AIS จับมือ SAMSUNG-SONY พัฒนาสมาร์ทโฟนรองรับเทคโนโลยี LAA บนเครือข่าย 4.5G เป็นรายแรกของไทย

เอไอเอส ตอกย้ำศักยภาพผู้นำนวัตกรรมเครือข่ายดิจิทัลอันดับหนึ่งของประเทศ ที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมโทรคมนาคมของไทย ยกระดับความแข็งแกร่งทางด้านเทคโนโลยีให้กับประเทศ

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2559 เอไอเอส ได้มีการเปิดตัวเครือข่าย 4.5G อย่างเป็นทางการ เป็นรายแรกของโลก เพื่อให้คนไทยได้สัมผัสกับเทคโนโลยีที่ดีที่สุดเสมอ โดยพัฒนาเครือข่ายให้รองรับเทคโนโลยีขั้นสูง MIMO 4×4 with CA และ 256 QAM รวมถึง LAA (Licensed Assisted Access) จากนั้นในปี 2560 ก็ได้ประกาศความสำเร็จเป็นครั้งแรกของโลก ในการพัฒนาเทคโนโลยี 4G Massive MIMO 32T 32R ในระบบ FDD เตรียมความพร้อมสู่ 5G ไปแล้วนั้น

ล่าสุด เอไอเอส ได้พัฒนาไปอีกขั้นโดยทำความร่วมมือกับพันธมิตรผู้ผลิตดีไวซ์ชั้นนำระดับโลกอย่าง SAMSUNG และ SONY พัฒนาสมาร์ทโฟนให้รองรับเทคโนโลยี LAA บนเครือข่าย 4.5G ได้สำเร็จเป็นรายแรกของไทย ได้แก่ Samsung Galaxy S9, Samsung Galaxy S9+ และ Sony Xperia XZ2 Premium พร้อมให้บริการเชิงพาณิชย์แก่ลูกค้าผู้ใช้แพ็กเกจ 4G

เทคโนโลยีดังกล่าวจะมอบประสบการณ์การใช้งานดาต้าที่เร็วกว่าเครือข่าย 4G ถึง 2 เท่า และเพิ่มขีดความสามารถในการดาวน์โหลดแรงขึ้น 30% เมื่อเทียบกับ 4G ปกติ โดยลูกค้าสามารถใช้งานเครือข่าย 4.5G ในกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ บริเวณพื้นที่ที่มีการใช้งานดาต้าหนาแน่น อาทิ สยามเซ็นเตอร์, เดอะมอลล์ โคราช โดยมีแผนที่จะขยายการให้บริการในพื้นที่ที่การใช้งานหนาแน่นทั่วประเทศ เพื่อยกระดับประสบการณ์ชีวิตดิจิทัลที่เหนือชั้นยิ่งกว่าให้กับผู้บริโภคชาวไทย

ทั้งนี้ บริษัทได้เริ่มทยอยอัพเดทเฟิร์มแวร์ผ่าน FOTA (Firmware Over The Air)ให้กับเครื่อง Samsung Galaxy S9, Samsung Galaxy S9+ ภายในเดือน ก.ค. 61 โดยเมื่อลูกค้าได้รับการแจ้งบนหน้าจอให้อัพเดทซอฟแวร์ ก็สามารถกดดาวน์โหลดซอฟแวร์ลงเครื่องได้เลย จากนั้น จะสามารถใช้งานบนเครือข่ายเทคโนโลยี MIMO 4X4 with CA, 256 QAM และ LAA ในพื้นที่ที่รองรับได้ทันที โดยไม่ต้องเข้าไปตั้งค่าใดๆ  โดย Sony Xperia XZ2 Premium จะวางจำหน่ายในเร็วๆ นี้

สำหรับเทคโนโลยี LTE-U/LAA (LTE-Unlicensed/ License Assisted Access) คือ การรวมคลื่นความถี่ปัจจุบัน (ที่ได้รับอนุญาต) เข้ากับคลื่นความถี่สาธารณะ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีขั้นสูง ที่เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา เอไอเอสได้พัฒนาเพื่อเพิ่มขีดความสามารถ ทำให้เครือข่าย AIS 4.5G สามารถรับส่งข้อมูลเร็วกว่าเครือข่าย 4G ถึง 2 เท่า เปรียบได้กับถนนสายเล็กๆ 2 สาย รวมกันเป็นถนนสายใหญ่สายเดียวทำให้รองรับปริมาณได้มากขึ้นและให้สปีดที่เร็วขึ้น อย่างไรก็ตาม ความเร็วในการใช้งาน ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ใช้ในพื้นที่, ความใกล้ไกลของเครื่องกับเสาส่งสัญญาณ เป็นต้น