[Review] Samsung Galaxy S9 | S9+ ที่สุดของเทคโนโลยีกล้องใหม่ ที่ถ่ายและทำอะไรได้สนุกกว่าเดิม

samsung-galaxy-s9-3Samsung Galaxy S9 และ S9+ สองคู่หูดูโอ้สมาร์ทโฟนระดับท็อปรุ่นล่าสุดของแบรนด์ดังจากเกาหลี ที่มีดีด้วยการมาพร้อมกับความสามารถใหม่ๆ โดยเฉพาะเรื่องกล้องถ่ายภาพที่ค่อนข้างจะโดดเด่นเป็นพิเศษ และสโลแกนแบบเฉพาะเจาะจงว่า “The Camera. Reimagined.” ซึ่งโดยปกติแล้วมือถือของ Samsung ก็มักจะได้รับการยอมรับจากผู้ใช้งานว่าถ่ายรูปได้สวยและมีเทคโนโลยีล้ำๆ มาให้เสมออยู่แล้ว

โดยก่อนหน้านี้ทางทีมงานเคยได้ทำบทความพรีวิว พร้อมทั้งรวม 9 บทสรุป ที่ควรรู้ ของ Samsung Galaxy S9 / S9+ กันไปแล้วตั้งแต่ตอนที่เปิดตัวไป ส่วนรีวิวคราวนี้ก็จะมาเน้นที่การใช้งานในแบบทั่วไป แน่นอนว่าเรื่องของกล้องถ่ายภาพก็คงเป็นอะไรที่ไม่พูดถึงไม่ได้ เพราะมีไฮไลท์เด็ดมาให้เพียบ อีกทั้งตอนนี้ก็ต้องยอมรับว่าปัจจัยอันดับต้นๆ ในการตัดสินใจซื้อสมาร์ทโฟนของใครหลายคนคือดูเรื่องของกล้องถ่ายภาพ

Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_02 Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_03ข้อมูลสเปคของ Samsung Galaxy S9

  • หน้าจอ Super AMOLED ขนาด 5.8 นิ้ว ความละเอียด 2960 x 1440 พิกเซล (Quad HD+)
  • หน่วยประมวลผล Exynos 9810 Octa-Core (Quad-Core 2.7GHz + Quad-Core 1.7GHz) 10nm
  • หน่วยความจำ RAM 4GB / ROM 64GB (รองรับ Micro SD Card สูงสุด 400GB)
  • กล้องหน้า 8MP, F1.7, Auto Focus
  • กล้องหลัง 12MP Super Speed Dual Pixel, F1.5/F2.4 (Dual Aperture), Auto Focus, OIS
  • ถ่ายวิดีโอความละเอียด UHD 4K (3840 x 2160) @60fps, Slow Motion @960fps
  • ระบบปฏิบัติการ Android 8.0.0 (Oreo)
  • ขนาดตัวเครื่อง 147.7 x 68.7 x 8.5 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก 163 กรัม
  • แบตเตอรี่ 3000mAh มีระบบชาร์จเร็ว
  • รองรับซิมการ์ด 2 ซิมแบบ Hybrid Slot (SIM 1 + SIM 2 หรือ Micro SD Card)
  • การเชื่อมต่อ 4G LTE, Wi-Fi 802.1.1 a/b/g/n/ac (2.4/5GHz), Bluetooth 5.0, ANT+, NFC, USB Type-C
  • ระบบเซ็นเซอร์ Accelerometer, Barometer, Fingerprint Sensor, Gyro Sensor, Geomagnetic Sensor, Hall Sensor, HR Sensor, Iris Sensor, Pressure Sensor, Proximity Sensor, RGB Light Sensor
  • ไฟล์เสียงที่รองรับ MP3, M4A, 3GA, AAC, OGG, OGA, WAV, WMA, AMR, AWB, FLAC, MID, MIDI, XMF, MXMF, IMY, RTTTL, RTX, OTA, APE, DSF, DFF
  • ไฟล์วิดีโอที่รองรับ MP4, M4V, 3GP, 3G2, WMV, ASF, AVI, FLV, MKV, WEBM
  • กันน้ำกันฝุ่นได้ตามมาตรฐาน IP68
  • สีที่วางจำหน่าย สีดำ Midnight Black, สีฟ้า Coral Blue และ สีม่วง Lilac Purple
  • ราคา 27,900 บาท

Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_04 Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_05ข้อมูลสเปคของ Samsung Galaxy S9+

  • หน้าจอ Super AMOLED ขนาด 6.2 นิ้ว ความละเอียด 2960 x 1440 พิกเซล (Quad HD+)
  • หน่วยประมวลผล Exynos 9810 Octa-Core (Quad-Core 2.7GHz + Quad-Core 1.7GHz) 10nm
  • หน่วยความจำ RAM 6GB / ROM 64GB, 128GB, 256GB (รองรับ Micro SD Card สูงสุด 400GB)
  • กล้องหน้า 8MP, F1.7, Auto Focus
  • กล้องหลัง 12MP Super Speed Dual Pixel, F1.5/F2.4 (Dual Aperture), Auto Focus, OIS + 12MP, F2.4
  • ถ่ายวิดีโอความละเอียด UHD 4K (3840 x 2160) @60fps, Slow Motion @960fps
  • ระบบปฏิบัติการ Android 8.0.0 (Oreo)
  • ขนาดตัวเครื่อง 158.1 x 73.8 x 8.5 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก 189 กรัม
  • แบตเตอรี่ 3500mAh มีระบบชาร์จเร็ว
  • รองรับซิมการ์ด 2 ซิมแบบ Hybrid Slot (SIM 1 + SIM 2 หรือ Micro SD Card)
  • การเชื่อมต่อ 4G LTE, Wi-Fi 802.1.1 a/b/g/n/ac (2.4/5GHz), Bluetooth 5.0, ANT+, NFC, USB Type-C
  • ระบบเซ็นเซอร์ Accelerometer, Barometer, Fingerprint Sensor, Gyro Sensor, Geomagnetic Sensor, Hall Sensor, HR Sensor, Iris Sensor, Pressure Sensor, Proximity Sensor, RGB Light Sensor
  • ไฟล์เสียงที่รองรับ MP3, M4A, 3GA, AAC, OGG, OGA, WAV, WMA, AMR, AWB, FLAC, MID, MIDI, XMF, MXMF, IMY, RTTTL, RTX, OTA, APE, DSF, DFF
  • ไฟล์วิดีโอที่รองรับ MP4, M4V, 3GP, 3G2, WMV, ASF, AVI, FLV, MKV, WEBM
  • กันน้ำกันฝุ่นได้ตามมาตรฐาน IP68
  • สีที่วางจำหน่าย สีดำ Midnight Black, สีฟ้า Coral Blue และ สีม่วง Lilac Purple
  • ราคา 31,900 บาท (64GB), 33,900 บาท (128GB), 37,900 (256GB)

Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_06สำหรับความแตกต่างกันระหว่าง Galaxy S9 และ S9+ มีอยู่เพียงไม่กี่เรื่อง ที่เห็นชัดๆ เลยก็คือขนาดตัวเครื่อง โดย Galaxy S9 จะเล็กกว่า Galaxy S9+ เล็กน้อย เพราะมีหน้าจอขนาด 5.8 นิ้ว ส่วน Galaxy S9+ มีหน้าจอขนาด 6.2 นิ้ว ถัดมาก็จะเป็นในส่วนของกล้องตัวหลักด้านหลังที่ Galaxy S9 เป็นกล้องเดี่ยว ส่วน Galaxy S9+ เป็นกล้องคู่

รวมถึงหน่วยความจำ RAM ของ Galaxy S9 มีขนาด 4GB ส่วน Galaxy S9+ มีขนาด 6GB และแบตเตอรี่ของ Galaxy S9 มีความจุ 3000 mAh ส่วน Galaxy S9+ มีความจุ 3500 mAh ส่วนที่เหลือเรื่องอื่นๆ นั้นคือจะมีคุณสมบัติเหมือนกันหมด

Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_07 Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_08หน้าตาของ Galaxy S9 / S9+ มีดีไซน์ทีไม่แตกต่างจากรุ่นก่อนหน้าอย่าง GalaxyS8 / S8+ มากนัก โดยยังใช้หน้าจอแสดงผลแบบ Infinity Display สัดส่วนของหน้าจอ Galaxy S9 มีขนาด 5.8 นิ้ว และ Galaxy S9+ มีขนาด 6.2 นิ้ว ชนิดจอ Super AMOLED ความละเอียด 2960 x 1440 พิกเซล (Quad HD+) อัตราส่วนการแสดงผล 18.5:9 โดยบริเวณด้านบนของจอก็จะประกอบด้วยกล้องถ่ายรูป ไฟแฟลช ลำโพง และเซนเซอร์ต่างๆ

Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_09 Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_10ขณะที่ด้านหลังของ Galaxy S9 / S9+ ใช้วัสดุที่เป็นกระจกดูสวยและเงางาม ซึ่งถ้าไม่ใส่เคสก็คงต้องขยันเช็ดกันหน่อย เพราะเกิดคราบรอยนิ้วมือได้ง่ายพอสมควร ตัวขอบข้างมีความโค้งมนแบบสมมาตรพอดีเท่ากันกับด้านหน้าจอ ทำให้เวลาถือจับจะกระชับเข้ารับกับมือได้ดีทีเดียว โดยที่บริเวณด้านหลังตัวเครื่องนี้ก็จะประกอบด้วยกล้องถ่ายรูป ไฟแฟลช เซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ และโลโก้แบรนด์ Samsung

กล้องหลังของ Galaxy S9 จะเป็นกล้องเดี่ยว ส่วน Galaxy S9+ เป็นกล้องคู่ โดยมีการจัดวางตำแหน่งของเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือใหม่ให้ไปอยู่ด้านล่างของกล้อง ต่างจาก GalaxyS8 / S8+ ที่จัดวางไว้อยู่ด้านข้างของกล้อง ซึ่งลักษณะการจัดวางแบบใหม่นี้ดูจะค่อนข้างใช้ง่ายและลงตัวมากกว่า เนื่องจากทำให้ไม่พลาดไปโดนเลนส์กล้อง

Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_11 Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_12บริเวณขอบรอบตัวเครื่องของ Galaxy S9 I S9+ ใช้วัสดุที่เป็นอะลูมิเนียมเกรด 7000 Series เพื่อเสริมความแข็งแกร่งและดูพรีเมี่ยม ตรงขอบด้านซ้ายจะมีปุ่มเพิ่ม / ลดเสียง และปุ่มเรียกใช้งาน Bixby ผู้ช่วยอัจฉริยะของ Samsung ขณะที่ขอบด้านขวาจะมีปุ่ม Power เพียงปุ่มเดียว

Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_13 Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_14ส่วนขอบด้านบนมีช่องสำหรับใส่ซิมการ์ดและไมค์ ส่วนขอบด้านล่างมีรูเสียบสายชาร์จแบบ USB Type-C ไมค์ รูเสียบหูฟังแบบ 3.5 mm พร้อมทั้งไมค์และลำโพง

Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_15ถาดใส่ซิมการ์ดเป็นแบบ Hybrid Slot คือจะใส่ซิม 1 พร้อมกับซิม 2 หรือ Micro SD Card อย่างใดอย่างหนึ่ง แต่จะไม่สามารถใช้งานเครือข่ายแบบ 4G พร้อมกันได้ทั้ง 2 ซิม โดยถ้าซิม 1 ใช้งานเครือข่ายเป็น 4G ซิมที่ 2 ก็จะใช้งานเป็น 3G

Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_16 Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_17 Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_18สำหรับอุปกรณ์มาตรฐานที่มีมาให้ในกล่องของ Galaxy S9 / S9+ ก็จะประกอบไปด้วย ตัวเครื่อง, อะแดปเตอร์ชาร์จไฟแบบชาร์จเร็ว, สายชาร์จแบบ USB Type-C พร้อมหัวแปลง USB กับ Micro USB, เคส TPU, หูฟัง tuned by AGK พร้อมจุกยางสำรอง, เข็มจิ้มถาดซิม และคู่มือการใช้งาน

Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_19ก่อนจะไปพูดถึงเรื่องกล้อง ให้ดูในส่วนของหน้าตา UI และพวกเมนูต่างๆ กันก่อน ซึ่งก็จะมีความคล้ายกันกับพวกตระกูล Galaxy S8 / S8+ หรือ Note8 นั่นเอง รวมถึงบรรดาเมนูการตั้งค่าก็เป็นรูปแบบที่ชาวแอนดรอยด์ทั่วไปคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว

Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_20 Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_21 Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_22ในส่วนของการแสดงผลบนหน้าจอหลักและหน้า App Drawer ของ Galaxy S9 / S9+ นั้นก็รองรับการแสดงผลแบบแนวนอนแล้ว

Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_24สำหรับใครมีบัญชีของแอปฯ ประเภทโซเชียลต่างๆ แบบต้องใช้งานหลายบัญชี ก็สามารถใช้งานฟีเจอร์สร้างแอปฯ คู่แฝดได้เหมือนกันกับในหลายๆ รุ่น จึงช่วยแยกได้ทั้งเรื่องงานหรือเรื่องส่วนตัวได้อย่างไม่สับสนหรือแม้แต่ต้องพกโทรศัพท์หลายๆ เครื่อง

Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_25ฟีเจอร์สำหรับการแสดงผลบนหน้าจอขณะหน้าจอปิดอย่าง Always On Display ตอนนี้ก็มีรูปแบบอื่นๆ มาให้เลือกและปรับเปลี่ยนได้

Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_26ด้านประสิทธิภาพภายในของ Galaxy S9 / S9+ อย่างที่ทราบกันก็คือมาพร้อมกับหน่วยประมวลผล Exynos 9810 Octa-Core (Quad-Core 2.7GHz + Quad-Core 1.7GHz) 10nm และรันด้วยระบบปฏิบัติการ Android 8.0.0 (Oreo) ส่วนหน่วยความจำ Galaxy S9 มี RAM 4GB / ROM 64GB ขณะที่ Galaxy S9+ มี RAM 6GB / ROM ให้เลือกที่ 64GB, 128GB และ 256GB พร้อมทั้งรองรับ Micro SD Card สูงสุด 400GB ทั้ง 2 รุ่น

Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_23ตัวเมนู Apps Edge ที่จะเป็นเมนูลัดตรงแถบข้างจออาจจะไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ก็มีการเพิ่มฟีเจอร์ App Pair หรือสร้างคู่แอปฯ ที่ใช้งานบ่อย เพื่อให้กดใช้งานแล้วแบ่งออกเป็น 2 หน้าจอได้ทันที ซึ่งฟีเจอร์นี้ถูกต่อยอดมากจาก Galaxy Note8

Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_27 Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_28 Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_29 Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_30เดี๋ยวนี้การทำงานแบบแบ่งแอปฯ เป็น 2 หน้าจออาจมีให้พบเห็นได้เป็นเรื่องปกติทั่วไป แต่สำหรับ Galaxy S9 / S9+ มีการเพิ่มหน้าต่างป๊อปอัพที่ให้สามารถเปิดแอปฯ 3 เพิ่มขึ้นมาทีเดียวพร้อมกันได้ ซึ่งหน้าต่างป๊อปอัพที่ว่านี้สามารถเคลื่อนย้ายไปยังจุดใดของหน้าจอก็ได้

Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_31 Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_32 Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_33เรื่องความปลอดภัยที่นอกจากจากจะมีตัวเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือบริเวณด้านหลังตัวเครื่องแล้ว Galaxy S9 / S9+ มีการใช้ระบบ Intelligent Scan โดยที่ตัวเครื่องจะเลือกเปิดใช้งาน 2 รูปแบบ คือ การปลดล็อกด้วยใบหน้า (Face Recognition) กับปลดล็อกด้วยม่านตา (Iris Scan) อย่างใดอย่างหนึ่งตามสภาวะของแสงที่เหมาะสมให้แบบอัตโนมัติ

Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_34 Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_35โดยตัวเครื่องจะมีการวิเคราะห์แบบอัตโนมัติให้ว่าวิธีการใดสามารถทำได้รวดเร็วที่สุดและปลอดภัยที่สุด เช่น หากอยู่ในที่ที่มีแสงสว่างค่อนข้างน้อยก็จะปลดล็อกด้วยม่านตา หรือหากอยู่ในที่ที่มีแสงสว่างมากก็จะปลดล็อกด้วยใบหน้า

Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_36ตอนนี้ก็จะมาพูดถึงไฮไลท์สำคัญอย่างเรื่องกล้องถ่ายภาพ โดยจะทบทวนข้อมูลให้อีกทีว่า ทั้ง Galaxy S9 / S9+ มีกล้องหน้าสำหรับเซลฟี่เหมือนกันที่ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสง F1.7 มี Auto Focus

ในขณะที่กล้องหลังจะแตกต่างกันเพราะ Galaxy S9 มีกล้องหลังแบบเลนส์เดียว Super Speed Dual Pixel ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล แต่มีรูรับแสงคู่ F1.5 และ F2.4 ส่วน Galaxy S9+ มีกล้องหลังแบบเลนส์คู่ โดยเป็นกล้องตัวหลัก Super Speed Dual Pixel ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสงคู่ F1.5 และ F2.4 มี Auto Focus พร้อมกันสั่น OIS + กล้องตัวรอง 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง F2.4

Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_37 Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_38 Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_39โหมดสำหรับถ่ายภาพของกล้องหลังที่มีมาให้จะประกอบด้วย โหมดอาหาร พาโนรามา โปร ไลฟ์โฟกัส อัตโนมัติ ซูเปอร์สโลว์โมชั่น อิโมจิ AR และ HYPERLAPSE ส่วนโหมดสำหรับถ่ายภาพของกล้องหน้าก็จะมี โหมดโฟกัสสำหรับเซลฟี่ เซลฟี่ อิโมจิ AR และถ่ายภาพตัวเองมุมกว้าง

Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_40 Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_45ในแง่ของการใช้งานกล้องถ่ายภาพนั้น ก็ยังคงแสดงความเป็นจุดแข็งที่เป็นข้อได้เปรียบมาโดยตลอดของ Samsung โดยสามารถใช้งานได้ง่ายในแทบทุกโหมดและไม่มีอะไรซับซ้อนมากนัก ส่วนเรื่องความสวยของภาพก็ทำได้ดีอยู่แล้ว รวมๆ แล้วก็ยังคงถ่ายเล่นได้สนุก อย่างการถ่ายหน้าชัดหลังเบลอจะมีโหมดไลฟ์โฟกัสได้เล่นกัน ซึ่งเวลาถ่ายจะมีการเบลอพื้นหลัง เพิ่มเอฟเฟ็กต์โบเก้ เพื่อให้จุดที่เลือกดูโดดเด่นขึ้นมา หรือแม้แต่โหมดอาหาร ที่เวลาถ่ายจะมีจุดโฟกัสตรงที่อยากเน้นความชัด พร้อมทั้งปรับโทนสีให้อมเหลืองๆ ขึ้นมาอีกนิด

และความพิเศษของรูรับแสงแบบคู่ คือจะทำงานโดยอัตโนมัติด้วยกลไกคล้ายกับการขยายและหดตัวของม่านตามนุษย์ จึงสามารถปรับตามสภาวะแสงได้เองโดยผู้ใช้งานไม่ต้องทำอะไรเลย เช่น หากกำลังถ่ายรูปในที่แสงน้อย รูรับแสงก็จะปรับเป็น F/1.5 หรือถ้าถ่ายในที่ที่แสงเหมาะสมแล้ว รูรับแสงก็จะปรับเป็น F/2.4 นั่นเอง

Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_41 Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_42 Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_43 Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_44ความสามารถพิเศษที่มากับคุณสมบัติกล้องของ Galaxy S9 / S9+ ก็จะมี 2 เรื่องสำคัญคือ การสร้างอิโมจิ AR และการถ่ายวิดีโอ Super Slow-mo โดยเริ่มจากการสร้างอิโมจิ AR กันก่อน ซึ่งผู้ใช้งานจะสามารถสร้างอิโมจิคาแรคเตอร์บ่งบอกอารมณ์ด้วยรูปลักษณ์ เสียง และท่าทางเหมือนกับตัวเจ้าของในรูปแบบ 3 มิติ พร้อมทั้งสามารถปรับแต่งหน้าตา ทรงผม เครื่องแต่งกายในแบบที่ตัวเองชอบ แล้วยังนำไปใช้กับแอปฯ Third Party อื่นๆ ในรูปแบบของสติ๊กเกอร์ไฟล์ GIF ได้

ส่วนอีกหนึ่งฟีเจอร์การถ่ายวิดีโอ Super Slow-mo นั้น เนื่องจากการที่กล้องของ Galaxy S9 / S9+ มี Super Speed Dual Pixel ที่ช่วยจับภาพได้เร็วยิ่งขึ้น จึงสามารถถ่ายภาพแบบ Super Slow Motion ได้ระดับ 960fps ความละเอียด HD 720p ที่ยังเด่นกว่ารุ่นอื่นในท้องตลาด เพราะมากับระบบตรวจจับวัตถุอัตโนมัติ โดยผู้ใช้เพียงแค่กำหนดกรอบตรงส่วนที่ต้องการไว้บนหน้าจอ และเมื่อวัตถุผ่านเข้ามาอยู่ในพื้นที่การตรวจจับดังกล่าว ก็จะทำการบันทึกวิดีโอ Slow Motion ให้โดยอัตโนมัติ

ขณะที่การบันทึกวิดีโอปกติสามารถทำได้ในระดับ 4K UHD และมีการนำการเข้ารหัสแบบ HEVC มาใช้เพื่อช่วยให้ขนาดของไฟล์ลดลงประมาณ 30% โดยที่คุณภาพไม่เสียไป

โดยรวมแล้วก็คงต้องบอกว่า Galaxy S9 / S9+ ยังเป็นสมาร์ทโฟนระดับท็อปที่น่าสนใจมากๆ รุ่นหนึ่งในท้องตลาด เรื่องนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ใส่เข้ามาก็ไม่เป็นสองรองใครอยู่แล้ว ส่วนการดีไซน์แม้อาจจะดูขัดใจไปนิดที่แทบไม่เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงจากรุ่นเดิม แต่สิ่งที่ได้เพิ่มเติมคือประสิทธิภาพและความสามารถของกล้องที่ถ้าหากได้ลองแล้วอาจจะติดใจ

IMG_9527สำหรับลูกค้าที่ซื้อเครื่องมาใหม่ และกำลังมองหาฟิล์มหรือกระจกกันรอยตอนนี้ ทาง Focus ผู้จำหน่ายฟิล์มและกระจกกันรอยรายใหญ่ในบ้านเรา ได้เปิดตัว ฟิล์มกระจกกันรอย Focus 3D Full Stick สำหรับ S9 และ S9+ แล้ว

โดยฟิล์มกระจกกันรอย Focus 3D Full Stick (Case Friendly) ถือเป็นกระจกกันรอยซิลิโคนเต็มจอลงโค้งรุ่นใหม่ ที่มาพร้อมการปกป้องเต็มจอถึงขอบโค้ง ที่ยังไม่มีผู้ผลิตรายอื่นทำได้ ช่วยให้ตัวเครื่องสวยงาม และแนบสนิททั่วขอบจอ และด้วยการที่เป็นกระจกคุณภาพสูงทำให้ทัชได้ลื่นไหล ไม่สะดุด และไม่มีจุด (dot matrix) มารบกวนสายตา และรองรับการใส่เคสได้เป็นอย่างดี

มาดูตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องของ Samsung Galaxy S9 / S9
Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_50 Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_51 Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_52 Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_53 Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_54 Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_55 Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_56 Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_57 Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_58 Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_59 Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_60 Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_61 Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_62 Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_63 Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_64 Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_65 Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_66 Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_67 Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_68 Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_69 Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_70 Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_71 Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_72 Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_73 Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_74 Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_75 Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_76 Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_77 Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_78 Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_79 Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_80 Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_81 Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_82 Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_83 Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_84 Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_85 Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_86 Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_87 Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_88 Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_89 Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_90 Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_91 Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_92 Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_93 Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_94 Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_95 Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_96 Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_97 Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_98 Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_99 Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_100 Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_101 Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_102 Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_103 Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_104 Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_105 Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_106 Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_107 Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_108 Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_109 Review_Samsung_Galaxy_S9_S9+_mxphone_110