สำรวจระบบ AI อัจฉริยะบนกล้องของ OPPO R15 Pro กับความสามารถที่เหนือกว่าถ่ายภาพ

ต่อให้เทรนด์การพัฒนาสมาร์ทโฟนในยุคปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปมากมายแค่ไหน แต่สุดท้ายแล้วสิ่งที่ผู้บริโภคมองหาก็คงไม่พ้นเรื่องความสามารถด้านการถ่ายภาพที่จัดว่าเป็นปัจจัยลำดับต้นๆ ของคนที่กำลังจะซื้อสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ และต้องยอมรับเลยว่า OPPO คือหนึ่งในแบรนด์ที่เราไว้ใจได้ในเรื่องของกล้อง อย่างตัวล่าสุดที่เพิ่งวางขายในไทยไปอย่าง OPPO R15 Pro เองก็ยังอัพเกรดความสามารถตรงจุดนี้โดยเอาเรื่องของ AI (Artificial Intelligence) มาเป็นขุมพลังสำคัญ

OPPO R15 Pro ใช้ชิปเซตจาก Qualcomm รุ่น Snapdragon 660 AIE ซึ่งตัว “AIE” หรือ Atificial Intelligence Engine ที่ห้อยท้ายชื่อรุ่นชิปเซตคือสัญลักษณ์ที่บ่งบอกว่าชิปเซตรุ่นนี้มีการเพิ่มประสิทธิภาพด้านระบบ AI ทำให้การใช้งานเทคโนโลยีนี้มีความลื่นไหลและรองรับการทำงานที่หลากหลายฟังก์ชั่น ครอบคลุมไปตั้งแต่เรื่องของการถ่ายภาพ ยันศักยภาพการทำงานของเครื่อง เมื่อรวมกับการประมวลผล CPU Octa-core (4×2.2 GHz Kryo 260 & 4×1.8 GHz Kryo 260) ที่มี GPU Adreno 512 บวกกับสเปค RAM จัดเต็ม 6GB ความจุตัวเครื่อง 128GB แถมยังรองรับหน่วยความจำเสริมชนิด microSD Card สูงสุด 256GB ก็ยิ่งทำให้การใช้งานลื่นไหลไม่มีสะดุด

ในรุ่น R15 Pro เองก็นำเอาเรื่องของ AI มาเสริมความสามารถด้านการถ่ายภาพ แต่ก่อนจะไปถึงเรื่องของฟีเจอร์เรามาดูฮาร์ดแวร์กล้องของรุ่นนี้กันก่อน

กล้องหลังของ OPPO R15 Pro ทันสมัยด้วยการเป็นเลนส์คู่ (Dual-Camera)ประกอบด้วย  ตัวกล้องหลักความละเอียด 20 ล้านพิกเซล เสริมด้วยกล้องรอง 16 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้างสูงสุด f/1.7 มีระบบโฟกัส PDAF และใช้เซ็นเซอร์ตัวใหม่ล่าสุดอย่าง Sony IMX519

สำหรับโหมดถ่ายภาพด้วยกล้องคู่ของรุ่นนี้ก็มีโหมด AI Portrait โหมดภาพถ่ายบุคคลรองรับฟีเจอร์หน้าชัดหลังเบลอ (Bokeh effect)ที่มีแยกระยะชัดตื้นบนภาพและสามารถตัดขอบตัวแบบเบลอฉากหลังได้อย่างแม่นยำ แถมยังมีการไล่ระดับความเบลอเพื่อสร้างมิติของภาพ พร้อมด้วยฟีเจอร์ Close-up สำหรับเจาะโฟกัสให้เข้าใกล้ตัวแบบมากยิ่งเพื่อสร้างอารมณ์ที่แตกต่าง ซึ่งปรับสลับกับระยะโฟกัสแบบปกติได้ง่ายๆโดยแตะที่มุมซ้ายบนของจอ

  • ตัวอย่างภาพจากโหมด AI Portrait

อีกหนึ่งความสามารถที่โหมด AI Portrait  มีให้ลองเล่นกันคือฟีเจอร์ 3D Portrait Lightning ระบบการจัดแต่งสภาพแสงที่มีการวิเคราะห์ทิศทางของใบหน้าเพื่อความเป็นธรรมชาติ ซึ่งมีให้เลือกปรับกัน 5 แบบประกอบด้วย

  • Natural Light – โทนธรรมชาติ
  • Film Light – โทนฟิลม์ภาพยนตร์
  • Tone Light – โทนขาว-ดำ
  • Rim Light – โทนแบบที่มีประกายแสงเกาะขอบตัวแบบ
  • Bi-Color Light – โทนการจัดแสงเข้าที่ใบหน้าของแบบ โดยเน้นโทนสีแดง-น้ำเงิน

  • ตัวอย่างภาพจากโหมด AI Portrait & 3D Portrait Lightning

ขณะที่การถ่าย Portrait ในสภาพย้อนแสงโดยเปิดโหมด HDR ช่วย ก็สังเกตได้ว่า OPPO R15 Pro สามารถจัดการเรื่องของแสงได้ดี จนไม่สูญเสียรายละเอียดในจุดที่สว่างหรือมืดจัดๆ และที่สำคัญคือใบหน้าของแบบก็ไม่ได้มืดจนเกินไป โดยที่ตัวเซ็นเซอร์ HDR ของรุ่นนี้ก็ยังมีการประมวลผลที่รวดเร็วทำให้สามารถบันทึกภาพแบบต่อเนื่องไม่พลาดจังหวะสำคัญ

อีกหนึ่งความสามารถของ OPPO R15 Pro ที่เอาสมองกลเข้ามาช่วยให้การถ่ายภาพง่ายขึ้นมาก คือระบบ AI Scene Recognition ซึ่งเทคโนโลยีดังกล่าวจะทำการตรวจจับสภาพแสง, สิ่งแวดล้อม และวัตถุที่เราจะถ่าย เพื่อคำนวณว่าควรจะตั้งค่ากล้องยังไงให้ถ่ายออกมาได้สวยที่สุด

เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ของรุ่นนี้สามารถวิเคราะห์ความแตกต่างของภาพถ่ายและวัตถุได้ถึง 120 แบบ จาก 16 หมวดหมู่ ไม่ว่าจะเป็น ภาพต้นไม้ใบหญ้า, ภาพอาหาร, ภาพวิว, ภาพสัตว์เลี้ยง, ภาพท้องฟ้า เป็นต้น

 

  • ตัวอย่างภาพจากกล้องหลังของ OPPO R15 Pro

มาดูที่กล้องหน้ากันบ้างในรุ่นนี้ให้ความละเอียดมาสูงถึง 20 ล้านพิกเซล และมาพร้อมกับเซ็นเซอร์ HDR เพื่อการเซลฟี่ที่สวยทุกสถานการณ์ ช่วยควบคุมความสว่าง จะแสงน้อย หรือย้อนแสง ก็ยังเก็บรายละเอียดได้ดี

  • เปรียบเทียบการเซลฟี่ระหว่าง ปิด/เปิด HDR

กล้องหน้า R15 Pro มาพร้อมเทคโนโลยี AI Beauty 2.0 โหมดเซลฟี่ที่จะทำให้หน้าสวยอย่างเป็นธรรมชาติและไม่ต้องไปเลื่อนปรับอะไร โดยที่ AI จะมีการประมวลผลใบหน้าของแบบ 296 จุด เพื่อปรับแต่งการเซลฟี่ให้ออกมาเป็นธรรมชาติเหมาะกับสภาพของ เพศ, ผิว และโครงหน้า ไม่ว่าจะหน้าเนียนสวยใสแบบที่ผู้หญิงชอบ หรือจะยังคงความแมนเหลือไรหนวดและริ้วรอยนิดๆสำหรับผู้ชาย พร้อมทั้งรองรับการถ่ายภาพเซลฟี่เป็นกลุ่มได้สูงสุด 4 คน

ด้านล่างเป็นตัวอย่างภาพเซลฟี่ของผู้ชายไล่ตั้งแต่ปิดโหมดเป็นหน้าสด เปิดใช้ AI Beauty 2.0 และการใช้โหมด Beauty แบบปรับเองในระดับ 6 จะเห็นว่าตัวรูปที่ใช้ AI แม้จะลบริ้วรอยบนใบหน้าไป แต่ยังคงเหลือส่วนที่เป็นไรหนวดเอาไว้

ตัวอย่างรูปเซลฟี่ของผู้หญิงตั้งแต่ปิดโหมด, เปิดใช้ AI Beauty 2.0 และโหมด Beauty แบบปรับเองในระดับ 6

นอกจากนี่ยังมี AR Stickers สติกเกอร์น่ารักๆที่ติดมากับเครื่อง R15 Pro เพื่อให้การถ่ายภาพมีสีสันแถมยังทำงานกับตัวโหมดบิวตี้ได้ด้วย

  • ตัวอย่างภาพจากกล้องหน้าของ OPPO R15 Pro

ด้านการถ่ายวีดีโอกล้องหลังของ OPPO R15 Pro ก็ไม่ธรรมดาและน่าจะโดนใจคนทำคอนเทนท์สายภาพเคลื่อนไหว ด้วยความสามารถในการถ่ายแบบ Slow-Motion ด้วยกล้องหลังที่เลือกเฟรมเรทได้ 2 ระดับ คือ 240fps@720p หรือ 120fps@1280p สำหรับความละเอียดสูงสุดกล้องหลังอยู่ที่ 2160p ส่วนกล้องหน้า 1080p อัตราเฟรมเรทเท่ากัน 30fps

  • คลิปตัวอย่าง Slow Motion เปรียบเทียบระหว่าง 720p กับ 1280p

คลิป 720p

คลิป 1080p


โดยตัวรูปภาพและคลิปวีดีโอจะถูกจัดเก็บในตัว Smart Album ซึ่งจะช่วยจัดเรียงภาพถ่ายในโหมด AI ออกเป็นหมวดหมู่ต่างๆ ให้แบบอัตโนมัติ ไม่ว่าจะเป็นบุคคล, สถานที่ หรือวิดีโอ ช่วยให้ง่ายต่อการค้นหา ไม่ต้องเสียเวลามาจัดเอง

ความสามารถ AI ของ OPPO R15 Pro ไม่ได้นำมาใช้งานแค่การถ่ายภาพเพียงอย่างเดียว แต่ยังถูกนำมาใช้กับเสริมประสิทธิภาพของตัวเครื่องอย่าง AI face recognition ระบบรักษาความปลอดภัย ด้วยการสแกนใบหน้า ด้วยจุดประมวลผลใบหน้า 128 จุด ทำให้สามารถปลดล็อคหน้าจอด้วยใบหน้าได้อย่างรวดเร็วด้วยเวลาเพียง 0.08 วินาที

สำหรับสายเกมในรุ่นนี้ก็มีโหมด Game acceleration ให้ใช้โดยที่โหมดนี้จะมีให้เลือกปรับ 3 ฟังค์ชั่นคือ เร่งความเร็วกราฟฟิก, ตั้งห้ามรบกวน และ ตั้งห้ามปรับความสว่างของหน้าจอโดยอัตโนมัติ ซึ่ง R15 Pro รองรับการเฟรมเรทได้สูงถึง 60fps

แถมตัว AI ยังเข้ามาช่วยบริหารจัดการพลังงานในตัวแบตเตอรี่ความจุ 3430mAh ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เรียกว่าเล่นเกมกราฟฟิกสูงๆในปัจจุบันได้แบบลื่นๆ โดยที่ไม่ต้องให้มีอะไรมาขัดจังหวะความบันเทิงกันเลย

OPPO R15 Pro ปัจจุบันมีวางจำหน่ายเป็นที่เรียบร้อยที่ศูนย์ OPPO Brand Shop และร้านค้าที่ร่วมรายการทั่วประเทศในราคา 19,990 บาท โดยจะได้รับแถม Special gift box เป็นสายชาร์จ VOOC + หัวชาร์จเร็วบนรถยนต์รวมมูลค่ามากกว่า 1,599 บาท และยังมาพร้อมบริการ OPPO Premium Service หากเครื่องมีปัญหาจากการผลิตไม่ต้องรอซ่อม สามารถเอามาเปลี่ยนเป็นเครื่องใหม่ที่ ศูนย์ OPPO Service ได้เลย

สำหรับใครที่สนใจอยากดูรายละเอียดเพิ่มเติมของ OPPO R15 Pro ทาง MXPhone ก็มีการทำรีวิวรุ่นนี้เอาไว้แล้วครับ สามารถกดอ่านต่อได้ตามลิงค์ด้านล่างนี้

[REVIEW] OPPO R15 PRO มือถือตัวท็อป กล้องคู่ AI บอดี้ไล่เฉดสีงดงามยามต้องแสง