อย่าปล่อยให้ตกขบวน! เหตุผลดีๆที่ควรเปลี่ยนจาก Samsung Galaxy Note5 เป็น Galaxy Note8

DSC09697คงไม่มีข้อสงสัยหากจะบอกว่า Galaxy Note8 คือสมาร์ทโฟนที่ดีที่สุดของ Samsung ในตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเทคโนโลยีหน้าจอ ,ปากกา S Pen แถมยังเป็นกล้องหลังคู่ตัวแรกของค่าย ใครที่เป็นสาวกแบรนด์กิมจิอยู่แล้วก็คงไม่ลังเลที่จะเป็นเจ้าของรุ่นนี้อย่างแน่นอน แต่สำหรับคนที่ใช้ Galaxy Note5 ซึ่งเป็นรุ่นที่เปิดตัวและวางขายเมื่อประมาณ 2 ปีก่อน ก็อาจจะกำลังลังเลอยู่ว่าควรจะอัพเกรดเครื่องที่ใช้อยู่มาเป็นเรือธงรุ่นใหม่ดีไหม 

วันนี้ทาง MXPhone จึงขอนำทั้ง Galaxy Note5 และ Galaxy Note8 มาเปรียบเทียบกัน เพื่อหาเหตุผลดีๆที่อาจจะทำให้คุณตัดสินมาเป็นเจ้าของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้

Samsung Galaxy Note8 VS Samsung Galaxy Note5

vs

สเปค Galaxy Note8 Galaxy Note5
หน้าจอ (พิกเซล) 6.3 นิ้ว (2960 x 1440) 5.7 นิ้ว (2560 x 1440)
ซีพียู  Exynos 8895 Exynos 7420
RAM  6GB 4GB
ROM 64GB 32GB
กล้องหลัง เลนส์คู่ 12 ล้านพิกเซล (เลนส์ไวด์/f1.7 เลนส์เทเล f2.4) 16 ล้านพิกเซล (f/1.9)
กล้องหน้า  8 ล้านพิกเซล 5 ล้านพิกเซล
ฟีเจอร์พิเศษ Bixby/ S Pen/IP68/DeX S Pen
ขนาด  162.5 x 74.8 x 8.6 มม. 153.2 x 76.1 x 7.6 มม.
หนัก  195กรัม 171 กรัม
รันกับ Android เวอร์ชั่น 7.1.1 5.1 รองรับอัพเดตเป็น Android 7
แบตเตอรี่ 3300mAh 3000mAh
ราคาเปิดตัว 33900บาท 25900 บาท

  • ถ้าคุณชอบเสพความบันเทิงผ่านหน้าจอ Galaxy Note8 คือคำตอบ

จริงอยู่ที่ว่า Galaxy Note5 ได้เปิดตัวมาในฐานะสมาร์ทโฟนที่มีหน้าจอที่ใหญ่ที่สุด ณ เวลานั้น คือ 5.7 นิ้ว แต่นั้นมันก็คือเมื่อ 2 ปีก่อน เพราะในปัจจุบัน Galaxy Note8 ได้มาพร้อมกับจอแสดงผลที่เพิ่มขึ้น 6.3 นิ้ว แถมยังใช้ดีไซน์ Infinity Display ขยายสัดส่วนของจอจนเกือบเต็มพื้นที่ด้านหน้าของเครื่อง ให้อัตราการแสดงผลของภาพได้ถึง 18.5:9

DSC09091

ในส่วนชนิดของหน้าจอทั้งสองรุ่นใช้ Super AMOLED เหมือนกัน แต่ของ Note8 จะให้ความละเอียดที่เหนือกว่าเป็น Quad HD + (521ppi) และยังมีมาตรฐานการแสดงผล HDR เหมือนกับทีวีรุ่นแพงๆ ขณะที่ตัว Note5 ใช้ความละเอียดอยู่ที่ 2K (518ppi) สำหรับยุคที่มาตรฐานคอนเทนท์ส่วนใหญ่ได้ขยับไปเป็น 4K กันแล้ว Note8 สามารถให้ประสบการณ์ความบันเทิงที่เต็มอิ่มได้อย่างแน่นอน

  • เรียบหรู ตอบสนองทุกการใช้งาน คือดีไซน์ของ Galaxy Note8 

Galaxy Note8 มากับดีไซน์แบบ Metal-Glass รูปทรงโค้งมนแต่ไม่เท่า Galaxy S8 ตัวเครื่องคลุมด้วยกระจก Corning Gorilla Glass 5 ทั้งด้านหน้าและหลัง ขณะที่ขอบด้านข้างเป็นโลหะอลูมิเนี่ยมซีรีส์ 700 และด้วยหน้าจอที่เป็น Infinity Display ทำให้ต้องตัดปุ่ม Home แบบ Physical หรือที่กดลงไปได้จริงๆ ออกไป แล้วเอาปุ่มแบบ On-Screen หรือปุ่มสัมผัสบนหน้าจอมาใช้แทน พร้อมทั้งย้ายเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือไปไว้ด้านหลังเครื่องแทน

ตัวเครื่อง Note 8 เทียบกับ S8

ตัวเครื่อง Note 8 เทียบกับ S8

ขณะที่ตัว Galaxy Note5 ตัวขอบเป็นโลหะใช้กระจกโค้ง Corning Gorilla Glass 4 ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ซึ่งเป็นการยึดดีไซน์มาจากตัวเรือธงปีเดียวกันอย่าง Galaxy S6 ใช้ปุ่ม Home ที่กดได้จริงๆ และสามารถสแกนลายนิ้วมือได้ตรงปุ่มนี้

ตัวเครื่อง Note 5 เทียบกับ S6 edge

ตัวเครื่อง Note 5 เทียบกับ S6 edge

ด้วยหน้าจอที่ใหญ่ขึ้นจึงไม่ผิดที่ Galaxy Note8 จะมีขนาดที่ใหญ่และหนากว่าตัว Galaxy Note5 เล็กน้อยคือ162.5 x 74.8 x 8.6 มม. กับ 153.2 x 76.1 x 7.6 มม. และมีน้ำหนักที่มากกว่า 195 กรัม กับ 171 กรัม แต่พอใช้งานจริงๆก็แทบจะได้ให้ความรู้สึกแตกต่างอะไรกันมากมายครับ

อย่างไรก็ตามสิ่งที่น่าจะทำให้ Galaxy Note8 เอาชนะรุ่นพี่ได้อย่างสบายๆคือการที่ตัวเครื่องรองรับมาตรฐานกันน้ำระดับ IP68 หรือสามารถกันน้ำได้ลึกสูงสุด 1.5 เมตร นานสุด 30 นาที แถมตัวปากกา S Pen ก็ยังถอดมาเขียนใต้น้ำได้ด้วยนะ ขณะที่ Note5 ไม่ได้รองรับมาตรฐานตรงนี้

  • ประสิทธิภาพการใช้งาน และกำลังประมวลผล

เรือธงในปีที่ต่างกัน ประสิทธิภาพด้านการประมวลผลก็ต้องต่างกันตัว Galaxy Note5 ที่เป็นรุ่นในปี 2015 มากับชิปเซต Exynos 7420 ผลิตด้วยสถาปัตยกรรมแบบ 14 นาโนเมตร ขณะที่ Galaxy Note8 โมเดลที่วางขายทั่วโลก ยกเว้นสหรัฐฯ อัพเกรดเป็นชิปเซต Exynos 8895 ผลิตด้วยสถาปัตยกรรมระดับ 10 นาโนเมตร แน่นอนว่าเหนือกว่าอย่างไม่ต้องสงสัย

Note8 รองรับสองซิมและหน่วยความจำเสริม

Note8 รองรับสองซิมและหน่วยความจำเสริม

ขณะที่ RAM รุ่น Note8 ก็ให้มาถึง 6GB เพิ่มจาก Note5 ที่ให้มา 4GB เช่นเดียวกับความจุตัวเครื่องที่รุ่นเก่าให้มาสูงสุดที่ 64GB ขณะที่ Note8 แม้จะ 64GB เท่ากันแต่ก็รองรับหน่วยความจำเสริมแบบ microSD ได้สูงสุดถึง 256GB

เพราะเพิ่มหน่วยความจำเสริมไม่ได้ ทางออกก็ต้อง USB OTG

เพราะเพิ่มหน่วยความจำเสริมไม่ได้ ทางออกก็ต้อง USB OTG

  • ที่สุดของการถ่ายภาพด้วยกล้องคู่

งานนี้รุ่นใหม่ได้เปรียบไปเต็มๆ เพราะ Galaxy Note8 คือเรือธงกล้องคู่รุ่นแรกของ Samsung ที่มาพร้อมกับความละเอียด 12+12 ล้านพิกเซล ใช้เลนส์ไวด์รูรับแสง f/17 ทำงานร่วมกันกับเลนส์เทเล f/2.4 รองรับการซูมแบบ Optical Zoom ได้ 2 เท่า แถมมีระบบกันสั่น Dual OIS

ฟีเจอร์หน้าชัดหลังเบลอแบบ Note8

ฟีเจอร์หน้าชัดหลังเบลอแบบ Note8

ขณะที่ฟีเจอร์การถ่ายภาพที่เป็นไฮไลท์ในกล้องหลังของรุ่นนี้คือ “Live Focus” สำหรับสร้างมิติให้กับรูปถ่ายแบบหน้าชัดหลังเบลอเหมือนกับกล้องโปร และยังเก็บภาพที่เป็นภาพระยะใกล้และภาพในมุมกว้างได้พร้อมกันจากการกดถ่ายเพียงครั้งเดียวด้วย สำหรับ Note5 แม้จะเป็นเลนส์เดียวแต่ได้ความละเอียดกล้องหลังที่มากกว่าที่ 16 ล้านพิกเซล และยังโหมดถ่ายภาพให้มากมาย รวมทั้งโหมดโปร Selective Focus เลือกโฟกัสหลังถ่ายภาพได้

กล้องเดี่ยวใน Galaxy Note5

กล้องเดี่ยวใน Galaxy Note5

ด้านกล้องหน้า Galaxy Note8 ก็อัพเกรดความละเอียดเพิ่มเป็น 8 ล้านพิกเซล ขณะที่ตัว Note5 อยู่ที่ 5 ล้านพิกเซล และตัวรุ่นล่าสุดก็มีลูกเล่นสนุกๆที่ใช้ได้ทั้งกับกล้องหน้าและกล้องหลังอย่าง “3D Sticker” เอาสติ๊กเกอร์น่ารักๆ แบบ 3D มาแปะใส่ที่หน้านั่นเอง

  • ยกระดับปากกา S Pen จดแม่นยำ ลูกเล่นเพียบ

พูดถึงซีรีส์ Note ทั้งทีจะไม่พูดถึงตัวปากกา S Pen ก็คงไม่ได้ ในรุ่น Galaxy Note5 ทาง Samsung ได้ใส่ฟีเจอร์ที่เป็นตัวไฮไลท์อย่าง “Screen Off Memo” หรือฟีเจอร์เขียนหน้าจอได้ขณะหน้าจอดับอยู่เข้าไปให้แฟนๆได้ใช้กันพอมาถึงรุ่น Galaxy Note8 ความสามารถดังกล่าวก็ถูกยกระดับขึ้นโดยที่ผู้ใช้จะสามารถบันทึกตัว “Screen Off Memo” ได้สูงสุดถึง 100 หน้า เรียกว่าจังหวะหัวแล่น คิดอะไรออกก็จดใส่กันเลยไม่ต้องยั้ง

S Pen ที่ตอบสนองได้ดีกว่าใน Galaxy Note8

S Pen ที่ตอบสนองได้ดีกว่าใน Galaxy Note8

นอกจากนี้ตัวปากกา S Pen ของ Note8 ก็ยังมีการปรับหัวให้เล็กลงจนเหลือ 0.7 มิลลิเมตร และรองรับแรงกดได้มากถึง 4,096 ระดับเพื่อให้สัมผัสการใช้งานเสมือนปากกาของจริง อีกทั้งยังสามารถเพิ่มคำสั่งลง Air Command ได้สูงสุด 10 คำสั่ง ขณะที่ Note 5 เลือกได้ 5 คำสั่ง

ฟีเจอร์ S Pen ของ Galaxy Note5

ฟีเจอร์ S Pen ของ Galaxy Note5

ฟีเจอร์อีกตัวที่น่าสนใจคือ Live Message เขียนข้อความที่เป็นลายมือลงบนรูปภาพแล้วสร้างไปไฟล์ GIF และ Smart Selection ครอปภาพบางส่วนเพื่อสร้างภาพใหม่ หรือครอปไฟล์วิดีโอเพื่อสร้างภาพ GIF ก็ได้ นอกจากนี้ยังระบบTranslate การแปลภาษาที่รองรับได้ถึง 71 ภาษา รวมถึงการแปลงสกุลเงินได้แบบเรียลไทม์เพียงแค่ใช้ปากกาลากคลุม ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นเพียงแค่ฟีเจอร์บางส่วนบนปากกา S Pen ของ Note8

  • ให้ความจุแบตฯที่มากกว่า Note5 พร้อมผ่านการทดสอบอย่างเข้มงวด

Galaxy Note8 มากับแบตเตอรี่ที่มีความจุ 3,300mAh มากกว่าตัว Galaxy Note5 ที่ให้ไว้ 3,000mAh แต่น้อยกว่าตัว Galaxy Note7 รุ่นที่เป็นปัญหาซึ่งใส่ไว้ 3,500mAh และด้วยบทเรียนที่ได้รับจากรุ่น Note7 ทำให้เรือธงรุ่นล่าสุดมีมาตรฐานกระบวนการผลิต และการตรวจสอบความปลอดภัยของแบตเตอรี่ที่เข้มงวดมากขึ้น โดยจะต้องผ่านการทดสอบทั้งหมด 8 จุด (8-Point Battery Safety Check) ประกอบด้วย

  • Durability Test เป็นการเพิ่มระดับการทดสอบในด้านความทนทาน ไม่ว่าจะเป็น การประกอบแบตเตอรี่, ความอดทนต่อแรงกดดันในอุณหภูมิที่แตกต่างกัน รวมถึงการชาร์จแบตเตอรี่อย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน และอื่นๆ
  • Visual Inspection การตรวจสอบด้วยสายตา ในการเปรียบเทียบกับตัวอย่างของแบตเตอรี่ที่ได้รับการยืนยันแล้วว่าสอดคล้องกับเกณฑ์ทั้งในด้านมาตรฐาน และวัตถุประสงค์
  • X-Ray Test การเอ็กซ์เรย์เพื่อตรวจหาสิ่งใดๆ ก็ตามที่อาจเป็นปัญหาของแบตเตอรี่
  • Disassembling Test เป็นการถอดแยกส่วนประกอบของเซลล์แบตเตอรี่ออก เพื่อตรวจสอบคุณภาพโดยรวมอย่างละเอียด รวมถึงสภาพของการเชื่อมแถบขั้วไฟฟ้า และการบุเทปฉนวน
  • TVOC Test ทดสอบเพื่อตรวจจับการรั่วไหลของกระแสไฟ โดยทำการตรวจหาในระดับของส่วนประกอบแบตเตอรี่ และอุปกรณ์ทั้งหมด
  • ΔOCV Test เป็นการตรวจสอบสภาพของแบตเตอรี่ โดยการทดสอบความเปลี่ยนแปลงของกระแสไฟในสภาพอุณหภูมิปกติ
  • Charge and Discharge Test เป็นการทดสอบการชาร์จแบตเตอรี่หลายต่อหลายครั้ง เพื่อทดสอบประสิทธิภาพ และความทนทานต่อการชาร์จของแบตเตอรี่
  • Accelerated Usage Test เป็นการทดสอบด้วยการจำลองสถานการณ์การใช้งานจริงของผู้ใช้ที่มีความต้องการใช้งานอย่างเร่งด่วน

ด้านอายุการใช้งานของแบตเตอรีตัว Galaxy Note8 ผู้บริหารของ Samsung ได้เผยว่ารุ่นนี้มีเทคโนโลยีชิปเซตแบบใหม่ทำใมีระบบการจัดการพลังงานที่ดี 30% และรักษาประสิทธิภาพความจุไว้ได้ถึง 95% แม้จะผ่านการใช้งานไปนาน 2 ปี โดยที่ระยะเวลาการใช้งานนานสูงสุดที่รุ่นนี้ทำได้จะอยู่ที่ 11 ชั่วโมง 11 นาที ขณะที่ตัว Galaxy Note5 มีตัวเลขอายุการใช้สูงสุดที่ 9 ชั่วโมง 35 นาที เชื่อว่าใครที่ซื้อเครื่องมาตั้งแต่ปี 2015 และยังคงใช้งานอยู่ในปัจจุบันก็น่าจะเจอกับอาการแบตฯเสื่่อมกันไปบ้างแล้ว

  • มีผู้ช่วย Bixby และสนับสนุนการทำงานกับ Samsung Dex

Samsung Galaxy Note8 มาพร้อมกับระบบผู้ช่วยอัจฉริยะอย่าง Bixby ที่กดเรียกใช้งานได้จากปุ่มด้านข้างของเครื่อง และยังสามารถเพิ่มเติมในส่วนการใช้งานรูปแบบอื่นๆ ได้เหมือนกันกับ Galaxy S8/S8+ ทั้งในส่วนของ Samsung DeX ที่หลายคนอาจจะคุ้นเคย โดยสามารถต่อเข้ากับจอภาพ แป้นพิมพ์ และเมาส์ เพื่อใช้งานเป็นคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อปได้ด้วยสมาร์ทโฟน อีกทั้งมีการพัฒนาในส่วนของ Game Launcher for DeX ที่ทำให้ UI ดูง่ายมากขึ้น และปรับให้เป็นการแสดงผลแบบ Full Screen

DSC01071

นอกจากนี้ยังมีเซอร์วิสต่างๆ ทั้งระบบ Samsung Pay หรือ Samsung Cloud ที่มีพื้นที่ฟรี 15GB ฟีเจอร์ Dual Messenger ที่สามารถใช้ 2 แอคเคาท์ได้ในแอพพลิเคชั่นอย่าง LINE หรือ Facebook ซึ่งตรงนี้ก็สามารถใช้กับฟีเจอร์ App Pair ที่จับคู่แอพฯ ที่เปิดใช้งานคู่กันเป็นประจำได้เช่นเดียวกัน

20171009_162431

ทั้งหมดที่กล่าวมาคิดว่าน่าจะทำให้ใครหลายๆคนได้เห็นกันแล้วว่าตัว Samsung Galaxy Note8 มีความน่าสนใจกันยังไงบ้าง และน่าจะเป็นเหตุผลดีๆที่อยากชวนให้คนที่ใช้ Galaxy Note5 อยู่ รวมถึงรุ่นที่เก่ากว่านั้นได้เริ่มอัพเกรดมาเป็นรุ่นใหม่กัน

ใครที่สนใจสามารถจับจองเป็นเจ้าของ Galaxy Note8 ได้แล้ววันนี้ที่ร้านจำหน่ายมือถือชั้นนำทั่วประเทศ สนนราคาที่ 33,900 บาท ซึ่งใครที่เป็นแฟน Galaxy Note อยู่แล้วเชื่อเถอะครับว่ามันจะเป็นการจ่ายที่คุ้มค่าจริงๆ