Smart G-Book เนวิเกเตอร์อัจฉริยะ นำทางแม่นยำ อุ่นใจทุกการเดินทางกับ Call Center 24 ชั่วโมง

นับเป็นครั้งแรกเลยทีเดียวที่ในส่วนของแอพพลิเคชั่นรีวิวบน MXPhone ได้มีโอกาสนำเสนอแอพพลิเคชั่นประเภท เนวิเกเตอร์” เพราะส่วนใหญ่เราจะเคยชินกับแอพฯ ด้านแผนที่นำทางทั่วไปอย่าง Google Maps ที่เป็นสากลบน Android และ iOS มาอย่างยาวนานนั่นเองครับ

ก่อนหน้านี้ผู้คนที่ใช้รถใช้ถนนเริ่มหันมาใช้งานตัว GPS นำทางแบบพกพากันมากขึ้น เพราะมันช่วยหาเส้นทางต่างๆ ได้อย่างแม่นยำ ซึ่งจะมีประโยชน์มากๆ ในการเดินทางบนเส้นทางที่ไม่คุ้นเคย ซึ่งเมื่อมีการพัฒนามาเรื่อยๆ ก็เริ่มมี POI สถานที่ต่างๆ ที่สำคัญให้เลือกนำทางง่ายยิ่งขึ้นไปอีก

แต่ในยุคนี้เมื่อ สมาร์ทโฟน” เริ่มก้าวเข้ามาเป็นอุปกรณ์สำคัญที่ทุกๆ คนต้องมีติดตัวไว้ติดต่อสื่อสาร และมันก็มีความสามารถหลากหลายแบบที่รู้จักกัน ซึ่งระบบนำทาง เนวิเกเตอร์ บนสมาร์ทโฟนก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่เริ่มมีการใช้งานกันอย่างแพร่หลาย เพราะเมื่อคุณมีสมาร์ทโฟน คุณก็ไม่จำเป็นต้องซื้อ Navigator แบบพกพาบนรถยนต์ให้เปลืองเงินอีกต่อนึงนั่นเองครับ

POWER ON SPECIAL : PRIUS ECO TRIP WITH TOYOTA SMART G-BOOK

 

พูดถึงเนวิเกเตอร์บนสมาร์ทโฟนแล้ว หลายๆ คนคงต้องนึกถึง Google Maps กันแน่ๆ ซึ่งมันก็ถือว่าเป็นเนวิเกเตอร์ แต่เป็นในรูปแบบของ Turn by Turn ครับ ซึ่งมันจะทำงานนำทางเราเป็นลำดับที่ต้องเทียบจุด แล้วเลือกเลื่อนลำดับการนำทางเอาเอง แน่นอนว่าจุดเด่นของมันหนีไม่พ้นคำว่า ฟรี! และมีฐานข้อมูลที่ค่อนข้างกว้างขวาง แต่ข้อจำกัดของมันก็คือต้องเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตขณะใช้งานครับ

ตรงจุดนี้หลายๆ แบรนด์ดังที่ทำสมาร์ทโฟนระบบแอนดรอยด์ก็เริ่มนำแอพพลิเคชั่นแผนที่พร้อมระบบนำทางของตนเองลงบนสมาร์ทโฟนกันมากขึ้น ถือเป็นการเพิ่มจุดเด่นของแบรนด์ตนเองด้วยแผนที่แบบ Offline พร้อมระบบนำทางที่ไม่ว่าจะต้องจ่ายเงินเพื่อ Activate หรือจะให้ใช้ฟรีก็ตาม มันทำให้เห็นว่า เนวิเกเตอร์ บนสมาร์ทโฟนกลายเป็นฟีเจอร์ที่หลายๆ คนนิยมใช้งานกันครับ

วันนี้ผมได้รู้จักกับเนวิเกเตอร์ตัวใหม่ที่น่าสนใจมากๆ กับความแตกต่างที่เหนือกว่าด้วยลูกเล่น และบริการที่มีอย่างครบครัน นั่นก็คือแอพพลิเคชั่น “Smart G-Book” หรืออาจจะรู้จักกันในชื่อเต็มว่า Toyota Smart G-Book นั่นเองครับ เป็นแอพพลิเคชั่นที่ทาง Toyota พัฒนาขึ้นเพื่อลูกค้าในโอกาสครบรอบ 50 ปี โตโยต้า โดยเฉพาะ แต่อย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่ามันทำมาเพื่อผู้ใช้รถยนต์ของทาง Toyota เท่านั้น แอพพลิเคชั่นนี้ไม่ว่าคุณจะเป็นลูกค้าของใคร ใช้รถยนต์ยี่ห้อไหน ก็สามารถใช้งานได้ครับ ขอแค่มีสมาร์ทโฟนระบบ Android หรือ Apple iOS แค่นั้นเอง

จุดเด่นที่ Smart G-Book ไม่เหมือนใครอย่างที่ผมกล่าวไว้ก็คือเทคโนโลยีแบบ เทเลมาติกส์” ที่พัฒนาภายใต้แนวคิด “Fun to Drive” มอบความสนุก และความปลอดภัยในการเดินทาง ให้มีอิสระมากยิ่งขึ้นกับการใช้ระบบการสื่อสารแบบสองทางผ่าน ซึ่งทำงานบนสมาร์ทโฟนพร้อมบริการ “Smart G-Book Call Center” ซึ่งคุณสามารถติดต่อกับ Call Center เพื่อขอเส้นทางของจุดหมายปลายทางที่คุณต้องการได้ และทาง Call Center ก็จะส่งข้อมูลกลับมาให้บนสมาร์ทโฟนของคุณได้อย่างฉับไวครับ นอกจากนี้ก็ยังรวมถึงบริการช่วยเหลือด้านเทคนิค และความปลอดภัยต่างๆ อีกด้วย นับเป็นก้าวสำคัญของการพัฒนาการเดินทางด้วยรถยนต์ที่สะดวกสบาย และปลอดภัยขึ้นอีกระดับเลยทีเดียว เรามาลองโหลดและลองใช้งานกันดูเลยดีกว่าครับ

Smart G-Book นั้นมีให้โหลดแล้วทั้งบน App Store ของ iPhone และ Google Play Store ของ Android ครับ ซึ่งวันนี้ผมจะมาแนะนำ Smart G-Book บน iPhone โดยการทำงานต่างๆ ก็ไม่ได้แตกต่างกันจากเวอร์ชั่นบน Android ครับ ใน App Store ให้ค้นด้วยคีย์เวิร์ดว่า Smart G-Book ได้เลย จะมีให้เลือกโหลดถึง 3 เวอร์ชั่น

Smart G-Book TH Lite : เวอร์ชั่นผู้ที่ได้รับ Activate Card จากการซื้อรถรุ่นฉลองครบรอบ 50 ปี ในรุ่น VIOS และ VIGO Smart Cab หรือจากการร่วมกิจกรรมต่างๆ ที่โตโยต้าจัดขึ้น สามารถใช้งานแอพได้ 1 ปี แต่ถ้าใครไม่เป็นเจ้าของรถหรือร่วมกิจกกรรมก็สามารถไปดาวน์โหลดตัวทดลองใช้งานได้ฟรี 30 วัน ได้ที่ App Store เท่านั้น และสำหรับคนที่ทดลองใช้งานก่อนวันที่ 31 ตุลาคม ยังมีลุ้นรับ Activate Card ฟรี! (ใช้งานได้ 1 ปี) จำนวนกว่า 5,000 ID เลยทีเดียว

Smart G-Book TH : เป็นเวอร์ชั่นเต็มที่เสียเงินซื้อผ่านทาง App Store ในราคา $31.99 หรือประมาณ 1,000 บาท โดยใช้งานได้ทุกฟังก์ชั่นเป็นเวลา 1 ปีเต็ม

Smart G-Book TH DA : นี่เป็นเวอร์ชั่นสำหรับผู้ที่ซื้อรถรุ่นฉลองครบรอบ 50 ปี ในรุ่น Altis Vigo Double Cab และ Fortuner ซึ่งได้สิทธิ์ใช้งานแอพเป็นเวลา 3 ปี และสามารถเชื่อมต่อ smart G-BOOK เข้ากับหน้าจอ Display Audio ของรถยนต์ได้ครับ

ผมจัดการโหลดตัว Lite มาใช้งาน พร้อมใส่ Activate Code สำหรับใช้งาน 1 ปีเรียบร้อยแล้ว ใครยังไม่มีก็รีบโหลดมาทดลอง 30 วันกันได้เลย เพราะว่ามีลุ้นได้รับ Activate Card กันฟรีๆ ทุกคนครับ อาจจะโหลดนานสักนิด เพราะแอพพลิเคชั่นมีขนาดใหญ่ถึง 404 MB เลยทีเดียว (ต้องโหลดผ่าน Wi-Fi เท่านั้น)

หลังจากโหลดเสร็จ เปิดแอพพลิเคชั่นขึ้นมาด้วยความตื่นเต้นกันเลยครับ! แล้วคุณจะผงะ เพราะมันมีไอคอนฟีเจอร์ต่างๆ มากมายเลยทีเดียว และยังมีแถบ Dock menu ด้านล่างเสริมให้เลือกกันง่ายๆ ยิ่งขึ้นในเมนูเร่งด่วนต่างๆ ด้วย เรามาดูกันว่า Smart G-Book จะตอบโจทย์คนใช้รถยนต์อย่างพวกเราได้ด้วยจุดเด่นอะไร

ระบบนำทางอัจฉริยะ
ระบบนำทางของแอพพลิเคชั่น เลือกเข้าด้วยไอคอน Navigator แผนที่ภายในตัวแอพพลิเคชั่นอาจจะดูไม่ค่อยละเอียดมากนัก แต่จุดสำคัญๆ ก็บอกได้อย่างชัดเจน สามารถเลือกดูในรูปแบบปกติ และแบบเอียง สามารถซูมเข้าออกมีระยะบอกชัดเจน ที่สำคัญมีระบบอัจฉริยะ เลือกเส้นทางที่ดีที่สุดด้วยข้อมูลการจราจรแบบเรียลไทม์ได้ หรือจะเลือกในรูปแบบที่แตกต่างกันไป เช่นหลีกเลี่ยงทางด่วน หรือเส้นทางที่สั้นที่สุดได้

แสดงสภาพการจราจรแบบเรียลไทม์
ตัวแผนที่หลายๆ ตัวสามารถแสดงสภาพการจราจรได้ Smart G-Book ก็เช่นกัน สามาถเลือก เปิด/ปิด ระบบการแสดงผลได้ โดยจะยึดข้อมูลจากทาง iTIC นั่นเองครับ ลูกศรเขียวบนแผนคือการจราจรไหลลื่นดี ลูกศรเหลืองคือหนาแน่น ส่วนสีแดงคือการจราจรติดขัดครับ ช่วยให้เราสามารถเลือกเส้นทางที่เลี่ยงรถติดได้ดี ซึ่งการนำทางระบบก็จะช่วยหลีกเลี่ยงเส่นทางรถติดให้เองได้ด้วยหากเปิดตัวเลือกเอาไว้

แต่นอกจากข้อมูลการจราจรขณะทำการนำทางแล้ว เรายังสามารถเลือกดูเส้นทางและสภาพการจราจรผ่านทางฟังก์ชั่น Traffic Information ที่สามารถดูได้อย่างละเอียด และสามารถดูภาพถ่ายจากกล้องจราจรในจุดต่างๆ ได้ด้วย เห็นแค่สถานะอาจจะจะไม่มั่นใจ ดูภาพจากกล้องกันได้เลย หากจุดไหนมีการก่อสร้างก็ยังมีไอคอนแจ้งบอกด้วย เป็นแอพฯ ที่ฉลาดและสร้างความสะดวกสบายของจริง สามารถใช้กับสถานการณ์น้ำท่วมได้ดีด้วย เพราะมีการแจ้งเตือนพื้นที่ที่มีปัญหา ซึ่งยังสามารถดูกล้องเพื่อความมั่นใจว่าน้ำท่วมหรือไม่ได้ด้วยครับ

ค้นหาเส้นทางเป้าหมายได้ง่าย
เส้นทางนั้นสามารถทำการค้นหาได้หลายช่องทางครับ แตะที่ปุ่ม Search Destination (ที่เป็นรูปธง และแว่นขยาย) บนหน้าจอ ซึ่งจะมีหมวดหมู่รูปแบบที่เราจะค้นหาได้แทบจะครบทุกอย่างที่พอจะนึกออกเลยทีเดียว โดยบนหน้าจอก็ยังมีไอคอนลัด POI และ Fav อยู่ด้วย หรือเข้าที่เมนู Menu แล้วเลือกจากรายการ G-Memory หรือเส้นทางที่บันทึกเอา รวมถึงเส้นทางใน Inbox ที่เราได้รับจาก Call Center มาด้วยครับ ส่วน G-Life กับ G-Road ควรระวังว่าหากไม่ได้เกิดเหตุด่วนจริงๆ อย่าไปแตะโดนครับ เพราะระบบจะทำการโทรออกหาศูนย์ในทันที

ขอเส้นทางจาก Smart G-Book Call Center
นอกจากการค้นหาเส้นทางด้วยตนเองแล้ว ยังสามารถติดต่อSmartG-BookCallCenter เพื่อขอเส้นทางได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยขอเส้นทางได้สูงสุด 5 จุดในการโทร 1 ครั้ง (กรณีที่มีจุดแวะก่อนถึงจุดหมายปลายทาง) นับเป็นบริการที่เพิ่มความสะดวกสบาย และความปลอดภัยอีกระดับ ในการใช้เนวิเกเตอร์ขณะขับขี่ยานยนต์ครับ

วิธีการใช้งานก็แค่แตะที่ไอคอน โอเปเรเตอร์ด้านล่างหน้าจอ หรือเลือก Operator Services ในหน้าจอเมนูหลักครับ ซึ่งเส้นทางที่เราขอไปนั้นจะถูกส่งเข้ามาที่ Inbox ของแอพพลิเคชั่นอย่างรวดเร็ว สามารถสั่งนำทางได้ทันทีครับ

จัดเก็บตำแหน่งที่ใช้งานบ่อย หรือสถานที่สุดโปรด
ตรงจุดนี้ต้องใช้งานบ่อยแน่ๆ เมื่อเราได้ค้นหาสถานที่ต่างๆ แล้วนกรณีที่ต้องเดินทางมาที่นี่จากจุดเริ่มต้นอื่นๆ การจัดเก็บเป็นจุดที่ชื่นชอบถือเป็นทางเลือกที่สะดวกสบายมากๆ โดยสามารถเลื่อนเลือกเอาจากแผนที่หรือจะใช้การค้นหาก็ได้ เมื่อได้จุดที่ต้องการแล้วก็แค่แตะไอคอน โฟลเดอร์ที่มีรูปดาว แล้วจะสามารถเลือกหมวดหมู่ของสถานที่ได้ด้วยครับ

นอกจากในส่วนของ Favorites แล้วยังมีในส่วนของ G-Memory ที่จะเอาไว้เก็บสถานที่สุดโปรดทั้งหลายของเราเอาไว้ใช้งานในคราวหน้า ซึ่งมันสามารถเชื่อมโยงกับสถานที่แนะนำจากเว็บไซต์ e-TOYOTACLUB.com ด้วย เช่นเดียวกันกับตัว My Route ที่เป็นตัวเก็บเส้นทางที่ชอบ (เป็นเส้นทางที่เลือกจุดเริ่มต้น และปลายทางเอาไว้แล้ว ไม่ใช่สถานที่จุดเดียว) จะเชื่อมโยงกับเว็บไซต์ด้วยเช่นกัน

เลือกจุดแวะพักก่อนไปที่จุดหมายได้
บางครั้งเราอาจจะต้องแวะไปบางสถานที่ก่อนที่จะเดินไปยังจุดหมายปลายทางของเราจริงๆ ตัวแอพพลิเคชั่นก็ออกแบบมาให้เราเลือกจุดแวะพักได้รวม 5 จุด (รวมปลายทาง) ซึ่งจะเลือกได้ก็ต่อเมื่อเราได้เลือกปลายทาง แล้วแอพพลิเคชั่นได้คำนวณระยะและเส้นทางเสร็จแล้ว ก่อนจะสั่งนำทางจะสามารถเลือก Edit route ได้นั่นเอง นอกจากเลือกจุดพักต่างๆ ยังเลือกรูปแบบการคำนวณเส้นทาง และเปิด/ปิด การแสดงผลด้านการจราจรแบบเรียลไทม์ได้ด้วย

โปรแกรมจำลองการเดินทาง
เมื่อเราได้จุดหมายปลายทางที่พร้อมจะสั่งนำทางแล้ว เราสามารถสั่งรัน DEMO ให้จำลองการเดินทางบนเส้นทางที่เลือกเอาไว้ก่อนทำการเดินทางจริงได้ด้วย ใครได้เส้นทางแล้วดูไม่เข้าใจก็ลองสั่ง DEMO ทำงานก่อนเลยครับสะดวกสบายและรอบคอบจริงๆ

กล่องข้อมูล Inbox
กล่องนี้จะเอาไว้เก็บข้อมูลสถานที่หรือเส้นทางที่เราได้ทำการขอจากทาง Call Center เท่านั้น ซึ่งจะเก็บได้แค่ 5 ข้อความ และจะรันทับกันไปเรื่อยๆ ก่อนที่จะรันทับกันหากอยากเก็บเส้นทางไว้ก็สามารถมาร์กเข้าในส่วนของ G-Memory ที่สามารถเก็บได้ไม่จำกัดได้ครับ

ส่วนใครที่อยากจะลบข้อความเส้นทางเหล่านี้ ขอบอกเลยว่าลบไม่ได้ครับ ต้องใช้วิธีขอเส้นทางใหม่ๆ จากทางCallCenter เพื่อทำให้เส้นทางก่อนหน้าถูกทับไปเท่านั้น ฮ่าๆๆๆ

เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน G-Road และ G-Life ช่วยเหลือได้ทันท่วงที
G-Road และ G-Life เป็นบริการแจ้งเหตุฉุกเฉิน ด้วยหากมีปัญหาเกี่ยวกับรถยนต์ รถเสีย หรืออะไรก็แล้ว สามารถกดเลือก G-Road เพื่อติดต่อประสานงานให้ความช่วยเหลือ ตัวแอพพลิเคชั่นจะทำการส่งสถานที่ของเราไปยัง smart G-BOOK Call Center เพื่อให้รู้ตำแหน่งที่เกิด และทาง smart G-Book Call Center ก็จะช่วยประสานงานกับเครือข่ายที่ให้ความช่วยเหลือที่มีอยู่ทั่วประเทศ แต่หากมีค่าใช้จ่ายจากบริการรถลากหรือนอกเหนืออื่นๆ นั้นทีมงานก็จะมีการติดต่อแจ้งเข้าไปก่อนด้วยครับ เช่นเดียวกับปัญหาด้านเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ก็จะมีการแนะนำให้ครบถ้วน

หากเกิดอุบัติเหตุ หรือต้องการขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ก็สามารถติดต่อด้วย G-Life ซึ่งทางศูนย์ก็จะประสานงานกับทาง สพฉ. เข้าช่วยเหลือได้ทันท่วงที เช่นเดียวกันแอพพลิเคชั่นจะส่งตำแหน่งที่อยู่ของคุณไปให้กับทางเครือข่ายเพื่อไปช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว

ปล. บริการนี้เมื่อมีการกดแจ้งโทรเข้าไปนั้นจะมีการเข้ามาช่วยเหลือจริง ดังนั้นอย่าได้เผลอกดเล่นนะครับ เพราะเขามาจริงๆ – -“

ทั้งหมดนี้ก็เป็นฟังก์ชั่นเด่นของ Smart G-Book ที่จะมาอำนวยความสะดวกในการเดินทางของคุณให้ง่าย และมีอิสระยิ่งขึ้น โดยมีออกมารองรับแล้วสองแพลตฟอร์มคือ iOS และ Android ซึ่งจะรองรับกับสมาร์ทโฟนที่มีข้อจำกัดดังนี้ครับ
– ระบบปฏิบัติการ iOS 4.3.5 ขึ้นไป รองรับทั้ง iPhone 3GS, 4 และ 4S รวมถึง iPhone 5 ที่กำลังจะวางขายก็ไม่น่าจะมีปัญหาครับ
– ระบบปฏิบัติการ Android 2.3.4 ขึ้นไป แต่ไม่รองรับเวอร์ชั่น 3.x และ 4.x รวมถึงแท็บเล็ตทั้งหลายด้วย ส่วนสเปคตัวอุปกรณ์เองก็ยังมีข้อจำกัดยิบย่อย (CPU 1GHz ขึ้นไป / หน้าจอความละเอียด 480 x 800 Pixel ) ที่ในอนาคตน่าจะทำออกมาได้ดีกว่านี้แน่นอนครับ

สำคัญที่สุดที่อยากจะแจ้งให้เพื่อนๆ ทราบคือ แอพพลิเคชั่น Smart G-Book ตัวนี้นั้นไม่ได้จำกัดไว้ว่าต้องเป็นลูกค้าของ Toyota ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าของใคร เป็นใครมาจากไหนก็สามารถโหลดมาใช้ได้ สามารถซื้อผ่าน App Store ได้เลย หรือจะโหลดตัวทดลองมาใช้งาน 30 วัน แล้วรอรับ Activate Card จากกิจกรรม หรือแคมเปญต่างๆ ของทาง Toyota ได้ โดยหากท่านใดโหลดเวอร์ชั่น Lite มาทดลองก่อนวันที่ 31 ตุลาคม 2555 ก็มีลุ้นได้รับ Activate Card ฟรีๆ 1 ปี โดยมีเตรียมไว้แจกกว่า 5,000 ID เลยทีเดียวครับ และแน่นอนสำหรับเพื่อนๆ ชาว MXPhone ก็มีลุ้นรับ Activate Card จากเราได้เช่นกัน ส่วนกิจกรรมจะมีอะไรนั้นโหลด Smart G-Book Lite มารอ แล้วเตรียมร่วมกิจกรรมกับพวกเราได้เลยครับ ^^