ดีแทคเผยผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2556 รายได้จากการให้บริการ เติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

20120829111643บริษัทโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค เผยผลประกอบการยังคงเติบโตต่อเนื่อง ถึงแม้จะมีปัจจัยลบทางด้านเศรษฐกิจและการแข่งขันในตลาดที่สูงขึ้นประกอบกับการปรับลดอัตราค่าเชื่อมต่อโครงข่าย (Interconnection หรือ IC) ในช่วงไตรมาส 3 ที่ผ่านมา รายได้จากการให้บริการ (ไม่รวม IC) เพิ่มสูงขึ้นร้อยละ 10.2 จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน(YoY) โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากการเติบโตของบริการอินเทอร์เน็ตไร้สายที่เติบโตมากกว่าร้อยละ 80 จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน (YoY) เป็นไตรมาสที่ 7 ติดต่อกัน  รายได้จากการขายเครื่องโทรศัพท์ปรับตัวสูงขึ้นร้อยละ 32.6 จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน (YoY) แต่ปรับลดลงจากไตรมาส 2ที่ผ่านมาเนื่องจากปัจจัยทางเศรษฐกิฐและการรอคอยการเปิดตัวไอโฟน 5s ในไตรมาส 4 สำหรับรายได้จากการดำเนินงานรวม 21.4 พันล้านบาท ปรับตัวขึ้นเพียงเล็กน้อยจากไตรมาสเดียวกันปีก่อน เนื่องมาจากการปรับลดอัตราค่าเชื่อมโยงโครงข่ายทั้งระบบ 2G และ 3G ที่มีผลตั้งแต่วันที่ 1กรกฎาคม 2556

จุดเด่นในไตรมาสที่ 3 ยังคงเป็นรายได้จากบริการเสริมที่เติบโตต่อเนื่อง ถึงร้อยละ 54.5 จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน (YoY) และร้อยละ 10.3 จากไตรมาสก่อน (QoQ) อยู่ที่ 5.9 พันล้านบาท แรงขับเคลื่อนหลักของรายได้จากบริการเสริมยังคงเป็นการใช้อินเทอร์เน็ตไร้สายที่เติบโตอย่างต่อเนื่องร้อยละ 85.8 จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน (YoY) และร้อยละ 14.1 จากไตรมาสก่อน (QoQ) ซึ่งเป็นผลจากความนิยมในสมาร์ทโฟนและแอพพลิเคชั่นสังคมออนไลน์ที่ยังคงมีสูงต่อเนื่อง และการขยายพื้นที่ให้บริการ 3G บนคลื่นความถี่ย่าน 2.1 GHz ครอบคลุมพื้นที่การให้บริการได้ครบ 77 จังหวัดทั่วประเทศของดีแทค

EBITDA สำหรับไตรมาสที่ 3 ปี 2556 เท่ากับ 7.2 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.5 จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน จากการเติบโตของรายได้และการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิผล EBITDA margin ปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่ร้อยละ 33.4 เนื่องจากการปรับลดอัตราค่าเชื่อมโยงโครงข่าย กำไรสุทธิสำหรับงวดเท่ากับ 2.7 พันล้านบาท ลดลงร้อยละ 4.7 จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน เนื่องจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายของค่าธรรมเนียมใบอนุญาตและการลงทุนในระบบ 3G 2.1GHz

ในส่วนผู้ใช้บริการสมาร์ทโฟนต่อผู้ใช้บริการทั้งหมดของดีแทคเพิ่มขึ้นสู่ร้อยละ 29.1 ในไตรมาส 3ของปี 2556 จากการทำตลาดดีแทค ไตรเน็ต โฟน และ ราคาสมาร์ทโฟนที่ลดลงในตลาด การเพิ่มขึ้นของผู้ใช้บริการสมาร์ทโฟนส่งผลดีให้ดีแทคในการเติบโตของรายได้บริการอินเทอร์เน็ตและความต้องการของลูกค้าปัจจุบันที่มีความประสงค์โอนย้ายสู่ระบบ 3G 2.1GHz

ดีแทค ไตรเน็ต ได้โอนย้ายลูกค้าตามความต้องการ ที่จะมาใช้งานไปแล้วจำนวน 3.7 ล้านราย โดยยังมีลูกค้าที่แจ้งความต้องการย้ายมาใช้บริการดีแทค ไตรเน็ตอีก 8.2 ล้านราย ซีงดีแทคมั่นใจว่า จะทำให้บรรลุเป้าหมายที่จะมีลูกค้าเข้ามาใช้ดีแทค ไตรเน็ตจนถึงสิ้นปีนี้ครบ 10 ล้าน

นายจอน เอ็ดดี้ อับดุลลาห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค กล่าวว่า “รายได้การให้บริการที่เติบโตต่อเนื่อง  เป็นผลมาจากการใช้งานโมบายล์อินเทอร์เน็ต และสมาร์ทโฟนที่ได้รับความนิยมมากขึ้น และความแข็งแกร่งในการดำเนินธุรกิจและการทำตลาด ที่จัดแคมเปญต่อเนื่องเพื่อดึงดูดให้ลูกค้าเครือข่ายอื่นย้ายเข้ามาใช้ดีแทค ไตรเน็ต  

คาดว่าในปลายปีนี้ภาวะการแข่งขันในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมจะทวีความเข้มข้นมากขึ้น จากความพร้อมทางด้านเครือข่าย 3G ของทุกค่ายที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ทำให้แต่ละค่ายจะต้องออกแคมเปญมาช่วงชิงลูกค้ากันอย่างร้อนแรง สำหรับจุดยืนของดีแทค เรายังคงมุ่งเน้นในการขยายและพัฒนาคุณภาพเครือข่ายดีแทค ไตรเน็ต ซึ่งได้ดำเนินการติดตั้งและเปิดให้บริการได้ครบแล้วใน 77จังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งด้วย ไตรเน็ต 3 โครงข่ายอัจฉริยะ จะช่วยให้การเชื่อมต่อสัญญาณ เพื่อการใช้งานเป็นไปอย่างราบรื่นไร้รอยต่อ ลูกค้าสามารถใช้งานต่อเนื่องบน 3G ได้โดยไม่สะดุดและสามารถทำให้ลูกค้าของเราได้รับบริการที่มีคุณภาพสูงตลอดการใช้งาน”

ปัจจุบันดีแทค และ ดีแทค ไตรเน็ต มีสถานีฐานรวมกันแล้วประมาณ 20,000 สถานีฐาน ซึ่งจะครอบคลุมประชากรร้อยละ 55 ได้ภายในสิ้นปีและจะยังคงขยายพัฒนาสถานีฐานต่อไป สร้างความพึงพอใจในการใช้บริการให้ลูกค้าดีแทคอย่างต่อเนื่อง