Air Swiper ควบคุมโทรศัพท์ด้วยการเคลื่อนไหว ไม่ต้องเป็น S4 ก็ใช้ได้

heading

เมื่อวันก่อนผมได้ไปลองจับ Galaxy S4 มาครับ ซึ่งมีฟีเจอร์ล้ำๆ ที่เครื่องอื่นๆ ไม่มีเยอะ แต่มีฟีเจอร์นึงที่ผมอยากใช้บนโทรศัพท์ผมมาก นั่นก็คือการใช้มือเราปัดบนอากาศเพื่อใช้งานครับ เพราะบางทีมือเพิ่งกินข้าวมาเลอะๆ ก็ไม่อยากเอามาจับจอซักเท่าไหร่ และนั่นคือโอกาสแรกที่ผมได้พบกับแอพ Air Swiper ครับ

Air Swiper เป็นแอพของ Android เท่านั้นครับ ดาวน์โหลดได้ที่ Google Play Store นั่นเอง โดยแอพนี้จะทำให้เราสามารถสั่งการโทรศัพท์ของเราได้ ด้วยการปาดมือบนอากาศ เหมือนอย่างที่ทำบน Galaxy S4 นั่นเองครับ ว่าแต่จะมีฟีเจอร์อะไรบ้าง แล้วทำได้มากกว่า น้อยกว่า Galaxy S4 หรือเปล่า ต้องติดตามอ่านกันต่อไปครับผม

01

เมื่อเราทำการติดตั้งแล้ว เปิดมาครั้งแรกแอพจะบังคับให้เรานำมือไปนาบกลางอากาศบนหน้าจอครับ เพื่อทดสอบดูว่าสามารถเรียกใช้งาน Proximity Sensor ได้หรือเปล่า ถ้าสามารถตรวจสอบสำเร็จก็จะพาไปยังหน้าเมนูครับผม ซึ่งจะสามารถควบคุม SMS,ปลดล็อกหน้าจอ, เสียง, ไวร์เลส, ระบบแจ้งเตือน และโหมดการเล่นเกมส์ได้ครับ

4 5

เรื่องแรกก็คือ SMS (ข้อความสั้น) ซึ่งจะมีตัวเลือกสองตัวครับ ได้แก่

  • Turn on screen on SMS – เมื่อตัวเลือกนี้ถูกเลือกใช้ จะเปิดหน้าจอขึ้นมาเมื่อมี SMS เข้ามายังเบอร์โทรศัพท์ของเราครับ
  • Open SMS by motion – ถ้าจะเปิดตัวเลือกนี้ใช้ ควรเปิดควบคู่กับฟีเจอร์ก่อนหน้าครับ โดยเมื่อมี SMS เข้ามา ถ้าเราเอามือไปวางทาบบน Proximity Sensor บนหน้าจอ มือถือของเราจะเปิด แอพ SMS ขึ้นมาโดยอัตโนมัติครับ

ตัวเลือกต่อมาก็คือการปลดล็อกหน้าจอนั่นเองมีตัวเลือกด้วยกัน 3 อย่าง ได้แก่

  • Turn on screen by motion – เมื่อคำสั่งนี้ถูกเปิดใช้งาน เราสามารถเปิดหน้าจอขึ้นมาได้โดยการปาดมือในอากาศ ซ้าย-ขวา-ซ้าย (หรือ ขวา-ซ้าย-ขวา ตามแต่ถนัด) เพื่อเปิดหน้าจอขึ้นมาได้เลยครับ แบบเดียวกับที่ใช้บน Galaxy S4 เลยนั่นเอง (แต่บน Galaxy S4 การปาดสลับไปมานี้มีไว้รับสายโทรศัพท์)
  • Disable Lockscreen – ถ้าโทรศัพท์เราไม่ได้ตั้งพาสเวิร์ดปลดล็อกหน้าจอ เมื่อเปิดคู่กับคำสั่งก่อนหน้า จะทำให้เมื่อปาดมือกลางอากาศแล้วจะเข้าสู่หน้าจอใช้งานได้เลยนั่นเองครับ
  • Turn screen off by motion – นี่ก็เช่นกันครับ เพียงแต่ตรงข้ามกับคำสั่งแรก คือเมื่อทำการปาดหน้าจอกลางอากาศจะปิดจอลง เสมือนกับการกดปุ่ม Power นั่นเอง

7 8

คำสั่งต่อมาคือเปิดปิดเสียง เมื่อมีการเคลื่อนที่ แต่จะแตกต่างจากฟีเจอร์อื่นคือต้องค้างมือไว้บน Proximity Sensor เป็นเวลา 2 วินาทีก่อนนั่นเองครับ (และไม่สามารถใช้งานตอนปิดหน้าจอได้)

ควบคุมไวไฟจะแยกกัน คือ Bluetooth และ WiFi ซึ่งการเปิดคำสั่งสำหรับ Bluetooth นั้นจะตีกันกับ Sound Control นั่นเอง การใช้งานก็คือนำมือไปวางไว้บน Proximity Sensor ถ้าวาง 2 วินาที จะเปิด/ปิด Bluetooth ถ้าวางไว้ 3 วินาที จะเปิด/ปิด WiFi

Screenshot_2013-08-15-00-29-19

นอกจากนี้แล้วยังมีตัวเลือกที่หน้า Menu อีกสามอย่างด้วยกัน อย่างแรกคือ Notification เมื่อเราเลือกแล้วบนแถบ Notification จะมี Air Swiper อยู่ตลอดเวลาให้เรียกใช้งานนั่นเอง ส่วน Game Mode นั้นจะทำให้ทุกคำสั่งโดนปิดหมด

ส่วนการ Uninstall Application สามารถกดได้ที่ปุ่ม Uninstall ด้านล่างทันทีครับผม เนื่องจากเมื่อติดตั้งไปแล้วบน Play Store จะขึ้นให้เลือก Deactivate แทนที่จะเป็นปุ่ม Uninstall ครับ

สำหรับฟีเจอร์ในตอนนี้อาจจะยังไม่พร้อมใช้งานจริงหลายๆ อย่าง (เช่นควบคุมเสียง กับบลูทูธ ใช้เวลา 2 วินาทีเท่ากัน และปรับไม่ได้) แต่ก็เชื่อว่าในอนาคตแอพ Air Swiper จะสามารถปรับแต่งได้มากมายหลากหลายกว่านี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการปรับระยะเวลา หรือท่าทางในการใช้งาน ส่วนในตอนนี้ผมใช้ Air Swiper สำหรับการเปิดหน้าจอเวลาวางบนโต๊ะไปก่อน รอมีคำสั่งเยอะกว่านี้แล้วค่อยเปิดเพิ่มครับ

*Note* การทำงานของ Air Swiper นั้นใช้ Proximity Sensor ซึ่งหลายๆ คนอาจจะอ่านแล้วสงสัยว่ามันคือเซนเซอร์อะไร? มันคือเซนเซอร์ที่ใช้เวลาเราคุยโทรศัพท์ เมื่อแนบหูแล้วจะทำการตัดหน้าจอให้ดับไปนั่นเองครับ