องการรายละเอียดรวมๆ ถึงความสามารถของตัวเครื่องสามารถย้อนกลับไปอ่านได้ทั้ง

แรกสัมผัส SAMSUNG GALAXY NOTE 7 ส่วนผสมของความลงตัวในไลฟ์สไตล์แบบ WORK SMART, PLAY HARD และ 11 อย่างควรต้องรู้ใน SAMSUNG GALAXY NOTE 7 ที่ทุกคนรอตั้งคำถาม!!! 

DSC07552_mxphone

ทีนี้ กลับมาที่คำถามหลักคือคุ้มไหมถ้าเลือกแค่ Note FE แทน Note 8 คำแนะนำแรกเลยคือถ้างบถึง Note 8 ตัดใจซื้อ Note 8 ไปเลย เพราะได้ของใหม่กว่า เทคโนโลยีดีกว่า โดยเฉพาะในแง่ของกล้องคู่ที่แม้จะมีการอัพเดตซอฟต์แวร์ยังไง Note FE ก็ไม่สามารถสู้ได้

DSC07553_mxphone

แต่ถ้างบไม่ถึงและอยากได้สมาร์ทโฟนพร้อมปากกา Note FE ถือเป็นคำตอบได้อย่างแน่นอน แม้ว่าตัวเครื่องจะเป็นสเปคไฮเอนด์ของปีที่แล้ว แต่ถ้าดูในแง่ของการใช้งานทั่วๆไป แทบไม่ต่างกัน ยิ่งเมื่อ Samsung อัพเดตอินเตอร์เฟสขึ้นมาเป็น Android 7.0 ก็ทำให้ฟีเจอร์ต่างๆพัฒนาขึ้นมาด้วย

DSC07564_mxphone

อย่างในโหมดของการใช้งานปากกา ฟีเจอร์ใหม่ใน Note 8 อย่าง Glance ก็มีมาให้แล้ว ที่ใช้พับหน้าจอลงมา ไปดูข้อมูลจากหน้าแอปอื่น แล้วกลับมาใช้งานหน้าต่างที่พับลงไป หรือจะในแง่ของความสามารถอื่นๆอย่างการบันทึกข้อมูล การขีดเขียนบนหน้าจอ

s04 s05เพียงแต่ในบางฟีเจอร์ที่พัฒนาขึ้นมาอย่างแปลภาษา ที่ใน Note 8 สามารถแปลได้ทั้งประโยคแล้ว แต่ใน Note FE ยังแปลได้เป็นคำๆอยู่ แน่นอนว่าอนาคตถ้ามีการอัพเดตซอฟต์แวร์เพิ่มเข้าไป ก็เชื่อว่าจะทำงานได้ไม่แตกต่างกัน หรือในการจดบันทึกแบบ Screen-off memo ที่ Note FE ยังมีการจำกัดหน้าที่เขียนอยู่

s01

มาดูกันที่การใช้งานเครื่อง Note FE ถูกอัพเดตอินเตอร์เฟสขึ้นมาให้เป็นเหมือนใน S8 และ Note 8 คือตัดในแง่ของการมีปุ่มเรียก App Drawer แล้วมาใช้การปาดนิ้วขึ้นเพื่อเข้าหน้ารวมแอปแทน ส่วนของแถบแจ้งเตือน ก็ยังมีไอค่อนลัดในการตั้งค่า และสั่งงานอยู่เช่นเดิม

s02

สำหรับแอปพลิเคชันที่ติดตั้งมาให้ในเครื่อง ก็จะเป็นกูเกิล เซอร์วิส และแอปพิเศษของ Samsung เพราะใน Note FE รองรับการใช้งานทั้ง Secure Folder รวมถึง Samsung Pay และสิทธิพิเศษอย่าง Galaxy Gift ก็มีมาให้ใช้

s06

ในส่วนของกล้อง Note FE มาพร้อมกับกล้องที่เป็นแบบ Dual Pixel อยู่แล้ว ซึ่งในแง่ของคุณภาพอยู่ในระดับต้นๆ ที่เพียงพอกับการใช้งานอยู่แล้ว เพียงแต่อาจจะถ่ายภาพในที่มืดได้ไม่ดีเท่าใน Note 8 และไม่มีในส่วนของหน้าชัดหลังเบลอให้เล่นมากนัก แต่จริงๆ Samsung ยังมีโหมดถ่ายภาพแบบ Selective Focus มาให้เล่นอยู่แล้วก็พอถูไถไปได้

s11

อินเตอร์เฟสในการใช้งานกล้อง ถูกปรับใหม่ตามเวอร์ชันของ TouchWiz ผู้ใช้สามารถปาดขวาเพื่อเข้าไปเลือกโหมดถ่ายภาพ หรือปาดซ้ายไปเลือกเอฟเฟกต์ถ่ายภาพได้ หรือจะปาดขึ้นลง เพื่อสลับกล้องหน้าหลัง

s07

ส่วนการใช้งานโหมด Pro ก็ยังเป็นจุดเด่นของ Samsung เช่นเคย คือสามารถเลือก ISO ได้ต่ำสุดที่ 50 เลือกความเร็วชัตเตอร์ได้เร็วสุดถึง 1/24000 นอกจากนี้ยังเลือกปรับ White Balance และระยะโฟกัสได้ตามชอบ ถือว่าค่อนข้างครบ

s09

สุดท้ายการตั้งค่าตัวเครื่อง ก็สามารถเข้าไปเลือกปรับค่าต่างๆได้ เหมือนใน S8 และ Note 8 ที่ใช้อินเตอร์เฟสแบบใหม่แล้ว ในส่วนของความละเอียดหน้าจอที่ตั้งมาให้เป็นค่าเริ่มต้นจะเป็น Full HD ถ้าอยากได้จอชัดก็เข้าไปเลือกตั้งเป็น 2K ได้ แต่แบตเตอรีก็จะหมดเร็วขึ้น

s08

เมื่อทดสอบประสิทธิภาพตัวเครื่องจาก Antutu ได้อยู่ที่ 141,237 ซึ่งก็ถือเป็นระดับคะแนนที่ค่อนข้างสูง ซึ่งเมื่อใช้เล่นเกมหนักๆ ตัวเครื่องก็รับได้สบายๆ ไม่เกิดอาการกระตุกให้เห็น การเล่นไฟล์วิดีโอความละเอียดสูงทำได้ลื่นไหล จึงพอกับการใช้งานอยู่แล้ว

s10

ส่วนของการเชื่อมต่อ ตัวเครื่อง Note FE มีการรองรับการเชื่อมต่อแบบ Next G ด้วยถ้าใส่ใช้งานกับซิมการ์ดของ AIS หรือเมื่อเชื่อมต่อกับ 4G ก็จะมีการใช้งานแบบ 3CA อยู่แล้ว เมื่อนำไปเชื่อมในจุดที่รองรับการได้ความเร็วเกินระดับ 200 Mbps ถือเป็นเรื่องปกติเลย

ขณะที่ในเรื่องของแบตเตอรี แม้ว่าจะมีการปรับลดลงมาจาก 3,500 mAh ใน Note 7 ลงมาเป็น 3,200 mAh ใน Note FE แต่เมื่อลองใช้งานจริง แทบไม่รู้สึกถึงความต่าง อาจจะเพราะด้วยการที่ Samsung มีการพัฒนาระบบจัดการทรัพยากรตัวเครื่องใน Android 7.0 ให้ดีขึ้นด้วย การใช้งานต่อวันจึงทำได้สบายๆ

DSC07556_mxphone
โดยรวมแล้ว Note FE ถือเป็นสมาร์ทโฟนที่มาเก็บตกผู้ที่อยากใช้งาน S-Pen แต่งบไม่ถึง Note 8 ได้สบายๆ กับราคาวางจำหน่ายที่ 20,900 บาท แถมใครที่คุ้นชินกับการมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมืออยู่ที่ปุ่มโฮม ก็ไม่ต้องปรับการใช้งานมากนักเพราะใน Note 8 ที่ต้องยกเครื่องขึ้นมาแตะเซ็นเซอร์ที่ด้านหลังแทน