เปิดใจมุมมองของทั้ง 3 เครือข่าย หลังการประมูล 3G และไขข้อข้องใจ “ขณะอยู่ในห้องประมูล 3G ทำอะไรกันบ้าง”

กระแสข่าวการประมูล 3G ของประเทศไทยที่พึ่งผ่านไป ออกมาในแง่สงสัย ว่าทำไมราคาประมูลที่ได้ถึงดูน้อยไป รวมถึงทัศนะ มุมมองในฝั่งของผู้ประกอบการเครือข่าย ว่าพวกเค้ารู้สึกอย่างไรกับการประมูลครั้งนี้ที่ผ่านพ้นไป และถือเป็นครั้งแรกของการเปิดใจเล่าว่า ตอนอยู่ในห้องประมูล ทำอะไรกันบ้าง

สำหรับตัวแทนของทั้งสามเครือข่ายที่จะมาพูดถึงในเรื่องนี้ ตัวแทนของ AIS คุณวิเชียร เมฆตระการ CEO AIS มาด้วยตนเอง / ตัวแทนของ dtac ดร. ดามพ์ สุคนธทรัพย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร dtac / ตัวแทน True คุณอธึก อัศวานันท์ รองประธานกรรมการ และหัวหน้าด้านกฎหมาย ทรู คอร์ปอเรชั่น

มุมมองของตัวแทนสามเครือข่าย

AIS

คุณวิเชียร : การประมูล 3G ที่ผ่านไปนั้น AIS ยังคงยืนยันจุดมุ่งหมายเดิม นั้นคือเข้าห้องประมูล แล้วกดประมูลให้ชนะขาดเท่านั้น เพราะเราต้องการการันตีว่า เราจะได้ช่องสัญญาณมาใช้งานให้บริการแน่นอน ทุกวันนี้ AIS เหลือสัมปทานอีกไม่กี่ปีจากนี้ ก็ต้องส่งมอบเครือข่ายให้ TOT ซึ่งทุกวันนี้ก็เริ่มส่งมอบไปบางส่วนบ้างแล้ว เมื่ออายุสัมปทานจะหมดลง เครือข่ายก็ต้องส่งมอบ ก็เท่ากับบังคับให้เราต้องชนะเท่านั้น

เราเลือกตำแหน่ง 7/8/9 ไม่ใช่เพราะเรื่องว่าจะผูกมิตร TOT เป็นหลัก เขื่อว่าทุกคนรู้จักแน่นอนว่า TOT เป็นองค์กรแบบไหน เรื่องมิตรจึงไว้กันทีหลัง ที่เลือกตรงนี้ เพราะทีมงานได้ศึกษาแล้วว่า เป็นจุดที่คลื่นรบกวนน้อยสุด เรื่องคลื่นรบกวนนี้ เรามีอดีตฝังใจนิดหน่อยกับตอนทำคลื่น 900 เพราะเราอยู่ในย่านความถี่ที่เลือกไม่ได้ ต้องไปซื้อ Microwave ให้กับกิจการข้างเคียงต่างๆ เพื่อมาแก้เรื่องสัญญาณรบกวนต่างๆ เสียเงินเป็นพันๆล้านๆ ตำแหน่งคลื่น 3G ที่เราเลือก เปรียบเทียบง่ายๆ การเลือกตำแหน่งคลื่นก็เหมือนซื้อทาวน์เฮ้าส์ ผนังต้องแชร์ร่วมกัน เราเลือกท้ายหมู่บ้าน เพราะเราอยากแชร์ผนังใช้งานร่วมด้วยน้อยสุด ก็เท่านั้นเอง

แต่ถึงเราจะทุ่มเพื่อซื้อได้ แต่ก็ใช้ว่าจะไม่มีขีดจำกัด เพราะราคาประมูล 3G นั้น โดยรวมถือว่าไม่ได้ถูกเอาซะเลย ต้องให้ประมูลที่ราคาขั้นต่ำได้ ก็ถือว่าแพงอยู่ดี แพงตรงไหน? แพงที่ค่าใช้จ่ายในการสร้างเครือข่ายกับเทคโนโลยีเก่า ถ้าจะต้องลงทุนวันนี้ ค่าใช้จ่ายเมื่อหารคุณภาพต่อราคาแล้ว ประเทศไทยถือว่าลงทุนแพงกว่าอีกหลายประเทศทั่วโลก ไม่ต้องเทียบอื่นไกล ในอาเซียนด้วยกัน เรามีต้นทุนอยู่ที่ 47 Cent / MHz / จำนวนประชากร ในขณะที่สิงคโปร์อยู่ที่ 8 Cent / มาเลเซีย 3 Cent / อินโดนิเซีย 4 Cent ยิ่งประเทศอื่นในโลก ยิ่งไม่ต้องเทียบ เพราะนั้นคือราคาเมื่อ 5-10 ปีที่ผ่านมาแล้ว ฉะนั้น ข้อที่บอกว่าราคาตั้งต้น 4,500 ล้านบาทต่อสล๊อตสัญญาณนั้นถูกไป ไม่จริงอย่างแน่นอนอีกเรื่องหนึ่ง การประมูลในครั้งนี้ถือว่าราคาแพง เพราะในก้าวต่อไปของ 4G ประเทศไทย ใช้เวลาต่อจากนี้ไม่นานมาก การลงทุนใน 3G ตอนนี้ จำเป็นต้องทำ แต่ก็ไม่ควรแพงขนาดนี้เช่นกัน

การประมูลครั้งนี้ ส่วนตัวแล้ว มองว่าสาเหตุที่มีคนจ้องล้มเสมอ เพราะเป็นการประมูลที่ส่งเงินเข้ารัฐฯ แบบเต็มเม็ดเต็มหน่วยสุดๆ เรียกว่าถ้าหักค่าอาหารที่ส่งเข้าห้องประมูลวันนั้น (ซึ่งแอบไม่อร่อยสักเท่าไหร่) ถือว่าเป็นการส่งเงินเข้ารัฐฯ แบบไม่สูญหายระหว่างทางด้วยซ้ำ เรียกว่าอาจดูน่าหมั่นไส้สำหรับหลายคนที่มีอำนาจในการล้มประมูลครั้งนี้ได้

dtac

ดร. ดามพ์ : ก่อนไปประมูลนั้น dtac มาคำนวณถึงราคาที่เราอยากลงทุนกับการประมูลครั้งนี้ เพราะอายุสัมปทาน 2G เราเหลือเยอะกว่าทั้ง AIS / True ทำให้เราต้องใช้เงินให้เหมาะสม เพราะอย่างที่ AIS พูดไว้ว่า 4G อยู่อีกไม่ไกลนัก dtac จึงมาประมูล 3G ด้วยการคำนึงความคุ้มค่าของบริษัทในระยะยาวมากกว่า เพราะเงินประมูลเริ่มต้น 4,500 ล้านบาทต่อสล๊อต กับระยะเวลาการดำเนินการ และสิ่งที่จะได้รับกลับมาทั้งหมด ถือว่าใช้ทุนสูงพอสมควร แต่ในขณะเดียวกัน เราก็ต้องการันตีว่าจะชนะในการประมูล ในกรณีที่การประมูลทุ่มทุนกดประมูลเช่นกัน

ก่อนมาเข้าประมูลครั้งนี้ dtac ได้ศึกษาแล้วว่า ไม่ว่าจะได้คลื่นช่วงไหน เราโอเคหมด ต่อให้เราได้เลือกเอง หรือไม่มีโอกาสเลือกจริงๆ จุดไหนก็ได้ ทีมงานของ dtac พร้อมต่อการปรับแต่งคลื่นสัญญาณให้สมบูรณ์ต่อการให้บริการ ทั้งในแง่คุณภาพและคลื่นรบกวนที่จะไม่ตีกันแน่นอน

การประมูลครั้งนี้ dtac ไม่เห็นด้วยกับการล้มแน่นอน สิ่งที่ dtac มองเห็นหากมีการล้มประมูล นั้นคือโครงสร้างเวลาที่เกิดขึ้นจะพังลงทันที เงินประกันค่าประมูลพันกว่าล้าน ไม่ว่าจะ AIS หรือ True ก็คือการลงทุนอย่างหนึ่ง ซึ่งมันคงไม่ดีแน่ ที่เงินเหล่านี้จะสูญสลายไป แล้วประเทศไม่ได้อะไรกลับมา หลายธุรกิจในประเทศไทยนั้น ทุกวันนี้ขาดศักยภาพในการเติบโต เพราะการสื่อสารที่ติดขัด ความเจริญทางธุรกิจ ส่งผลต่อประชาชาติมวลรวม (GDP) แล้วถ้า 3G ไม่เกิด นั้นเท่ากับว่า ผู้หวังให้ล้มประมูล ก็จงใจขัด GDP ของประเทศนี้ให้ล้าหลังเช่นกัน

True

คุณอธึก : ในฐานะนักกฎหมาย ก่อนประมูล 3G จำได้ว่ามีการทำประชาพิจารณ์ต่างๆ มีทุกฝ่ายทั้งภาคประชาชน เอกชน การเมือง ก็มารับทราบแล้ว ทั้งในแง่กติกา และราคาประมูลเริ่มต้น จนประกาศลงราชกิจจานุเบกษาแล้วว่า “ราคาประมูลเริ่มต้น คือราคาที่สมควรขาย” แถมเราคิดว่า มีผู้เข้าประมูลมากกว่า 3 รายแน่ๆ จนวันที่ประกาศชื่อผู้ประมูลที่ผ่านเกณฑ์ ก็ดันเป็นหน้าเดิมที่เห็นกัน ซึ่งเรื่องนี้เราต่างก็รู้ศักยภาพของแต่ละค่ายกันดี จึงไม่แปลกที่สังคมอาจมองว่า ล็อคแจกไปเลยไม่ดีกว่าหรือ

แต่การประมูล ต่างกับการเสนอราคา เพราะการเสนอราคา คือการให้ราคาที่ต่ำที่สุด ถึงจะได้รับการเลือก การประมูล คือการมีผู้เข้าร่วมหนึ่งรายเป็นต้นไป ให้ราคาขั้นต่ำได้ หรือจะให้ราคาที่สูงกว่าราคาขั้นต่ำได้เช่นกัน ฉะนั้นแล้ว ผลการประมูลนี้ ไม่มีเรื่องของการอั้วแน่นอน เป็นเรื่องของกลยุทธ์ที่ทุกเครือข่ายที่ทำได้แน่นอน

สำหรับทรูแล้ว การประมูล 3G ในครั้งนี้ ทรูมองถึงเรื่องกลยุทธ์ที่ไม่ต่างกับที่ dtac มองเช่นกัน ว่าจะประมูลอย่างไรให้คุ้มค่าเงินที่สุด เพราะในแง่สภาพการเงินของทรู ความเสี่ยงในการประมูลหากมีการแข่งขันกันจริงๆ เราก็ต้องเผื่อไว้ในระดับที่เราไหวเช่นกัน ไม่ได้เป็นอย่างที่คนภายนอกมองแน่นอนว่า มาประมูลแบบรอเก็บตก เพราะไม่มีเงิน ถ้าจำเป็นต้องใส่ เราก็พร้อมใส่เช่นกัน และเชื่อว่า ฝั่ง dtac / AIS เอง ก็คิดแบบนี้เช่นกัน

การประมูล 3G ครั้งนี้ ทรูเลือก 4/5/6 ถามว่าทำไม? เหตุผลไม่ต่างกับ dtac / AIS แน่นอน นั้นคือความเหมาะสมที่ปรึกษากันมาแล้วว่า ลงตัวสุด อารมณ์ไม่ต่างกับการเลือกจีบสาว เราทั้ง 3 ไม่ได้จำเป็นต้องชอบสาวคนเดียวกัน เพราะถ้าชอบคนเดียวกัน แน่นอนว่าคงต้องแยกกันทุ่มแน่นอน True ยืนยันได้ว่า เราไม่ได้สมยอมอะไรกับ AIS / dtac แน่นอน เพราะหากมองถึงวิธีการกดแล้ว จะเข้าใจเองว่า เราทั้ง 3 ต่างก็ไม่ได้เตี๊ยมอะไรกันมาแน่นอน ทุกคนต้องการประมูลให้ชนะ แต่ในขณะเดียวกัน ถ้าลงตัวในแง่เงินทองได้ก็ทำ

ในแง่การล้มประมูล  True มองว่าการล้มประมูล ประเทศจะเสียความเชื่อมั่นกับภาพรวม ลองคิดตามง่ายๆ รอบแรกล้มก่อนประมูล รอบสองถ้าโดนล้ม ก็คือประมูลแล้วโดนไล่บี้ให้ล้ม ถ้ามีรอบสาม วางกติกาเลิศเลอแค่ไหน แต่เอกชนหน้าไหนจะกล้าเข้าแข่ง เพราะมันหาความมั่นใจไม่ได้ เกิดประมูลแล้ว ยังหาช่องโหว่มาอัดให้ล้มต่อได้อีกละ? ใครจะรับรองให้ เงินประกันก็ไม่ใช่ถูกๆ ค่าประมูลก็ไม่ใช่น้อยๆ ถ้ามีคนโกงจริง จับได้เลย จับทันทีได้เลย แต่ถ้ามันไม่มี คนกล่าวหาหรือคนวิจารณ์เสียหายทั้งหลาย รับผิดชอบให้ได้ไหม? ผลของการไม่มี 3G ทั้ง AIS และ dtac ตอบได้ชัดเจนไปแล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้น ซึ่งส่วนตัวก็ไม่อยากจินตนาการถึงเช่นกัน

เกิดอะไรขึ้นในห้องประมูล

เรื่องในห้องประมูล ได้รับการเปิดเผยจาก True และ AIS ทำให้ทาง dtac ต่อได้เลยว่า ที่เหลือคือ dtac นั้นเอง โดยการเล่าเหตุการณ์นี้ เรียงจาก True พูดก่อน AIS พูดอันดับ 2 และ dtac ปิดท้าย

(ดูภาพการประมูลราคาในแต่ละรอบ เพื่อความเข้าใจในการเสนอราคา)

คุณอธึก True : ในรอบแรกสุด ทาง True ลงช่อง G / H / I ซึ่งช่อง H มีคนกดเสนอพร้อมกับเรา ในผลรอบแรก เราเป็นผู้ชนะชั่วคราวของทั้ง 3 ช่อง เพราะเรากดช่อง H ก่อน พอขึ้นรอบ 2 ช่อง H ที่มีคนกดไว้ ทำให้เราต้องคิดว่า จะสู้ราคา หรือจะหนีไปลงช่องที่ว่างแทน พอเรามองเห็นว่าช่อง B ว่างอยู่ ในรอบ 2 เลยคงสถานะของช่อง G / I เอาไว้ แล้วหนีไปกดช่อง B แทน หลังจากนั้น ในรอบถัดมา เราต้องเฝ้าให้แน่ใจว่า จะไม่มีใครมากดลงช่อง B / G / I ที่เรากดยืนยันสิทธิผู้ชนะชั่วคราวเอาไว้ จนพอจบรอบ 6 ก็ไม่มีใครมากดเพิ่มในช่อง B / G / I ทำให้เราจบทั้ง 3 ช่อง ในราคาช่องละ 4,500 ล้านบาท

คุณวิเชียร AIS : การประมูลครั้งนี้ AIS กดรอบแรกเป็น A / E / H ซึ่ง True เฉลยแล้วว่ากด H ไว้ ฉะนั้น ช่อง E ที่มีคนกดไว้อีกคนเช่นกัน แปลว่าช่อง E / H มีคนกดเหมือนเรา รอบ 2 เราต้องการปิดเกม เลยใส่ราคาของช่อง E กับ H ในรอบ 2 ให้ราคามันขึ้น และกดซ้ำราคา A อีกทีไว้ ถึงไม่มีใครมากดก็ตาม เพื่อการันตีชนะไว้ก่อน จากนั้นก็ค่อยดูความเคลื่อนไหวแค่ว่า จะมีใครมาเสนอราคาทับ A / E / H หรือไม่ เมื่อไม่มี ก็เลี้ยงจนจบเช่นกัน สำหรับรอบ 4 ที่มีการ Waiver ผ่านนั้น AIS เป็นคนกดเอง ไม่มีเหตุผลไรมากกว่า ขอลองลูกเล่นการประมูลก็เท่านั้น^^”””””

ดร. ดามพ์ : วิธีการเราคล้ายกับ True นั้นคือหลีกช่องที่มีคนกดสู้เพิ่ม รอบแรก dtac กดช่อง D / E ก่อน เพื่อดูเชิงว่าอีกสองเจ้ากดรอบแรกแบบเอา 3 ช่องเลยหรือเปล่า ซึ่ง E มีคนกดด้วย นั้นคือ AIS ทำให้เราต้องจับตาว่า รอบ 2 จะหนีไปไหนดี ช่อง D ที่เรากดไว้ตอนแรก ไม่มีคนกดต่อ ทำให้เราคงช่อง D เอาไว้ พอขึ้นรอบ 3 เลยไปหย่อนช่อง C เพื่อรักษาอีกช่องไว้ และรอว่า อีกสองเจ้าจะเล่นอย่างไรต่อ พอเห็นเจ้านึงลงสามช่องแล้วกดเลี้ยงไปเรื่อยๆ และมีอีกสามช่องที่ราคาขึ้น dtac เลยตีแผนว่า มีเจ้านึงเลี้ยงให้จบ กับอีกเจ้าเล่นเรื่องราคาเพื่อเอาชัวร์ ทีนี้ ช่อง F ที่เหลือ จึงรอลงตอน Final Phase ได้เลย เพราะมั่นใจแล้วว่า ช่องดังกล่าวลงแล้วจะไม่มีเจ้าไหนมาอัดราคาสู้ต่อแน่นอน

ส่งท้ายการเปิดใจ

วิเชียร AIS : ในอดีตที่ผ่านมา เราเป็นผู้นำด้านเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ เรามีโทรศัพท์มือถือใช้ก่อนใครเพื่อนในย่านนี้ ผลที่เกิดขึ้น ความเจริญที่กระจายตัวได้รวดเร็วขึ้น เพราะการติดต่อสื่อสารที่ไปได้ไกลขึ้น ประเทศไทยไม่มี 3G ไม่ตายหรอก แต่เราพร่ำถึงความเจริญของประเทศ เราคุยเรื่อง AEC เราคุยเรื่องนั้น เรื่องนี้ เรื่องที่ว่าถึงความเจริญของประเทศล้วนๆ แต่ประเทศเรากำลังโดนขัดแข้งขากับสิ่งพื้นฐานที่พาความเจริญไปถึงอย่าง 3G ตัวผมเองบริหาร AIS อีกแค่ 2 ปีก็เกษียณอายุงานแล้ว ผมอยากเห็นลูกหลานต่อจากนี้ มี 3G นำไปใช้เพื่อพัฒนาประเทศต่อ ก็เท่านั้นเอง

ดร.ดามพ์ dtac : ผมเชื่อว่าตลาดเป็นผู้กำหนดให้ผลประโยชน์เข้าประเทศได้แน่นอน ความคาดหวังของลูกค้า คือโจทย์ที่ทุกค่ายเจอเหมือนกัน ราคาและคุณภาพของ 3G ของผู้ให้บริการ ผู้บริโภคจะเลือกได้เอง เมื่อเลือกได้แล้ว เกิดการใช้แล้ว ผลของการใช้งาน จะทำให้เม็ดเงินที่มองไม่เห็นข้างหลัง เติบโตเข้าประเทศเอง

คุณอธึก True : ไม่ต้องห่วงผลประโยชน์หลังจากนี้ เพราะประเทศได้รับเต็มเม็ดแน่ๆ เอกชนอย่างเราได้ใบอนุญาต ก็ต้องโดนกำกับทั้งในเรื่องราคา คุณภาพ ถ้าทำไม่ได้ ก็โดนไล่บี้ ไล่บี้หนักๆ ก็ถอนใบอนุญาตได้ แถมในความเป็นจริง ถ้าไม่ชอบ True ก็มี AIS / dtac รอรับได้ ฉะนั้นแล้วจึงเป็นความท้าทายของ True เอง ว่าจะให้บริการอย่างไรให้ลูกค้าพอใจและอยู่กับเรา ฉะนั้นแล้ว เอกชนอย่างเรา ก็ต้องการผลักดันคุณภาพของ 3G ให้ถึงเป้าหมายเช่นกัน

ถือว่าทั้ง 3 เครือข่าย ได้เปิดใจพูดและเล่าถึงสิ่งที่หลายคนสงสัยได้ค่อนข้างกระจ่าง อย่างไรแล้ว MXPhone ก็ขอลุ้นให้ 3G 2100 MHz ได้แจ้งเกิดใช้งานซะที