AIS NEXT G ที่สุดของความเร็วเทคโนโลยี 4G + WiFi กับการทดสอบความเร็วจากการใช้งานจริงผ่านแอปฯ

หลายคนน่าจะได้รู้จักกับ AIS NEXT G หรือเทคโนโลยีเครือข่ายใหม่ที่ให้ความเร็วสูงสุดระดับ 1 Gbps ที่เอไอเอสเปิดตัวไปตั้งแต่ช่วงก่อนปลายปีที่ผ่านมา จนกระทั่งล่าสุดก็ได้มีการพัฒนาแอปฯ NEXT G ที่จะทำให้ผู้ใช้สมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ทั่วไปสามารถใช้งานเครือข่ายดังกล่าวได้แล้ว เพราะก่อนหน้านี้ยังมีข้อจำกัดในเรื่องของการใช้ได้กับบนมือถือแค่เพียงบางรุ่นเท่านั้น

เปลี่ยนการใช้เน็ตแบบเดิมๆ ที่มีอยู่ สู่การพัฒนาเป็น AIS NEXT G
หากลองสังเกตช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ปริมาณการใช้งานดาต้าอินเทอร์เน็ตผ่านมือถือของผู้ใช้งานอย่างเราๆ เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีการใช้งานสมาร์ทโฟนแบบตลอดเวลาทั้งในบ้านและนอกบ้าน รวมถึงเทรนด์ในการชมคอนเทนต์วีดิโอต่างๆ นั่นจึงตามมาด้วยความคาดหวังถึงประสิทธิภาพของเครือข่ายที่ต้องมีความเร็วและแรงเพื่อการใช้งานได้อย่างต่อเนื่องไม่มีสะดุด

ในขณะเดียวกันนั้นเอง ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือในบ้านเราก็มีการแข่งขันที่สูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยนอกจากจะต้องพัฒนาเครือข่ายให้แข็งแกร่งและครอบคลุมเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้งานแล้ว การมีเทคโนโลยีใหม่ๆ นั้นเป็นหนึ่งในการเพิ่มแต้มต่อและช่วยสร้างความน่าสนใจได้ดีอีกด้วย

ซึ่งเทคโนโลยีเครือข่ายใหม่อย่าง AIS NEXT G คือสิ่งที่เอไอเอสตั้งใจนำมาตอบโจทย์กับผู้ใช้งาน ที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดของคลื่นความถี่บนมือถือแบบเดิม เพื่อให้ได้สัมผัสกับความเร็วแรงสูงสุดระดับ 1 Gbps และยังเป็นรายแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ให้บริการในเชิงพาณิชย์และใช้งานได้จริง พร้อมกับตอกย้ำความเป็นที่ 1 ในด้านเครือข่ายและความเร็วอย่างที่เอไอเอสเคยเป็นมาโดยตลอด

AIS NEXT G มีดียังไง แล้วตอนนี้ใช้งานที่ไหนได้บ้าง
สำหรับหัวใจสำคัญของ AIS NEXT G คือเป็นการนำเอาความเร็วอินเทอร์เน็ตมือถือ AIS 4G ADVANCED มารวมกับความเร็วอินเทอร์เน็ต AIS SUPER WiFi ซึ่งทำให้สามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตบนสมาร์ทโฟนได้ในความเร็วที่เร็วยิ่งขึ้น ยกตัวอย่างให้เห็นภาพแบบง่ายๆ เช่น เมื่ออยู่ในที่ที่เน็ตมือถือ 4G เร็ว 100 Mbps และมีเน็ต WiFi เร็ว 200 Mbps ก็จะได้เน็ตที่ความเร็ว 300 Mbps เป็นต้น และสามารถทำความเร็วได้สูงสุดจนถึงระดับ 1 Gbps

โดยปัจจุบันสามารถใช้งาน AIS NEXT G ได้ทั้ง 77 จังหวัด ในพื้นที่ที่มี AIS 4G ADVANCED และ AIS SUPER WiFi อยู่ในบริเวณเดียวกันตามจุดสำคัญๆ เช่น ห้างสรรพสินค้า มหาวิทยาลัย สถานที่ท่องเที่ยว หรือพวกร้านอาหาร เป็นต้น ซึ่งวิธีการง่ายๆ คือแค่ดูว่าพื้นที่ใดที่มีสัญญาณ 4G / 4G+ ของเอไอเอส และมี AIS SUPER WiFi / AIS Smart Login ก็เท่ากับว่าสามารถใช้ได้อย่างแน่นอน

AIS NEXT G เดิมเคยมีข้อจำกัด แต่ปัจจุบันแอนดรอยด์ทั่วไปก็ใช้ได้
อย่างที่เกริ่นไปตั้งแต่ตอนต้น ว่าก่อนหน้านี้ AIS NEXT G มีข้อจำกัดตรงที่สามารถใช้กับสมาร์ทโฟนได้เพียงแค่บางรุ่นเท่านั้น นั่นคือพวก Samsung รุ่นใหม่ๆ เช่น Galaxy S7, S7 edge, S8, S8+, S9, S9+, Note FE, Note 8, A8, A8+ รวมทั้ง LG G6 ซึ่งรุ่นเหล่านี้มีการฝังเมนู NEXT G มาอยู่แล้วในเครื่อง การใช้งานจึงแค่ Turn On ปุ่ม NEXT G เพื่อใช้งานได้เลย

แต่เอไอเอสก็ไม่ได้มองข้ามข้อจำกัดตรงจุดนี้ ล่าสุดจึงพัฒนาแอปพลิเคชั่น NEXT G ให้กับลูกค้ากลุ่มผู้ใช้งานแอนดรอยด์ทั่วไปสามารถใช้ได้ด้วยเช่นเดียวกัน แต่มีเงื่อนไขคือต้องเป็นรุ่นที่รองรับเวอร์ชั่น 7.0 (Nougat) ขึ้นไป ซึ่งก็เพียงแค่ดาวน์โหลดและติดตั้งแอปฯ พร้อมกับสมัครแพ็กเกจก็จะใช้งานได้ทันที และถ้าใครไม่แน่ใจว่ามือถือเครื่องที่ใช้อยู่รองรับหรือไม่ ก็ตรวจสอบด้วยตัวเองได้โดยการกด *987# โทรออก

โดยรายละเอียดของแพ็กเกจ หากเป็นลูกค้ารายเดือนที่ใช้แพ็กเกจหลัก 4G Max Speed 799 บาทขึ้นไป สามารถใช้งาน NEXT G ได้ หรือหากไม่ได้ใช้แพ็กเกจหลักดังกล่าว ก็สามารถสมัครแพ็กเกจเสริม NEXT G ได้ โดยมีให้เลือกแบบรายวัน ราย 3 วัน รายสัปดาห์ และรายเดือน เพื่อรองรับการใช้งานที่หลากหลายตามความเหมาะสมของแต่ละคน ซึ่งประกอบด้วย

  • แพ็กเกจราคา 89 บาท ใช้งานอินเทอร์เน็ต 8GB และ AIS SUPER WiFi ไม่จำกัด นาน 1 วัน
  • แพ็กเกจราคา 149 บาท ใช้งานอินเทอร์เน็ต 8GB และ AIS SUPER WiFi ไม่จำกัด นาน 3 วัน
  • แพ็กเกจราคา 159 บาท ใช้งานอินเทอร์เน็ต 5GB และ AIS SUPER WiFi ไม่จำกัด นาน 7 วัน
  • แพ็กเกจราคา 199 บาท ใช้งานอินเทอร์เน็ต 8GB และ AIS SUPER WiFi ไม่จำกัด นาน 7 วัน
  • แพ็กเกจราคา 599 บาท ใช้งานอินเทอร์เน็ต 8GB และ AIS SUPER WiFi ไม่จำกัด นาน 30 วัน

ทั้งนี้ ถ้าหากเราใช้งานอินเทอร์เน็ตในแพ็กเกจเสริม AIS NEXT G หมด ก็จะไม่สามาถ Turn On ฟังก์ชั่น NEXT G ได้ แต่สำหรับคนที่ใช้แพ็กเกจหลักที่เป็น 4G Max Speed 799 บาทขึ้นไป ก็ยังสามารถใช้ AIS NEXT G ได้เรื่อยๆ ไม่จำกัด

การใช้งานจริงผ่านแอปฯ พร้อมทดสอบประสิทธิภาพความเร็ว
สำหรับการใช้งาน AIS NEXT G ผ่านแอปฯ นั้น ก่อนอื่นก็ต้องทำการเชื่อมต่อ WiFi ของ AIS กันก่อน และแนะนำว่าควรเป็น AIS SUPER WiFi ซึ่งชื่อผู้ใช้งานที่ใช้ในการ Log in ปกติจะเป็นเบอร์โทรศัพท์ของเรา ส่วนรหัสผ่านถ้าใครจำไม่ได้ก็กด *388*1# โทรออก เพื่อขอรับรหัสผ่านได้

เมื่อทำการเชื่อมต่อ WiFi เสร็จเรียบร้อย ให้เข้าแอปฯ เพื่อไป Turn On ฟังก์ชั่น NEXT G ภายในแอปฯ ซึ่งจะมีขึ้นสัญลักษณ์ NEXT G ขึ้นที่มุมบนซ้ายของหน้าจอ

โดยโลเคชั่นที่เรามาทำการทดสอบความเร็ว AIS NEXT G ในครั้งนี้เป็นย่านใจกลางเมืองอย่างเซ็นทรัลเวิลด์และสยาม ซึ่งได้ทำการทดสอบทั้งความเร็วของอินเทอร์เน็ต 4G และ WiFi เพียงอย่างเดียว ก่อนทดสอบความเร็วแบบ NEXT G ที่นำ 4G และ WiFi มารวมกัน

การทดสอบความเร็ว AIS 4G ADVANCED ได้ความเร็วดาวน์โหลดประมาณ 140-170 Mbps และอัพโหลดประมาณ 40-70 Mbps

การทดสอบความเร็ว AIS SUPER WiFi ได้ความเร็วดาวน์โหลดประมาณ 220-250 Mbps และอัพโหลดประมาณ 90-120 Mbps

ดังนั้น ถ้าทำการทดสอบความเร็ว AIS NEXT G ที่เป็นการรวมความเร็วของ AIS 4G ADVANCED และ AIS SUPER WiFi ผลที่ได้ออกมา จะต้องได้ความเร็วดาวน์โหลดที่มากกว่า 300 Mbps ขึ้นไป และความเร็วอัพโหลดที่มากกว่า 150 Mbps ขึ้นไป และผลที่ได้ออกมาก็เป็นไปตามคาด คือได้ความเร็วดาวน์โหลดประมาณ 310-350 Mbps และอัพโหลดประมาณ 150-170 Mbps

ขณะที่การทดสอบผ่านเครื่อง Samsung Galaxy Note 8 ที่มีเมนู NEXT G ฝังมาอยู่แล้วในเครื่อง ก็ได้ความเร็วในระดับใกล้เคียงกันกับเครื่องที่ใช้ผ่านแอปฯ นั่นหมายความว่าตัวแอปฯ ค่อนข้างมีความเสถียร และทำให้คนที่ใช้สมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ทั่วไปที่ใช้ AIS NEXT G ผ่านแอปฯ สามารถสัมผัสกับความเร็วได้ไม่แตกต่างกับพวกรุ่นที่มีเมนู NEXT G ฝังมาในเครื่อง

โดยสิ่งที่อาจส่งผลต่อความเร็วของ AIS NEXT G ก็จะขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ ทั้งสเปคตัวเครื่องของสมาร์ทโฟนแต่ละรุ่น และเครือข่ายมือถือที่จับอยู่ ซึ่งถ้าหากจับสัญญาณเป็น 4G/4G+ จะทำให้ความเร็วที่นำไปรวมกับ WiFi ยิ่งสูงขึ้น แต่ความหนาแน่นของคนที่ใช้งานในละแวกเดียวกัน หรือ AP เดียวกันของ WiFi ก็จะมีผลต่อความด้วยเช่นกัน

ก็ต้องบอกว่า AIS NEXT G เป็นอีกหนึ่งบริการที่มีความน่าสนใจทีเดียว แม้ว่าจะต้องใช้ในพื้นที่ที่มีทั้ง AIS 4G ADVANCED และ AIS SUPER WiFi ในที่เดียวกันเท่านั้นจึงจะใช้งานได้ แต่จะเหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่ต้องการใช้งานอินเทอร์เน็ตที่มีความเร็วที่สูง อย่างเช่นการ Live คอนเทนต์แบบเรียลไทม์ การสตรีมมิ่งหนัง หรือวิดีโอความละเอียดสูงแบบ 4K การดาวน์โหลดและอัพโหลดไฟล์ขนาดใหญ่ หรือการส่งภาพเสียงหรือวิดีโอผ่านคลาวด์ เป็นต้น

ซึ่งจากการทดสอบของเราก็พบว่าสามารถใช้งานได้จริง และความเร็วทั้งการดาวน์โหลดและอัพโหลดก็ถือว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจ เนื่องด้วยพื้นที่ที่ทำการทดสอบก็จัดว่าอยู่ในระแวกที่มีผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตที่หนาแน่นอยู่แล้ว

โดยผู้ที่สนใจ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมของ AIS NEXT G ได้ที่ http://m.ais.co.th/mxphone